Wanda Exchange TH

Wanda Exchange TH

แชร์

เพจนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและข?

Wanda Exchange WE on Twitter 21/01/2022

อยากรู้ว่าซื้ออสังหากับ Wanda ง่ายแค่ไหน ลองอ่านโพสนี้ดูครับ
ไม่แน่นี่อาจจะเป็นคำตอบสำหรับเศรญฐีคริปโตที่อยากจะเปลี่ยนความมั่งคั่งบนโลกคริปโตมาสู่โลกจริงก็ได้นะ
วิธีการก็ง่ายๆ ไม่ยากเลยครับ ขั้นตอนทุกอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และถูกกฎหมาย 100%
นี่เป็นเหตุผลที่ผมชอบคริปโต!!
ใครอยากตามอ่านลองดูที่นี่ฮะ

Wanda Exchange WE on Twitter “Ever wondered how an transaction to buy a or really works? 😉 Maybe way more "unspectacular" as you would imagine 😜🙈 Check our Channel to see the full process: https://t.co/SMd805jO4T”

21/01/2022

Cross-Chain Communication คืออะไร? สำคัญกับ Blockchain มากน้อยแค่ไหน?
การเทรดคริปโตจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มี “บล็อกเชน” เนื่องจากสิ่งนี้คือเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูงมาก โอกาสการโจรกรรมถือเป็นหนึ่งในล้านเลยก็ว่าได้ เพราะข้อมูลจะถูกเก็บแบบเรียงต่อกันเหมือนลูกโซ่ หากมีใครคิดที่จะแก้ไขข้อมูล ก็ต้องไปตามแก้ให้ครบทุกอุปกรณืในเครือข่ายด้วยจึงจะสมบูรณ์ ต่างจากการเก็บข้อมูลแบบธรรมดาที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถใช้อุปกรณ์ของตัวเองเพียงเครื่องเดียวในการแฮ็กระบบได้
และแน่นอนว่าบล็อกเชนไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่เหมือนกับเทคโนโลยีอื่นๆที่ต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอเพื่อใช้งานได้หลากหลายขึ้น และในบทความนี้เราก็จะมาพูดถึง “Cross-Chain” ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการใช้งานบล็อกเชนอย่างมาก จะมีประโยชน์อย่างไร และมันคืออะไรนั้น มาดูกัน
Cross-Chain คืออะไร?
Cross-Chain คือการนำบล็อกเชนต่างเครือข่ายมาเชื่อมโยงกัน ประโยชน์ที่ได้คือผู้ใช้จะแลกเปลี่ยนและบันทึกข้อมูลระหว่างกันได้
ซึ่ง Cross-Chain จะมีอยู่ 2 แบบหลักๆ คือการเชื่อมแบบไม่เสริมเทคโนโลยีอื่นเข้าช่วย(Isomorphic) เป็นรูปแบบที่คู่บล็อกเชนสามารถทำงานร่วมกันได้เองโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางมาแปลงข้อมูลให้ กับการเชื่อมแบบเสริมเทคโนโลยีอื่นเข้าช่วย(Heterogeneous) รูปแบบนี้จะต้องอาศัยตัวกลางเพื่อแปลงข้อมูล
ประโยชน์ของ Cross-Chain
เมื่อบล็อกเชนต่างเครือข่ายสามารถเชื่อมโยงกันได้ การเทรดคริปโตและสินทรัพย์ดิจิทัลก็จะง่ายขึ้น เพราะจะช่วยเพิ่มความลื่นไหลย่นเวลาในการทำธุรกรรมข้ามสกุล ปราศจากค่าธรรมเนียม มีความเสถียรและความปลอดภัยสูง เชื่อถือได้
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเปรียบเทียบ Cross-Chain กับถนนสองฟาก เดิมทีถนนสองฟากนี้ไม่มีสะพานลอย คนเดินเท้าจะข้ามไปมาก็ยาก เสียเวลาเพราะต้องคอยระวังรถ แต่เมื่อมีสะพานลอยแล้วทุกอย่างก็ง่าย เดินข้ามสะพานไปถึงอีกฟากได้อย่างรวดเร็ว
หรือการติดต่อสื่อสาร ที่สมัยก่อนไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีไฟฟ้า ต้องเขียนจดหมายหากันอย่างเดียวและต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าจะไปถึงผู้รับ อยู่ห่างไกลกันจะคิดถึงกันแค่ไหนก็ต้องอดทน แต่เมื่อมีอินเตอร์เน็ตแล้วก็เสมือนได้ใกล้ชิดกันตลอดเวลา เชื่อมถึงกันได้ง่าย แม้จะอยู่คนละฟากโลกก็คุยโต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็วทันใจ
เช่นเดียวกับระบบบล็อกเชน ที่เดิมทีการทำธุรกรรมข้ามเครือข่ายเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่เมื่อมี Cross-Chain เข้ามาเป็นสะพานเชื่อมการทำธุรกรรม ทุกอย่างก็สะดวกสบายขึ้น ปลอดภัยขึ้น ไม่เสียเวลาอีกต่อไป
Cross-Chain กับชีวิตในอนาคต
ปัจจุบันการใช้งานหลักๆของ Cross-Chain คือการแปลงสกุลเงินดิจิทัล แต่อนาคตอาจใช้ทำอะไรได้มากกว่านั้น เช่น…
ดีต่อการรูดบัตรเครดิตซื้อของที่ต่างประเทศ จากเดิมที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน หากใช้ Cross-Chain ก็จะไม่ต้องเสีย อีกทั้งยังประหยัดเวลาด้วย
2. หากในอนาคตข้อมูลประจำตัวประชาชนต่างๆ ไม่ว่าจะบัตรประชาชน ใบขับขี่ พาสปอร์ตและอื่นๆถูกบันทึกไว้ด้วยระบบบล็อกเชน อย่างนั้นแล้วก็จะมีประโยชน์มากในการแสดงหลักฐานยืนยันตัวตนเมื่อไปต่างประเทศ เพราะสามารถเชื่อมข้อมูลถึงกันได้ ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ลดเวลาการตรวจคนเข้าเมือง และอาจไม่จำเป็นต้องพกเอกสารเป็นเล่มๆใบๆอีกต่อไป
3. เพิ่มความสะดวกสำหรับคนไทยที่ต้องการรับเงินจากลูกค้าต่างประเทศ จากเดิมที่ต้องมีตัวกลาง ต้องให้ระบบแปลงสกุลเงิน ต้องเสียค่าธรรมเนียม และต้องรอถอนเข้าบัญชีธนาคารอีกหลายวัน ยุ่งยากพอสมควร แต่ Cross-Chain จะช่วยย่นเวลาตรงนี้ได้ สามารถรับเงินเป็นสกุลไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
4. เพิ่มความปลอดภัยในการใช้จ่าย เพราะในอนาคตมีแนวโน้มว่าเงินคริปโตจะถูกนำมาใช้ซื้อข้าวของในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลายขึ้น ลดการพกเงินสดได้เกือบหมด เก็บเงินในกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลแทนกระเป๋าสตางค์ธรรมดา และกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลเหล่านั้นหากถูกเชื่อมข้อมูลด้วย Cross-Chain ก็จะยิ่งสะดวกมากกว่าเดิม จะทำให้ใช้จ่ายได้ทั่วโลก สามารถแปลงสกุลเงินธรรมดาเป็นสกุลเงินดิจิทัลได้โดยง่าย ความปลอดภัยสูง หมดกังวลเรื่องการโจรกรรมข้อมูล

19/01/2022

IOT กับชีวิตในโลกอนาคต
.
​โลกของเรามีเทคโนโลยีใหม่ๆถูกพัฒนาขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้ชีวิตเสมอ และอินเตอร์เน็ตก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะช่วยตั้งแต่เรื่องติดต่อสื่อสารส่วนบุคคลไปจนถึงการทำธุรกิจขององค์กรใหญ่ๆ
​ซึ่งหากพูดถึงอินเตอร์เน็ตแล้ว หลายคนอาจนึกถึงแต่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ที่เราใช้เข้าเว็บไซต์ เล่นโซเชียล หรือดูหนังฟังเพลง แต่ที่จริงแล้วอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานที่แพร่หลายกว่านี้มาก
​เคยได้ยินคำว่า Internet of Things(iOT)หรือไม่?…
​iOT คืออะไร?
​iOT หรือ Internet of Things หากแปลตรงตัวก็จะหมายถึง “อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นอย่างนั้น เพราะ iOT คือสิ่งของอะไรก็ตามที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ที่เราใช้ดู Netflix, เครื่องจีพีเอสในรถที่ต้องเชื่อมกับดาวเทียม, กล้องวงจรปิดที่ต้องเชื่อมกับแอพพลิเคชั่นบนมือถือ, โคมไฟที่ต้องใช้มือถือเป็นรีโมทควบคุม, ดิกชันนารี่อิเล็กทรอนิคส์ที่ต้องเชื่มกับอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาคำ เป็นต้น
​iOT มีประโยขน์อย่างไร?
​ปัจจุบัน iOT สามารถใช้ประโยชน์ได้สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะ…
​1. เพื่อการศึกษา
​.
​เป็นต้นว่าผู้สอนอาจใช้โทรทัศน์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและเปิดสื่อการสอนให้ผู้เรียนดูได้ และวิชากลุ่มภาษาก็สามารถหาคำศัพท์ได้อย่างง่ายดายด้วยดิกชันนารี่อิเล็กทรอนิคส์
​2. เพื่อการป้องกันภัยและการใช้หลักฐาน
​.
​หากเป็นสมัยก่อน การจะดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็ต้องไปเปิดดูในคอมพิวเตอร์ ยุ่งยากกว่า เสียเวลากว่า แต่กล้องวงจรปิดรุ่นหลังๆถูกออกแบบให้ดูภาพผ่านมือถือได้ สามารถซื้อมาติดตั้งในครัวเรือนได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินสายไฟ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นก็สามารถดูภาพได้ทุกเวลาต้องการ หรือแม้แต่กล้องวงจรปิดตามท้องถนนก็ยังมีแอพพลิเคชั่นให้ประชาชนดาวน์โหลด และสามารถเลือกดูภาพการจราจรตามจุดต่างๆได้
​.
​3. เพื่อความบันเทิง
​การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนั้นง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ทั้งโทรทัศน์ ทั้งมือถือ ทั้งแท็บเล็ต หรือแม้แต่เครื่องเล่นเกมพกพาก็ยังสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ ทำให้ทุกคนสามารถใช้เวลาว่างได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น
​4. เพื่อธุรกิจ
​ธุรกิจทุกวันนี้จำเป็นต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี ทั้งเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น เช่น การรับออเดอร์ในร้านอาหาร จากอดีตที่พนักงานจะใช้วิธีจดลงกระดาษ ปัจจุบันก็หันมารับออเดอร์บนแท็บเล็ตแทน สะดวกรวดเร็วกว่าหลายเท่า รับออเดอร์ได้มากขึ้น ทำกำไรได้เยอะขึ้น
​5. เพื่อสุขภาพร่างกาย
​อีกหนึ่งอุปกรณ์ iOT ที่ลืมไม่ได้เลยคือสมาร์ทวอช ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่คนรักสุขภาพ เพียงแค่สวมติดตัวเอาไว้ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ก็สามารถวัดแคลอรี่ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แสดงเส้นทางที่กำลังวิ่งหรือเดินออกกำลังกายอยู่ได้ และไปประมวลผลรวมได้ในแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้รับสายและโทรออก แสดงการแจ้งเตือนของเฟซบุ๊ก ไลน์ และอื่นๆได้อีกมากมาย
​.
​ข้อควรระวังในการใช้ iOT
​เทคโนโลยีถือเป็นดาบสองคม ถ้าใช้อย่างระมัดระวังก็จะเกิดประโยชน์มหาศาล แต่ถ้าใช้อย่างประมาทหรือผิดวิธีก็จะเกิดโทษมหันต์แทน
​เนื่องจาก iOT คือการนำอุปกรณ์มาเชื่อมกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นั่นหมายถึงต้องมีการล็อกกิน ต้องมีชื่อผู้ใช้(username) และรหัสผ่าน(password) นอกจากนี้ยังอาจต้องป้อนรหัสอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งถ้าผู้ใช้งานไม่คอยระวัง ก็อาจถูกโจรกรรมข้อมูลได้โดยง่าย
​.
​ในอนาคต iOT จะมีการพัฒนาไปอีกไกลแค่ไหน?
​แน่นอนว่า iOT ในโลกอนาคตจะต้องล้ำมากกว่าตอนนี้ เพราะเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ยิ่งนานวันยิ่งถูกพัฒนาให้ซับซ้อนขึ้น
​.
​:ความเป็นไปได้ของ iOT ในอนาคต: จะมีอุปกรณ์อะไรใหม่ๆบ้าง?:
​-อุปกรณ์ไอทีสุดไฮเทคอย่างที่เราเห็นบ่อยๆในภาพยนตร์ เช่น โฮโลแกรมที่ TonyStark ใช้ใน Iron Man, สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ควบคุมการทำงานได้ด้วยการสัมผัสฝ่ามือและเชื่อมต่อกับสายรัดข้อมือของอีกคนเพื่อเข้าถึงข้อมูลของอีกฝ่ายได้ แบบใน What Happened To Monday, หรือแม้แต่หุ่นไซบอร์ดที่สามารถใช้ระบบของตัวเองต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการได้ แบบใน Terminator 3, สมาร์ทโฟนที่มาในรูปแบบถุงมือ เพียงสวมใส่ก็ใช้งานได้ง่าย แสดงผลด้วยการฉายภาพโฮโลแกรมแทนหน้าจอ แบบในซีรี่ส์แอนิเมชั่น Talking Tom And Friends ตอน GlovePhone ฯลฯ เหล่านี้มีความเป็นไปได้สูงว่าตะถูกสร้างขึ้นจริงในอีกหลายปีข้างหน้า
​-อาจมีรถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ(ไม่ต้องใช้คนควบคุม) ที่ใช้งานได้ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบจีพีเอสและตั้งค่าการขับเคลื่อน อีกทั้งสามารถติดตามการเคลื่อนไหวพร้อมแจ้งเหตุผิดปรกติได้ผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ
​.
ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดติดตามเพจ Wanda Exchange TH ด้วยนะครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท เงินทุน ใน Chon Buri?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

99/47 Moo. 13, Nongprue Sub-district, Banlamung District
Chon Buri
20150