Express News Korat
Express News Korat
08/05/2026
#สบส. ร่วมกับ ม.มหิดล และ เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ เสริมพลัง อสม. เปิดโครงการ “รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี” รับมือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน นำร่องที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
วันนี้ (8 พฤษภาคม 2569) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สบส.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เปิดโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไป รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี ยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไต นำร่องที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นพ.นพพงษ์ พงศ์เลิศโกศล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยนางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไป และหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด เครือข่ายสุขภาพ นางวิลัยวัลย์ ธงสันเทียะ ประธาน อสม.ภาคอีสาน และประธาน อสม.เขตด่านขุนทด และ อสม.อำเภอด่านขุนทด เข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 คน ทั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพ อสม.ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงรุก ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง อ่านผล ติดตาม ให้คำแนะนำ ไปจนถึงประสานส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ในประเทศไทย โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบความเสี่ยงของตนเอง จนกระทั่งโรคพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น ข้อมูลจากโครงการ CheCKD Now ระบุว่า การวินิจฉัยโรคไตเรื้อรังล่าช้าเพียง 1 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไตวาย 63% และโรคหัวใจและหลอดเลือด 8% ขณะที่การคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คน จากโรงพยาบาล 9 แห่ง พบว่า กว่า 45% มีภาวะโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเริ่มต้นของโรคไต สะท้อนช่องว่างสำคัญของการเข้าถึงการคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ในภาพรวมประเทศไทยกำลังเผชิญภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากกว่า 70% ของประชากรไทยทั้งหมด และอีกจำนวนมากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยไม่ทราบสถานะของตนเอง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความจำเป็นของการคัดกรองเชิงรุกตั้งแต่ระดับชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างทันท่วงที
นางจีรวรรณ หัสโรค์ รองผู้อำนวยการกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นภาระสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งในมิติของจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบต่อทรัพยากรของประเทศในระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการเสริมความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยเฉพาะการยกระดับบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ให้เป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวัง และจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับชุมชน
รศ.ดร.ชีระวิทย์ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และวิชาการ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไตเรื้อรังมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และมักดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก การจัดการโรคอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยทั้งการป้องกัน การปรับพฤติกรรม และการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาปรับใช้ในบริบทจริงของชุมชน โดยเฉพาะการพัฒนาเครื่องมือ และทักษะที่ช่วยให้ อสม.สามารถประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำเบื้องต้น และติดตามผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างระหว่างองค์ความรู้กับการปฏิบัติจริงในระบบสุขภาพ
นายริคาร์เต้ ริเวร่า ผู้จัดการทั่วไป และหัวหน้าธุรกิจเภสัชภัณฑ์สำหรับมนุษย์ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสาธารณสุข การค้นหาความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในระดับชุมชน จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลอย่างต่อเนื่อง เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ มุ่งสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ แนวทางการคัดกรอง และการพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมศักยภาพ อสม. ให้สามารถทำหน้าที่คัดกรอง ติดตาม และประสานการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ระบบการดูแลสุขภาพเชิงรุกในระดับชุมชน และสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
////////////////////
24/03/2026
#ผู้ว่าโคราช อัญเชิญ ผ้าสไบสีเหลืองทอง ห่มถวายองค์ย่าโม เนื่องในงานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี ครบรอบ 200 ปี กู้เมืองนครราชสีมา
วันนี้( 24 มีนาคม 2569) เวลา 06.30 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงถวายเครื่องสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม ประจำปี 2569 เนื่องในงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ครบรอบ 200 ปี ประจำปี 2569 โดยมีนางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนร่วมในพิธีจำนวนมาก ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำส่วนราชการ ร่วมพิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญที่ได้กอบกู้เมืองนครราชสีมาไว้ในอดีต จากนั้นได้อัญเชิญ ผ้าสไบสีเหลืองทอง ขึ้นห่มถวายแก่องค์ท้าวสุรนารี ซึ่งสีของผ้าสไบนั้นจะขึ้นอยู่กับสีวันที่จัดงานคือวันที่ 23 มีนาคม สำหรับสีเหลืองทองเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง บารมี และความเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่บ้านเมืองและผู้มาร่วมงาน
สำหรับการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและเสียสละของท่านท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม วีรสตรีผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษครบรอบ 200 ปี ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นปีแห่งวีรกรรมกูเมืองนครราชสีมา ครบรอบ 200 ปี แห่งชัยชนะของท่านท้าวสุรนารี เพื่อแสดงพลังความศรัทธาและความกตัญญู และเพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารและของฝากจากร้านชื่อดัง การจำหน่ายสินค้าโอทอป การออกร้านนาวากาชาด การแสดงแสง สีเสียง ชุดย่าฉันท่านชื่อโม ตอนสัญญาเก่า 200 ปี การบินโดรนแปลอักษร รำวงย้อนยุค มวยไทย และการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดังทั้ง 12 คืน
24/03/2026
#รมว.วัฒนธรรม เปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี ครบรอบ 200 ปี ภริยานายกฯอนุทิน นำสตรีโคราชกว่า 7,410 ชีวิต ร่วมรำบวงสรวง
วันนี้(23 มีค.69) เวลา 19.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 ซึ่งในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปี แห่งวีรกรรมของท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม โดยงานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด 200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 รวม 12 วัน 12 คืน ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสนามหน้าศาลากลางจังหวัด
ในพิธีเปิดงานมีบุคคลชื่อดังสายเลือดโคราช 4 คน เป็นผู้ถือคบไฟเพื่อใช้ในพิธีจุดพลุ 4 มุมเมือง ได้แก่ สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งและพิธีกรชื่อดัง, พันโทหญิงอุดมพร พลศักดิ์ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก,วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์ (กัปตันกิ๊ฟ) อดีตกัปตันทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หนึ่งในตำนาน 7 เซียน และร้อยเอกหญิง ศุภกานต์ แย้มไทย พยาบาลทหาร ปฏิบัติโรงพยาบาลสนามที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในช่วงการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา นอกจากนี้มีนางธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นำสตรีชาวโคราชร่วมรำบวงสรวงจำนวน 7,410 คน ซึ่งเป็นเลขมงคลสื่อถึงพระชนมพรรษา 74 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในปี 2569 ซึ่งมีประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมพิธีเปิดกว่า 20,000 คน
สำหรับการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและเสียสละของท่านท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม วีรสตรีผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษครบรอบ 200 ปี ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นปีแห่งวีรกรรมก้องหล้า ครบรอบ 200 ปี แห่งชัยชนะของท่านท้าวสุรนารี เพื่อแสดงพลังความศรัทธาและความกตัญญู ให้ลูกหลานย่าโมและประชาชนได้ร่วมกันแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และเพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารและของฝากจากร้าน้าชื่อดัง การจำหน่ายสินค้าโอทอป การออกร้านนาวากาชาด การแสดงแสง สีเสียง ชุดย่าฉันท่านชื่อโม ตอนสัญญาเก่า 200 ปี การบินโดรนแปลอักษร รำวงย้อนยุค มวยไทย และการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดัง 12 คืน
24/03/2026
#สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จทอดพระเนตรพิธีรำบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์ย่าโม โดยสตรีชาวโคราชกว่า 7,410 คน ร่วมรำบวงสรวง เพื่อเชิดชูวีรกรรมอันหาญกล้าเสียสละของท้าวสุรนารี
วันนี้(23 มี.ค.69) เวลา 18.30 น.ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทอดพระเนตรการรำบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เนื่องในงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 หรือ งานย่าโม โดยมี นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถวายรายงานและเฝ้ารับเสด็จ พร้อม นางธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เฝ้ารับเสด็จกว่า 20,000 คน สำหรับพิธีรำบวงสรวงย่าโมนั้นปีนี้ มีสตรีชาวจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมจำนวน 7,410 คน ซึ่งผู้รำทุกคนได้พร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทยบรมพิมาน เสื้อสีขาวนวล ผ้าซิ่นสีเทาอมดำ
18/03/2026
#ผู้ว่าโคราช แถลงจัดใหญ่ 200 ปี วีรกรรมย่าโม ดึง 4 ฮีโร่สายเลือดโคราช สุนารี-อร-กิ๊ฟ-น้ำตาล ถือคบไฟจุดพลุ 4 มุมเมือง พร้อมสตรีโคราช 7,410 ชีวิต ร่วมรำบวงสรวง
วันนี้(17 มีค.69) เวลา 18.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยร้อยเอกหญิง จิตชนก กิจวิรัตน์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงความพร้อมการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 ซึ่งในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปี แห่งวีรกรรมของท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม โดยงานจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด 200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2569 รวม 12 วัน 12 คืน ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสนามหน้าศาลากลางจังหวัด
นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้ จังหวัดนครราชสีมาได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการรำบวงสรวงท้าวสุรนารี โดยมีสตรีชาวโคราชร่วมรำบวงสรวงจำนวน 7,410 คน ซึ่งเป็นเลขมงคลสื่อถึงพระชนมพรรษา 74 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในปี 2569 นอกจากนี้พระองค์ยังพระราชทานผ้าสไบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ เพื่อใช้ในพิธีบวงสรวงองค์ย่าโมประจำแต่ละอำเภอ ทั้ง 32 อำเภอ อีกด้วย สำหรับพิธีเปิดงาน มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยมีบุคคลชื่อดังสายเลือดโคราช 4 คน เป็นผู้ถือคบไฟเพื่อใช้ในพิธีจุดพลุ 4 มุมเมือง ได้แก่ สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งและพิธีกรชื่อดัง, พันโทหญิงอุดมพร พลศักดิ์ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก,วิลาวัลย์ อภิญญาพงศ์ (กัปตันกิ๊ฟ) อดีตกัปตันทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หนึ่งในตำนาน 7 เซียน และร้อยเอกหญิง ศุภกานต์ แย้มไทย พยาบาลทหาร ปฏิบัติโรงพยาบาลสนามที่อำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในช่วงการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา
สำหรับการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและเสียสละของท่านท้าวสุรนารี หรือ คุณย่าโม วีรสตรีผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษครบรอบ 200 ปี ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นปีแห่งวีรกรรมก้องหล้า ครบรอบ 200 ปี แห่งชัยชนะของท่านท้าวสุรนารี เพื่อแสดงพลังความศรัทธาและความกตัญญู ให้ลูกหลานย่าโมและประชาชนได้ร่วมกันแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และเพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น พิธีบวงสรวงและการรำบวงสรวงที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารและของฝากจากร้าน้าชื่อดัง การจำหน่ายสินค้าโอทอป การออกร้านนาวากาชาด การแสดงแสง สีเสียง ชุดย่าฉันท่านชื่อโม ตอนสัญญาเก่า 200 ปี การบินโดรนแปลอักษร รำวงย้อนยุค มวยไทย และการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดัง 12 คืน อย่างไรก็ตามขอยืนยันความพร้อมทั้งด้านการจราจร ความปลอดภัย และขอเชิญชวนชาวโคราชและนักท่องเที่ยว มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในงานเฉลิมฉลอง 200 ปีครั้งนี้ เพื่อแสดงพลังแห่งความศรัทธาและความกตัญญูที่มีต่อคุณย่าโมร่วมกัน นายอนุพงศ์ กล่าว
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nakhon Ratchasima
30000