Racket Story

Racket Story

แชร์

ร้าน tennis pro shop เล็กๆ สไตล์แกลเลอรี บน ถ.สุวินทวงศ์ หนองจอก - ฉะเชิงเทรา
ขึ้นเอ็น+อุปกรณ์เทนนิส

11/11/2025

[Read & Rally] Stan's Search for Meaning (ความหมายในชีวิตของ Wawrinka)

*โพสต์นี้ ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ Man's Search for Meaning (ชีวิตไม่ไร้ความหมาย) ครับ

Novak Djokovic เพิ่งพูดถึง Stan Wawrinka ไว้ครับ ผมว่าเพื่อนๆน่าจะคิดเหมือนกัน

“เขาเป็นนักเทนนิสที่ “ไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร” และ “ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง” ทั้งที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมมาแล้วถึง 3 ครั้ง

ผู้คนมักลืมเขาและสิ่งที่เขาทำได้สำเร็จไป ทั้งที่ในความเป็นจริง เขาประสบความสำเร็จมากกว่านักเทนนิสกว่า 90% ตลอดประวัติศาสตร์ของวงการนี้เลยทีเดียว”

แต่โพสต์นี้ จะไม่ได้พูดเรื่องเทคนิคใดๆ หรือความสำเร็จใดๆของ Wawrinka ครับ แต่จะมาดูแนวคิดของนักเทนนิสหนุ่มใหญ่วัย 40 คนนี้ ที่ยังลงแข่งอยู่ มีแพ้บ้าง - ชนะบ้าง

นี่คือโพสต์ของ Wawrinka ในแพลตฟอร์ม X ถึงแฟนๆทั่วโลกของเขา ซึ่งขอตัดมาบางส่วนครับ (โพสต์จริงอยู่ใน comment)

—-----------------

“Passion ไม่เกี่ยวกับผลการแข่งขันเสมอไป แต่มันคือการผลักดันตัวเองไปยังขีดจำกัด

ผม OK ที่จะไม่ชนะ Grand Slam อีก

ผม OK ที่จะไม่อยู่ใน Top 10 อีก

แต่ผมรักกระบวนการที่จะผลักดันตัวเองไปสู่ขีดจำกัด

ผมรู้ว่าวันสุดท้ายของอาชีพนี้จะมาสักวันหนึ่ง แต่กว่าจะถึงวันนั้น ผมจะสู้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถึงแฟนๆทุกคนทั่วโลกที่สนับสนุนผม ถึงแฟนๆที่บาเซิลในสัปดาห์นี้

ขอบคุณ ❤️🙏🏻🌎🫶🏻 มันมีความหมายกับผมมาก

นั่นคือเหตุผลที่ผมยังคงผลักดันตัวเอง”

— Stanislas Wawrinka
—-----------------

ผมว่า สถานการณ์นี้ ตรงกับแก่นของหนังสือ ที่เขียนโดย วิคเตอร์ อี. ฟรังเคิล (Victor E. Frankl) ที่ค้นพบแนวคิดนี้ตอนถูกขังอยู่ในค่ายกักกันของนาซี สูญเสียทุกอย่าง คิดว่าตัวเองต้องจบชีวิตที่นั่นแล้ว

ในช่วงที่ชีวิตตกต่ำสุดขีด แทบไร้ความหวัง เขาค้นพบสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตจริงๆครับ

– Logotherapy = เทอราปี ผ่านความหมายของชีวิต –

ผู้เขียนค้นพบว่า สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมายจริงๆ ไม่ใช่ ความสุข อำนาจ

แต่คือ “เจตจำนงเพื่อความหมายบางอย่าง” (ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Will to Meaning ซึ่งหาคำไทยได้ยากมาก)

ซึ่งส่วนตัว ผมคิดว่าคือสิ่งที่ทำให้ “อิ่มเต็มในใจ” ครับ อารมณ์เหมือน พ่อ-แม่ที่เห็นลูกเติบโต ครู(แท้ๆ)ที่อยากเห็นความสำเร็จของลูกศิษย์ และก็ยังอยากทำอาชีพนี้ต่อไป

พูดง่ายๆ คือคนๆหนึ่ง อยากส่งต่ออะไรให้ผู้อื่น (หรือสังคมที่ตัวเองอยู่)
ซึ่งผู้เขียน ให้ชื่อหลักการนี้ว่า Logotherapy (โลโกเทอราปี)

– Logotherapy ในกรณี Stan Wawrinka –

ลองแกะๆจากคำพูดของ Wawrinka เพื่อเทียบกับแนวคิด Logotherapy จะได้ประมาณนี้ครับ

– 1. Will to Meaning –

“ไม่เกี่ยวกับผลการแข่งขันเสมอไป แต่มันคือการผลักดันตัวเองไปยังขีดจำกัด”

– 2. ทัศนคติที่เป็นอิสระ (Freedom of Attitude) –

“ผม OK ที่จะไม่ชนะ Grand Slam อีก ผม OK ที่จะไม่อยู่ใน Top 10 อีก”

– 3. ความหมายของชีวิต ผ่านความยากลำบาก (Meaning through Struggle) –

“ผมรักกระบวนการที่จะผลักดันตัวเองไปสู่ขีดจำกัด”

– 4. ก้าวข้ามเรื่องของตนเอง ส่งมอบคุณค่าให้ผู้อื่น (Self-Transcendence) –

“ถึงแฟนๆทุกคนทั่วโลกที่สนับสนุนผม .. มันมีความหมายกับผมมาก .. นั่นคือเหตุผลที่ผมยังคงผลักดันตัวเอง”

กรณีของ Wawrinka เป็นตัวอย่างหนึ่งของ logotherapy เลยครับ แต่ผ่านกีฬา Tennis

ความหมายของชีวิตช่วงนี้มันไม่ใช่เรื่องผลการแข่งขันแล้ว เขาหา “ความหมายใหม่” จากช่วงที่ตัวเองมีข้อจำกัด และตั้งเป็น “วัตถุประสงค์ของชีวิต (purpose)”

– Logotherapy ใกล้ตัว –

เมื่อวาน ผมได้พูดคุยกับผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่คอร์ทที่สอนเทนนิสฟรีให้กับผู้เริ่มต้น (ทำมานานแล้ว) หลังจากไม่เจอกันเกือบปี

ผู้อาวุโสท่านนี้อาจจะไม่ใช่โค้ชมืออาชีพ ไม่ผ่านการอบรมใดๆ แถมยังมีเคยมีปัญหาสุขภาพรบกวน แต่ตอนนี้ก็ยังตีเทนนิสได้เกือบทุกวัน

สิ่งที่ผู้อาวุโสท่านนี้ทำ ไม่ใช่เรื่องของเงินแน่ๆ ซึ่งผมไม่อยากเดาว่าเพราะอะไร แต่ผมว่าน่าจะเกี่ยวกับ “ความหมายของชีวิต” อาจจะเป็นเรื่องสุขภาพ (ของตัวเอง) หรือ “ความอิ่มเต็ม” จากการให้

(ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้เปรียบเทียบการการสอนที่มีค่าใช้จ่ายนะครับ เพราะนั่นคืออาชีพ)

อีกเรื่องคือ ที่ผ่านๆมาก็มีกัลยาณมิตร รวมถึงผู้ใหญ่บางท่านได้ “แบ่งปัน” ให้ผมอยู่บ้างในเรื่องเกี่ยวกับเทนนิส

นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ผมเองก็ใช้ช่องทางนี้แบ่งปันต่อไปอีกที ถ้ามีโอกาส เหมือนเป็น “The Messenger” นั่นเอง

นี่ก็น่าจะเป็นตัวอย่างของคำว่า Logotherapy ได้บ้างเหมือนกันครับ

สุดท้าย สำหรับใครที่ต้องเจอช่วงเวลาที่เหมือนจะ “สูญเสีย” อะไรบางอย่าง

หลักคิดของ Stan Wawrinka ที่นิยามความหมายใหม่ มีทัศนคติที่เป็นอิสระ (Freedom of Attitude) ไม่อิงกับค่านิยมที่คนส่วนใหญ่ยึดถือ ในเวลาที่ condition เปลี่ยน (ในกรณีของเขาคือ “ร่างกาย”)

รวมถึงการ “ส่งมอบคุณค่า”

น่าจะเป็นไอเดียประกอบการเริ่มต้นใหม่ครับ ขอบคุณครับ

05/11/2025

Biomechanics(4): แกะรอย Return Serve แบบ Novak ในมุมชีวกลศาสตร์

นี่ก็เป็นอีกเรื่อง ที่มือสมัครเล่นอย่างเราๆซ้อมกันน้อยครับ

อย่างการซ้อมเสิร์ฟ เราซ้อมคนเดียวได้ แต่การซ้อม Return Serve ก็ต้องหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์มาเสิร์ฟให้เรา Return

…ซึ่งก็หาได้ไม่ง่าย (งั้นให้โค้ช/knocker มาเสิร์ฟให้ละกัน)

– การ Return Serve 3 แบบ ที่เราอาจจะเจอค่ำนี้ –

ในก๊วนมือสมัครเล่นของเรา ลูกเสิร์ฟอาจจะไม่ได้แรงมาก เราอาจจะเจอ (หรือได้ใช้) การ Return Serve 1 ใน 3 แบบนี้ครับ

1. ใช้วง Groundstroke ปกติ (เพราะบอลไม่ได้เร็วมาก มีเวลา จัดร่างกายทัน)

2. Return Lob (ในการเล่นคู่ ก็ Return Lob ไปข้างหลังมือหน้า ซึ่งมือคู่ระดับโลกก็ใช้กัน)

3. Chip & Charge (มืออาวุโสหน่อย ก็ step เข้าไปหาบอลแล้ว Slice ให้ลูกลงต่ำเรียดๆพื้น หรือ Chip, แล้วก็ step ต่อไปหน้าเน็ต หรือ Charge เพื่อดัก volley)

แต่นี่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของโพสต์นี้ครับ (แค่อยากยกให้ฟังว่าการ Return Serve มีหลายแบบ)

โพสต์นี้จะถือโอกาสที่เราได้ดูเทนนิสในยุคที่มี Novak Djokovic ที่ว่ากันว่าเป็น The Best Returner of All Time

เลยจะมาแกะรอยการ Return Serve ของเขา ผ่านมุมมองของ BIOMEC กันครับ เผื่อเราจะนำไปปรับใช้ได้บ้าง

– แกะรอย Novak’s Return of Serve ใน 4 ขั้นตอน –

ก่อนอื่น สิ่งที่อธิบาย มีคลิปสั้นๆประกอบใน Comment ครับ

1. การยืน (stance)

ตำแหน่งการยืนจาก Baseline ทั้ง Serve 1 และ Serve 2 แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็ขึ้นกับคุณภาพลูกเสิร์ฟ สไตล์การเสิร์ฟของคู่แข่ง พื้นคอร์ต และกลยุทธ์ของผู้ return serve ด้วย

สำหรับ Novak บนคอร์ตดิน เขามักจะยืนลึกหลังเส้น Baseline ไปราวๆ 2 เมตร และ 1 เมตรสำหรับ Serve 1 และ Serve 2 ตามลำดับ (ยังไม่มีข้อมูลคอร์ตอื่นๆ)

เขามักยืนขากว้าง 2 เท่าของช่วงไหล่ เพื่อให้เสถียร (จุด Center of Gravity หรือ CG ต่ำ) ช่วยเรื่องแรงระเบิดออกตัว ไม่ว่าจะต้องพุ่งไปรับทางไหน

2. Split Step -> โถมเข้าหาบอล -> Unit Turn

เขาจะเริ่มจาก Split Step แล้วโถมเข้าไปหาบอล ด้วยการวางเท้าที่เหมาะสมตามทิศทางบอลที่เข้ามา แล้วหันตัว (Unit Turn) อย่างรวดเร็ว

จุดสำคัญ (ที่เราอาจจะทำได้ไม่เหมือนเขา) คือ เขาอ่านบอลว่าจะเข้ามาทาง Forehand หรือ Backhand โดยอาศัยข้อมูลจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการโยนบอล, การยืน, swing path

และระดับนี้ น่าจะมีการศึกษาวิดีโอคู่แข่งมาอย่างดีแล้ว

ทั้งหลายทั้งปวง ทำให้เขาสามารถ split step แล้วโถมไปถูกทาง

การก้าวไปหาบอล เขาจะย่อเท้าด้านนอก เพื่อสร้างแรงระเบิดตอนยืด (pre-stretching -> releasing) ซึ่งกรณีของเขาที่ถนัดขวา การ return ด้วย Forehand จะเป็นการโหลดขาขวา

การ Unit Turn อย่างรวดเร็วช่วยให้เขาไม่ต้อง Backswing ยาว เพียงแค่ compact backswing แล้วใช้พลังจากกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งก็คือขาในจังหวะ ย่อ-ยืด และ core body โถมเข้าบวกสู้แรงของบอล

3. Backswing และ Drive บอล

การ Backswing ก็ขึ้นกับจังหวะ เวลา และกลยุทธ์เช่นกัน

Navak มักใช้การขโมยเวลาจากคู่แข่ง (จะเห็นตั้งแต่ตำแหน่งยืนที่ใกล้เส้น Baseline แล้ว) เขายังตีบอลจังหวะบอลขึ้น (on the rise) และยืมความเร็ว/แรงของบอลจากคู่แข่ง (เขาจึง backswing สั้นๆ) แล้ว Drive บอลที่จุดกระทบระดับไหล่

จากข้อก่อนหน้า เขามีการย่อ-ยืดเข่า ซึ่งเป็นการใช้แรงดันจากพื้นด้วยแล้ว จังหวะพุ่งไป จะมี นน.ของเขาเข้าช่วย แขนจึงทำงานไม่มาก ก็ Drive บอลไปได้

อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ใช้ backswing สั้นๆ (compact swing) เสมอไป เช่นถ้าเจอ Serve 2 ที่ช้าของคู่ต่อสู้บางคน หรือคอร์ทช้า เขาก็ปรับไปใช้ backswing ที่ยาวขึ้นได้

แถมยังมีบ้างเหมือนกัน ที่เขาไม่ได้ใช้การ Drive บอล แต่เป็นการ Chip บอล (คล้ายๆ Slice แต่ swing path สั้นกว่า) ซึ่งลูก Chip Return นี้ Stan Wawrinka ก็ชอบใช้ ซึ่งข้อดีคือจะดูดซับความแรงของบอล และลูกตกแล้วจะไม่ค่อยเด้ง

4. ท่าจบ (Follow Through)

สำหรับ Novak ที่ชอบ Return ไปลึก เขาก็มักจะจบที่ระดับไหล่

จุดหนึ่งที่อยากให้สังเกตเพิ่ม คือกรณี Forehand Return (ด้วยมือขวา) มือซ้ายของเขาจะช่วย balance ในจังหวะเคลื่อนไหวร่างกายด้วย

– มองในมุม BIOMEC –

B - Balance:
ดูได้จากที่เขายืนกว้างครับ (2 เท่าของช่วงไหล่) ทำให้จุด CG ต่ำ ฐานแน่น และจะช่วยสะสมพลังเตรียมระเบิดออกตัว

I - Inertia:
จังหวะต่อเนื่องที่เริ่มจาก Split Step ตามด้วยก้าวไปหาบอล และ Unit Turn เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่กว้างมาก แต่เอาชนะ Resisting Inertia ได้

O - Opposite Force:
การย่อขานอก อาศัยแรงที่เท้าทำกับพื้นดิน (แนวดิ่ง) รวมถึงการก้าวไปหาบอลเพื่อรอ “บวก” ก็เป็นการ “สวน” แรงที่บอลพุ่งมา ซึ่งก็เป็น Opposite Fore แนวราบครับ

M - Momentum:
จากขั้นตอนข้างต้น จะเห็นว่าเขาใช้ Momentum จากตัวเอง+ไม้ บวกกับ Momentum ของบอล ช่วยให้บอลมีน้ำหนัก ในขณะที่ใช้แรงแขนตัวเองน้อยลง

E - Elastic Energy:
ใช้ในจังหวะโหลดขา, Unit Turn และ Backswing เพื่อสะสมพลัง และปลดปล่อยพลัง (Pre-stretching & Releasing)

C - Coordination Chain:
ด้วยแรงจากพื้น -> เท้า -> สะโพก -> กลางลำตัว -> ไหล่ -> แขน -> racquet

จากที่เล่ามาข้างต้น น่าจะพอเห็นในมุมของ Biomechanics จากการ Return Serve ของ The Best Returner of All Time (อย่างน้อยก็ ณ ตอนนี้) บ้างนะครับ

เพื่อนๆมีสิ่งใดเพิ่มเติม หรือแนะนำ เชิญได้เลยครับ ขอบคุณครับ

03/11/2025

Biomechanics(3): มองเรื่อง Serve ในมุมชีวกลศาสตร์

ทุกแต้มในเทนนิส ต้องเริ่มต้นด้วยการ Serve

แต่กลายเป็นว่า นักเทนนิสมือสมัครเล่นส่วนใหญ่ มักจะ “ให้เวลากับการฝึก” น้อย

พอฝึกน้อย ก็ไม่มั่นใจ พอลงไปเล่นเซ็ตก็เสิร์ฟแปะๆ เพื่อให้ลูกลงคอร์ทไว้ก่อน

ซึ่งการเสิร์ฟแปะๆ เป็นการใช้แขนเสียส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นๆของร่างกาย แรงจากพื้นเท่าที่ควร

– ทำไมโปรแต่ละคนท่าเสิร์ฟต่างกัน? –

ถ้าดูจากสายตาคนธรรมดา (ไม่ใช่สายตาของโค้ช ยังไม่พูดถึงเทคนิค) ก็จะเห็นว่านักเทนนิสบางคน เสิร์ฟต่างจากคนอื่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น

Francis Tiafoe ก็จะยืนเท้าทั้ง 2 ข้างแคบหน่อย

หรือ Elena Rybakina จอมเสิร์ฟ Ace ฝั่ง WTA ก็จะมีจังหวะที่จะบิดตัวไปข้างหลังที่ชัดเจนนิดนึง (เหมือนขับรถเข้าโค้งไม่ smooth) แต่ไม่ใช่เรื่องผิด แค่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ

Roger Federer ก็ยืนเท้ากว้าง เคลื่อนไหวไหลลื่นไม่สะดุด

ส่วน Nick Kyrgios ดูยังไงก็ทรงนักบาส เหมือนจะกระโดด Slam Dunk

ในความเป็นจริง เป็น Style ของแต่ละคนครับ ดังที่เคยเล่าไว้ในโพสต์แรกว่า

Biomechanics = กฎ/หลักการ;

Technique = การนำไปใช้

ซึ่งแต่ละคน ก็จะมี Style ต่างกัน (เช่นบางคนโยนสูง บางคนโยนต่ำ บางคนแยกเท้า บางคนลากเท้ามาชิดกัน)

และถึงแม้จะเป็นโปรแล้ว ก็ยังมีการปรับท่าเสิร์ฟบ่อยๆ อีกทั้งในมุมของของโค้ชบางคน ก็ยังเห็นจุดบกพร่องของโปรบางคนบ้าง

ดังนั้น เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น เราคงไม่ไปจับผิด เรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่จะดูที่ Serve Fundamental ผ่านมุมมอง Biomechanics ครับ

– ตอน Serve ใช้เรื่องชีวกลศาตร์แบบไหน? –

B - Balance:

จะเป็นเรื่องการยืนตอนเริ่มต้น ผู้เริ่มต้นอาจจะยืนไม่มั่นคง แค่จะถ่ายน้ำหนักก็รู้สึกจะเซ แน่นอน เราเสียความมั่นใจตั้งแต่เริ่ม

และจังหวะสุดท้ายหลังจากเสิร์ฟเสร็จ (หลังจากตีบอลและ follow through) ก็อาจจะเซไปด้านข้าง หรือข้างหน้า ทำให้ต่อยอดไป recover คอร์ทลำบาก

I - Inertia:

จะเป็นเรื่องของการเอาชนะ Resting Inertia ครับ (เพราะตอนแรก ร่างกายเราอยู่นิ่ง การจะเคลื่อนไหวก็ต้องออกแรงสู้สภาวะนิ่งที่เป็นอยู่เดิม)

ขั้นตอนการเสิร์ฟ เราต้อง ย่อเข่า - หมุนตัว เพื่อเตรียมระเบิดแรง (กระโดดและตีบอล) ซึ่งก็ต้องอาศัยร่างกาย - กล้ามเนื้อที่แข็งแรงด้วย

O - Opposite Force:

ชัดเจนที่สุดก็ตอนย่อเข่าครับ เราจะอาศัยแรงจากพื้นเพื่อกระโดด (แรงที่เราทำกับพื้น ก็จะมีขนาดของแรงที่เท่ากันทำกลับมายังร่างกายของเรา)

อีกจุดหนึ่ง ก็คือจังหวะ Landing หลังจาก Serve จะมีแรงตรงข้าม ทำให้ขาข้างหนึ่งของเราจะชี้ไปข้างหลังเหมือนหางแมงป่อง (Scorpion Landing)

M - Momentum:

การเสิร์ฟจะใช้ Momentum ในแนวดิ่ง (Vertical Momentum) และ Angular Momentum ก็คือจังหวะที่เราบิดสะโพกและลำตัว

E - Elastic Energy:

การย่อเข่า ก็เป็นเรื่องของ Elastic Energy ซึ่งมีจุดที่แนะนำคือ “อย่าย่อนานเกินไป” ให้มองเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ดูแล้วลื่นไหล (จินตนาการท่าเสิร์ฟของ Federer ครับ)

การอย่าทิ้งจังหวะนานเกินไปนี้ รวมถึง stroke อื่นๆด้วยครับ (การย่อ แล้วยืด จะใช้คำว่า Pre-stretching และ Releasing)

C - Coordination Chain:

เป็นภาพต่อเนื่องของการเสิร์ฟทั้งหมด ที่เน้น timing ที่เหมาะสม

– แล้วปัญหา Classic ของการเสิร์ฟ มีอะไรบ้าง? —

1. โยนบอลไม่ตรง

ปัญหาที่ตามมา ตัวเราจะไม่ Balance จังหวะจะตี อาจจะทำให้ Contact Point ไม่ดีครับ เคลื่อนไหวผิด อาจจะบาดเจ็บตามมา

2. ไม่ได้ถ่ายน้ำหนัก

3. ไม่ได้ใช้ร่างกายหมุน (สะโพก ลำตัว)

4. ศีรษะตกเร็วเกิดไป

มักจะทำให้ timing เสีย หรือ contact point พลาด

วิธีแก้ คือมองลูกกระทบไม้และคงศีรษะไว้สักเสี้ยววินาทีหนึ่งครับ ยังไม่ต้องรีบมองผลงานของเรา

5. ไม่ได้เร่งหัวไม้จังหวะจะตีบอล

เป็นเรื่อง Momentum ผลคือจะทำให้ลูกไม่แรงอย่างที่ควรจะเป็น

—-------

โพสต์นี้ขอพูดเฉพาะเรื่อง Serve ครับ ตอนแรกกะจะพ่วงการ Return Serve ด้วย แต่ดูแล้ว มีลักษณะต่างออกไป แยกดีกว่า

เพื่อนๆเจอเคส classic อะไรกับบ้าง เล่าให้ฟังกันได้ครับ ขอบคุณครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Chachoengsao?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


56 Moo 14, Saladaeng, Bang Nam Priao
Chachoengsao
24000

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 05:30
อังคาร 10:00 - 17:30
พุธ 10:00 - 17:30
พฤหัสบดี 10:00 - 17:30
ศุกร์ 10:00 - 17:30
เสาร์ 10:00 - 17:30
อาทิตย์ 10:00 - 15:00