AVAgarde ART

AVAgarde ART

แชร์

Presents contemporary arts in various forms to the world through wide arrays of space, projects and platforms

Photos from TEA Art Hub's post 17/08/2025

ทีมงาน AVAgarde ART Agency มีความภูมิใจที่ได้จัดงาน TEA ART WEEKEND ในครั้งนี้

Photos from AVAgarde ART's post 14/03/2025

Cutting Edge อวกาศ EP.2
< HUMAN 𝐗 MACHINE >

1. Anicka Yi 𝐗 เมื่อศิลปะหายใจและเครื่องจักรมีชีวิต

ในยุคที่เทคโนโลยีหลอมรวมเข้ากับทุกมิติของชีวิต ศิลปินร่วมสมัยหลายคนเลือกสำรวจขอบเขตของ “มนุษย์ X เครื่องจักร” และ “ศิลปะ X เทคโนโลยี” ผ่านงานศิลปะที่ทั้งท้าทายและสร้างบทสนทนาใหม่ๆ หนึ่งในนั้นคือ Anicka Yi ผู้สร้างผลงานอันลึกลับและมีชีวิตใน Turbine Hall, Tate Modern

เมื่อหุ่นยนต์ล่องลอยและศิลปะกลายเป็นสิ่งมีชีวิต

ในปี 2021 Anicka Yi นำเสนอ “In Love With the World” งานศิลปะติดตั้งที่เปลี่ยนโถงอันกว้างขวางของ Tate Modern ให้กลายเป็นระบบนิเวศแห่งอนาคต โดยมีสิ่งมีชีวิตประดิษฐ์ที่เรียกว่า “aerobes”—หุ่นยนต์คล้ายแมงกะพรุนลอยตัวอยู่ในอากาศ พวกมันเคลื่อนไหว ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม และเหมือนกับว่าสามารถ “หายใจ” ได้

Yi ไม่ได้ต้องการให้เราเห็นหุ่นยนต์เป็นเพียงเครื่องจักรที่เย็นชา แต่ต้องการให้เราสำรวจความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างสิ่งมีชีวิตชีวภาพและเทคโนโลยี หุ่นยนต์ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเดียวกับเรา

มนุษย์ X เครื่องจักร: เมื่อเส้นแบ่งเริ่มเลือนราง

แนวคิดที่ Yi นำเสนออยู่ในบทสนทนาที่กว้างกว่าตัวงานศิลปะ—มันสะท้อนถึงยุคที่มนุษย์กับเครื่องจักรไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดจากกันอีกต่อไป เราอยู่ในโลกที่ AI สามารถสร้างภาพวาด ดนตรี และวรรณกรรม หุ่นยนต์ทางการแพทย์ทำงานร่วมกับศัลยแพทย์ หรือแม้กระทั่งอวัยวะชีวภาพสามารถถูกพิมพ์ขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี 3D Printing

ผลงานของ Yi ท้าทายมุมมองเดิมๆ เกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับเครื่องจักร และตั้งคำถามว่า เราจะอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์เหล่านี้ในอนาคตอย่างไร?

Art and Technology: ศิลปะที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม

ศิลปะในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผืนผ้าใบหรือรูปปั้นอีกต่อไป มันเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี ตั้งแต่ AI-Generated Art, VR/AR, จนถึง Bio-Art ที่ใช้สิ่งมีชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน Anicka Yi เป็นหนึ่งในศิลปินที่ก้าวข้ามพรมแดนเหล่านี้ และชี้ให้เห็นว่าศิลปะไม่ใช่เพียงการ “บันทึก” ความจริง แต่ยังสามารถ สร้าง ความจริงใหม่ที่เราอาจยังไม่เข้าใจ

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ศิลปะอาจไม่ใช่เพียงพื้นที่สำหรับ “มนุษย์” เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นจุดตัดของสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์สร้างขึ้น—ไม่ว่าจะเป็น AI, หุ่นยนต์, หรือสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ ที่อาจมีสถานะเป็น “ศิลปิน” หรือ “ผู้ร่วมสร้าง” ในโลกศิลปะยุคใหม่

“หุ่นยนต์อาจเรียนรู้จากมนุษย์ แต่เราก็อาจต้องเรียนรู้จากหุ่นยนต์เช่นกัน”

______

Source: https://www.tate.org.uk/whats-on/tate-modern/hyundai-commission-anicka-yi/exhibition-guide

https://www.nicholashall.art/wp-content/uploads/2022/02/1.-Anicka-Yi-In-Love-With-The-World-2021-Tate-Modern-London-Photo-courtesy-Tate-Joe-Humphrys-1280x1920.jpg

#อวกาศ #อวกาศอาร์ต #รายการศิลปะ #รายการอวกาศ

Photos from AVAgarde ART's post 09/02/2025

Distortions in Spacetime: เมื่อศิลปะสำรวจจักรวาลผ่านสายตาของศิลปิน MARSHMALLOW LASER FEAST

“การอยู่ภายในหลุมดำให้ความรู้สึกเป็นอย่างไร?” นี่คือคำถามที่จุดประกายให้เกิด Distortions in Spacetime ผลงานศิลปะที่พาผู้ชมดำดิ่งสู่มิติอันบิดเบี้ยวของกาลอวกาศ (spacetime) โดยฝีมือของ Marshmallow Laser Feast (MLF) กลุ่มศิลปินข้ามสาขาจากสหราชอาณาจักร ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ศิลปะ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพจำลองของจักรวาล แต่เป็นประสบการณ์ที่เปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง เวลา และการรับรู้ของมนุษย์

Distortions in Spacetime: สัมผัสแรงโน้มถ่วงผ่านศิลปะ

สำหรับ Distortions in Spacetime Marshmallow Laser Feast ได้รับแรงบันดาลใจจาก ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ ซึ่งอธิบายว่าแรงโน้มถ่วงสามารถทำให้กาลอวกาศโค้งงอได้ เช่นเดียวกับที่หลุมดำสามารถบิดเบือนแสงและเวลาได้อย่างสุดขั้ว

ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นเป็นประสบการณ์เสมือนจริงที่ให้ผู้ชม “รู้สึก” ถึงแรงโน้มถ่วง ผ่านภาพและเสียงที่บิดเบี้ยวอย่างน่าทึ่ง ผู้ชมจะถูกพาเข้าไปในสภาวะที่ดูเหมือนกฎฟิสิกส์ไม่สามารถอธิบายได้—โลกที่ทุกสิ่งดูเหมือนจะไหลไปตามสนามแรงโน้มถ่วงของจักรวาล คลื่นพลังงานเคลื่อนผ่านร่างกายของผู้ชม เสียงสะท้อนราวกับมาจากอีกมิติ และทุกย่างก้าวให้ความรู้สึกราวกับลอยอยู่ในห้วงอวกาศ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Distortions in Spacetime ไม่ได้เป็นเพียงภาพจำลองของจักรวาลเท่านั้น แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับ การรับรู้ของมนุษย์—เราสัมผัสจักรวาลผ่านประสาทสัมผัสของเราอย่างไร? เวลาเป็นสิ่งสัมพัทธ์หรือเป็นเพียงภาพลวงตาของจิตใจเรา?

ในยุคที่ศิลปะและเทคโนโลยีกำลังผสานเข้าหากัน Distortions in Spacetime ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานที่สวยงาม แต่เป็น บทสนทนาระหว่างมนุษย์กับจักรวาล—พื้นที่ที่วิทยาศาสตร์และศิลปะมาบรรจบกัน เพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ที่อาจเปลี่ยนวิธีที่เรามองจักรวาลตลอดไป

________

เกี่ยวกับศิลปิน Marshmallow Laser Feast
ศิลปินผู้หลงใหลในสิ่งที่มองไม่เห็น

Marshmallow Laser Feast เป็นกลุ่มศิลปินจาก สหราชอาณาจักร (United Kingdom, UK) และทำงานอยู่ในลอนดอน ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เป็นกลุ่มศิลปินที่ผสมผสาน เทคโนโลยีล้ำสมัย กับ แนวคิดทางปรัชญาและวิทยาศาสตร์ เพื่อนำเสนอโลกในมุมมองที่แตกต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าศิลปะสามารถเป็นเครื่องมือในการสำรวจสิ่งที่สายตามนุษย์ไม่อาจมองเห็น ไม่ว่าจะเป็น สนามพลังงานของต้นไม้ เสียงที่มองเห็นได้ หรือแรงโน้มถ่วงที่จับต้องไม่ได้

ผลงานที่ผ่านมาของพวกเขามักนำเสนอประสบการณ์เสมือนจริง (VR) และอินเทอร์แอคทีฟที่ดึงผู้ชมเข้าสู่โลกที่ท้าทายขอบเขตของการรับรู้ ตัวอย่างเช่น In the Eyes of the Animal (2015) ที่ให้ผู้ชมมองโลกผ่านสายตาของสัตว์ป่า หรือ We Live in an Ocean of Air (2018) ที่ทำให้ลมหายใจของเราแปรเปลี่ยนเป็นภาพพลังงานที่มองเห็นได้

ศิลปะ อวกาศ และการสำรวจโลกในมุมใหม่

Marshmallow Laser Feast เป็นตัวอย่างของศิลปินที่ใช้ เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ พวกเขาไม่ได้มองจักรวาลผ่านกล้องโทรทรรศน์ แต่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสำรวจโครงสร้างพื้นฐานของความเป็นจริง ผลงานของพวกเขาชวนให้เราตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เรา “เห็น” และ “รู้สึก” ซึ่งบางครั้งอาจไม่ได้สะท้อนความจริงทั้งหมดของจักรวาล

Marshmallow Laser Feast เป็นศิลปินที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของการสร้างสรรค์ ด้วยการนำ VR, AI และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มาสร้างผลงานที่เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล Distortions in Spacetime เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่ศิลปะสามารถทำให้เรา “รู้สึก” ถึงทฤษฎีทางฟิสิกส์ ได้อย่างลึกซึ้ง และอาจทำให้เราตั้งคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับความเป็นจริงของโลกที่เราอาศัยอยู่

________

References:

https://marshmallowlaserfeast.com/project/distortions-in-spacetime/

https://www.jamesbulley.com/distortions-in-spacetime/?utm_source=chatgpt.com

https://www.globaltimes.cn/Portals/0/attachment/2020/2020-10-10/950fb7c7-8a2c-46c0-bd93-51f39d7b4129.jpeg

https://riyadhart.sa/en/artworks/distortions-in-spacetime-2023/

Photos from AVAgarde ART's post 02/02/2025

" แลนดิ้งแล้ว !! งานศิลปะชิ้นล่าสุดที่ไปแสดงอยู่บนดวงจันทร์ ... พร้อมอวดโฉมให้นักเดินทางจากต่างดาวชม "

เจฟฟ์ คูนส์ (Jeff Koons) ศิลปินชื่อดังชาวอเมริกัน ผู้มีชื่อเสียงจากผลงานประติมากรรมลูกโป่งรูปสุนัข(Stainless steel balloon dog) ได้ส่งผลงานศิลปะของเขาไปในอวกาศในโครงการชื่อ “Moon Phases” ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมมือกับบริษัท Intuitive Machines โดยมีเป้าหมายส่งงานศิลปะไปยังดวงจันทร์

เมื่อปี 2023 คูนส์ได้เริ่มโครงการส่งผลงานชุดประติมากรรมไปจัดแสดงบนพื้นผิวดวงจันทร์ เป็นชุดประติมากรรมที่มีชื่อว่า "Moon Phases" เป็นสัญลักษณ์ของความฝัน ความหวัง และความสำเร็จ ประกอบด้วยประติมากรรมขนาดเล็กจำนวน 125 ชิ้น ผลงานมีลักษณะลูกบอลกลมทำจากสแตนเลสขัดเงา(Mirror-polished stainless steel spheres) แม้งานจะเป็นลูกบอลขัดเงาคล้ายกับงานในซีรีส์ “Gazing Ball” ของเขา แต่ประติมากรรมในชุด Moon Phases นั้นมีพื้นผิวคล้ายดวงจันทร์

ผลงานแต่ละชิ้นสื่อถึงดวงจันทร์ในเฟสต่าง ๆหรือช่วงข้างของดวงจันทร์ที่แตกต่างกัน—รวม 62 ระยะของดวงจันทร์ ที่มองเห็นจากโลก, 62 มุมมองของดวงจันทร์ จากจุดต่างๆ ในอวกาศ และ อีกหนึ่งภาพของจันทรุปราคา

อีกทั้งผลงาน 125 ชิ้น แต่ละชิ้นตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีส่วนสนับสนุนและให้แรงบันดาลใจต่อการท่องอวกาศของมนุษยชาติครอบคลุมทั่วโลก หลากหลายสาขาอาชีพ และยุคสมัย เช่น เพลโต, เนเฟอร์ติติ, อาร์เทมิเซีย เจนติเลสกี, แอนดี้ วอร์ฮอล, กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ, มหาตมะ คานธี, โซเจอร์เนอร์ ทรูธ, เลโอนาร์โด ดา วินชี, เอด้า เลิฟเลซ, เดวิด โบวี่ และเฮเลน เคลเลอร์ รายชื่อเหล่านี้จะถูกจัดแสดงทีละชื่อบริเวณด้านหน้าผลงาน “Moon Phases” เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุคคลสำคัญเหล่านี้ในภารกิจดวงจันทร์ ทั้งนี้ คูนส์ได้เชิดชูความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของอดีต เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อไป

นอกจากงานจริงที่ส่งไปดวงจันทร์ ยังมี NFT (Non-Fungible Token) ที่จับคู่กับแต่ละชิ้นงาน เพื่อให้ผู้สะสมสามารถเป็นเจ้าของงานศิลปะนี้ได้ในรูปแบบดิจิทัล

โครงการนี้เป็นความร่วมมือกับ 4Space, NASA และ Intuitive Machines โดยใช้ยานลงจอด Nova-C Lunar Lander มีเป้าหมายคือการส่งงานศิลปะไปยัง Oceanus Procellarum บนดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีภารกิจสำรวจของ NASA ประติมากรรมชุด "Moon Phases" นี้ถูกส่งไปกับยานอวกาศของบริษัท Intuitive Machines และลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024 นับเป็นผลงานศิลปะชิ้นแรกที่ถูกส่งไปจัดแสดงบนดวงจันทร์

แนวคิดเบื้องหลังงานนี้ เกิดจากศิลปินต้องการให้โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จของมนุษยชาติ และการสำรวจอวกาศ โดยเชื่อว่าศิลปะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงวัฒนธรรมของมนุษย์กับจักรวาล ถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าสนใจของคูนส์ เพราะเป็นครั้งแรกที่งานศิลปะร่วมสมัยถูกส่งไปยังดวงจันทร์ในรูปแบบนี้ และยังเป็นการขยายขอบเขตของศิลปะเข้าสู่พื้นที่นอกโลกอีกด้วย

____

References:
https://jeffkoonsmoonphases.com/
https://www.jeffkoons.com/artwork/moon-phases
http://www.collectspace.com/ubb/Forum14/HTML/001933.html
https://www.nytimes.com/2022/06/23/arts/jeff-koons-art-moon.html
https://news.artnet.com/art-world/koons-on-the-moon-2433813
https://hauteliving.com/2024/02/jeff-koons-sends-artwork-to-the-moon/745613/

Photos from AVAgarde ART's post 31/01/2025

𝗖𝘂𝘁𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗘𝗱𝗴𝗲 อวกาศ
“การท่องอวกาศผ่านงานศิลปะและเทคโนโลยี”
: พื้นที่การแสดงออกในอวกาศของศิลปิน

เราจะพาออกไปสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่ ผ่านผลงานศิลปะที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันในยุคที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือการนำเอาธีมของอวกาศและการสำรวจจักรวาลมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเราจะเห็นได้จากตัวอย่างมากมายที่ศิลปินทั่วโลกได้สร้างสรรค์ขึ้น

ตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือผลงานศิลปะที่ลอยอยู่เหนือชั้นบรรยากาศโลก โดยจินตนาการถึงพื้นที่ว่างสุญญากาศที่ดูลึกลับนอกชั้นบรรยากาศโลกของเรา สามารถใช้เป็นพื้นที่พิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีสำหรับแสดงผลงานแห่งถัดไปได้ ที่ผ่านมาก็มีโครงการนำร่องที่ส่งงานศิลปะขนาดเล็กขึ้นไปโชว์ในอวกาศ เช่น Project Moon Gallery ที่ประกอบไปด้วยงานศิลปะจำนวน 64 ชิ้นจากหลากหลายศิลปิน และโปรเจ็ค Sojourner 2020 ที่มีผลงานของ 9 กลุ่มศิลปิน

ศิลปินเริ่มจินตนาการถึงอวกาศในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับศิลปะ หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์เอาชนะแรงโน้มถ่วงและเดินทางออกจากชั้นบรรยากาศของโลกได้เป็นครั้งแรก การส่งผลงานศิลปะออกสู่อวกาศเพื่อสะท้อนประสบการณ์การใช้ชีวิตบนโลก ศิลปินเช่น Nahum, Trevor Paglen, Tavares Strachan และ Makoto Azuma ได้สร้างสรรค์งานที่มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการมองโลกและจักรวาลในแง่ใหม่ โดยใช้พื้นที่อวกาศเป็นสื่อในการแสดงออกและเชื่อมโยงกับการสำรวจจักรวาล พวกเขาเชื่อว่าอวกาศไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมด้วย

ในปี 2015 ศิลปิน Nahum และกลุ่มศิลปินเดินทางไปยังรัสเซียเพื่อทดลองบินพาราโบลิก ซึ่งเป็นการจำลองแรงโน้มถ่วงศูนย์ที่ใกล้เคียงที่สุดบนโลก ผลงานการทดลองศิลปะในสภาพแวดล้อมแรงโน้มถ่วงศูนย์ถูกแสดงที่ Palacio de Bellas Artes

ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการสร้างหรือส่งวัตถุให้ไปลอยอยู่ได้ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความฝันและความปรารถนาของมนุษย์ที่จะออกไปสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่ทำให้คล้ายกับว่าเหล่าศิลปินกำลังเข้าร่วมในการแข่งขันช่วงชิงพื้นที่การแสดงออกในอวกาศ

เรื่องราวน่าทึ่งที่เชื่อมโยงกันระหว่างศิลปะและอวกาศที่เกิดขึ้นด้วยความจินตนาการสุดล้ำของศิลปินยังไม่จบเพียงเท่านี้

คุณสามารถติดต่อรับชมต่อได้แบบเต็มอรรถรสกับรายการศิลปะ ‘อวกาศ’ ที่
https://www.facebook.com/share/v/1XgFEe2T6M/

_____

References:
‘The artworks floating above the Earth’ by Devon Van Houten Maldonado
_____

ติดตามเราได้ในหลากหลายช่องทาง :
- Instagram: avagardeart
- YouTube :
- TikTok: .art

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ศิลปะและความบันเทิง ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

Art

เว็บไซต์

ที่อยู่

Https://maps.app.goo.gl/besuhX4iEenF1b7SA?g_st=ipc
Bangkok
10120