Physics Homemade
ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาในการเรียนวิ?
ความผิดที่สวยงาม
06/04/2023
ไขข้อสงสัย ฟังเสียงตัวเองจากเครื่องบันทึกทำไมไม่เหมือนกับเสียงที่ฟังโดยตรงจากปาก
“อี๋…ทำไมเสียงเราเป็นแบบนั้นอะ”
ประโยคนี้คงเป็นปฏิกิริยาแรกของใครหลายคนเมื่อต้องได้ยินเสียงตัวเองผ่านเครื่องบันทึกเสียงหรือในวิดีโอเป็นครั้งแรก แล้วพบว่าเสียงของตัวเรานั้น มันไม่เหมือนกับเสียงที่เรารู้จักและได้ยินเวลาที่ตัวเองพูดมาตลอดทั้งชีวิตเลย
เสียงของตัวเรามันแปร่งและแปลกออกไป บางทีก็บอกไม่ได้หรอกว่ามันแปลกไปอย่างไร แต่ที่รู้ก็คือว่าเราไม่ชอบเสียงของตัวเองเลยเมื่อได้ยินมันผ่านไมโครโฟนหรือวิดีโอ ทำไมกันนะ? เพราะอะไรเสียงของเราถึงประหลาดออกไป ทั้งๆ ที่เสียงของคนอื่นก็ยังเหมือนเดิม
อันที่จริงแล้ว เสียงของตัวเราเองนั้น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทุกๆ คนมีความคุ้นชินมากที่สุดในร่างกายของตัวเอง มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราเพียงหนึ่งเดียวของโลกที่ใครก็ไม่สามารถขโมยมันไปจากเราได้ เสียงของเราเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สร้างตัวตนของเราขึ้นมาตั้งแต่เด็กจนโต
เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าเกิดว่าพอเรามาฟังเสียงของตัวเองในวิดีโอแล้วรู้สึกไม่ชอบหรือเกิดความรู้สึก “เขินอาย (Cringe)” ในเสียงของตัวเองผ่านเครื่องบันทึกต่างๆ แถมอันที่จริงแล้ว การไม่ชอบเสียงของตัวเองนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาเสียจนมีคำนิยามของมันโดยเฉพาะว่า Voice Confrontation หรือ “การเผชิญหน้ากับเสียงของตัวเอง” เลยทีเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น Creator ได้อย่างอิสระ ขอเพียงแค่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟนเครื่องเดียว เราก็สามารถทั้งทำรายการพอดแคสต์และรายการวิดีโอตัวเองไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ได้ ดังนั้นการที่เราได้ยินเสียงตัวเองแล้วเกิดไม่ชอบขึ้นมาก็อาจจะเป็นการบั่นทอนกำลังใจของเหล่าครีเอเตอร์มือใหม่หลายๆ คนได้ ดังนั้นเรามาลองสำรวจกันดีกว่าว่า เพราะเหตุใดเสียงของเราจึงแปลกออกไปจากที่เราเคยได้ยิน แล้วมีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้เรากลับมา “ชอบ” เสียงของตัวเองอีกครั้งได้
ทำไมเสียงของเราถึงแปลกออกไป ทั้งที่เสียงของคนอื่นยังเหมือนเดิม?
อันดับแรกสุดที่พวกเราทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าเสียงของเราถึงแปลกออกไปเวลาอยู่ในเทปหรือวิดีโอก็เพราะว่า “เราได้ยินเสียงตัวเองต่างจากคนอื่น”
โดยปกติแล้ว เมื่อเราได้ยินคนอื่นพูด คลื่นเสียงจะเคลื่อนที่ผ่านอากาศและเข้าสู่หูของเรา ทำให้กระบอกหูของเราสั่นสะเทือน แล้วสมองของเราก็จะเปลี่ยนการสั่นสะเทือนเหล่านั้นให้กลายเป็นเสียง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเป็นฝ่ายพูด เส้นเสียงและทางเดินหายใจของตัวเราเองก็จะสั่นไปด้วย นั่นหมายความว่าตัวเรานั้นจะได้รับเสียงจากสองแหล่งด้วยกัน แหล่งแรกก็คือคลื่นเสียงที่เดินทางเข้าสู่หูของเราจากเสียงของเราเอง ส่วนแหล่งที่สองก็คือเสียงที่เกิดจากการสั่นของเส้นเสียงของเรานั่นเอง
โดยทาง Martin Birchall ศาสตราจารย์ด้านกล่องเสียง ที่ University College London ได้อธิบายหลักการนี้อย่างง่ายเอาไว้ว่า เมื่อตัวเราเป็นฝ่ายพูด ก็เหมือนว่าทุกคนได้ยินเสียงผ่านลำโพง แต่ตัวเรานั้นจะได้ยินเสียงของตัวเองผ่านถ้ำที่ซับซ้อนในหัวของเราเอง
“เสียงจะดังไปทั่วรูจมูกของเรา พื้นที่ว่างทั้งหมดในหัวของเรา และส่วนกลางของหู ซึ่งเปลี่ยนวิธีที่เราได้ยินเสียงเมื่อเทียบกับเสียงที่คนอื่นได้ยิน” Martin Birchall กล่าวกับนิตยสาร TIME
สรุปก็คือ พวกเราทุกคนนั้นได้ยินเสียงของตัวเองผ่านการผสมผสานระหว่างสองเสียง (ปากและคอ) แต่คนอื่นๆ ได้ยินแค่เสียงที่ออกมาจากปากของเราเท่านั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาเราได้ยินเสียงของตัวเองในเครื่องบันทึกแปลกออกไป เสียงของตัวเองที่เราได้ยินจึงแตกต่างจากเสียงที่เราคุ้นเคยนั่นเอง
ด้วยเหตุผลนี้ คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าเสียงที่แท้จริงของตัวเองนั้นมีความลุ่มลึกและหนักแน่นกว่า เมื่อเทียบกับเสียงที่บันทึกแล้ว เสียงที่ได้จะบางกว่าและแหลมสูงกว่า ทำให้หลายคนเกิดอาการอาย (Cringe) ในเสียงของตัวเอง
แล้วทำไมเราถึงไม่ชอบเสียงของตัวเอง?
Neel Bhatt ผู้ช่วยศาสตราจารย์ โสตศอนาสิกวิทยา (Otolaryngology) UW Medicine มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของหู, จมูก, กล่องเสียงหรือช่องคอ, ศีรษะ และคอ ได้อธิบายถึงเหตุผลดังกล่าวอย่างเรียบง่ายเอาไว้ว่า
“เป็นเสียงใหม่จริงๆ เสียงที่แสดงความแตกต่างระหว่างการรับรู้ตนเองกับความเป็นจริง เนื่องจากเสียงของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นองค์ประกอบสำคัญในตัวตนของเรา (Self-Identity) ซึ่งความไม่ตรงกันนี้อาจทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจได้ เนื่องจากมันเป็นการทำให้เราตระหนักได้ทันทีว่า คนอื่นได้ยินเสียงเราเป็นอย่างอื่นมาโดยตลอด”
กล่าวโดยง่ายคือ เพราะเสียงของเราที่ถูกอัดผ่านเครื่องบันทึกเสียงหรือวิดีโอของเราไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังว่าจะได้ยิน ดังนั้นเราจึงไม่ชอบมัน
เรียนรู้ที่จะรักเสียงของตัวเอง
แต่การที่เราไม่ชอบเสียงของตัวเองนั้น ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องรู้สึกแย่กับเสียงของตัวเองไปตลอดชีวิต โดยเราสามารถค่อยๆ ฝึกฝนและปรับวิธีการพูดของตัวเองได้ เพื่อที่ว่าครั้งต่อไปที่เราต้องไปถือไมค์พูดหน้ากล้อง เราจะได้ย้อนกลับมาฟังเสียงของตัวเองแบบไม่กระมิดกระเมี้ยนจนเกินไปนั่นเอง
1. ฝึกวิเคราะห์เสียงของตัวเอง
ลองตั้งใจวิเคราะห์ฟังเสียงของตัวเองผ่านเทปบันทึกหรือวิดีโอ ลองดูว่ามีจุดไหนบ้างที่เราไม่ชอบและอยากจะปรับปรุงให้ดีขึ้น แถมการตั้งใจฟังเสียงของตัวเองซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยให้เราเกิดความคุ้นชินต่อเสียงของเราได้จนเราไม่เขินอายอีกต่อไป
2. ลดความเป็นทางการให้น้อยลง
เวลาเราอยู่หน้ากล้องหรือกำลังถือไมโครโฟนอยู่ หลายคนที่ไม่ชินก็มักจะพยายามพูดจาให้สุภาพและชัดถ้อยชัดคำมากเกินไป ทำให้มีอาการเกร็งเกินไปจนเรามารู้สึกแปลกๆ เอาภายหลัง ดังนั้นลองเน้นไปที่การพูดอย่างเป็นธรรมชาติโดยใช้คำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันแทน เพราะถึงแม้ว่าจะมีเราที่ได้ยินอยู่คนเดียว แต่การใช้คำศัพท์แบบธรรมชาตินั้นจะช่วยให้เรารู้สึกเขินน้อยลงเมื่อมาได้ยินเสียงตัวเองในภายหลัง
3. ลดความเร็วให้ช้าลง
เหมือนกับข้อก่อนหน้านี้ เวลาที่คนเราจำเป็นจะต้องถือไมค์หรือรู้ว่ากำลังมีกล้องถ่ายเรารู้นั้นมักจะทำให้เรารู้สึกประหม่าหรืออ่านสคริปต์เร็วกว่าปกติจนทำให้เสียงของเรานั้นแปลกออกไป เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามลดความเร็วในการพูดของเราให้ใกล้เคียงกับจังหวะการพูดปกติของเราให้ได้มากที่สุด ซึ่งเมื่อเราพูดอย่างผ่อนคลายตามจังหวะของตัวเองนั้น เสียงที่แท้จริงของเราก็จะถูกเปล่งออกมานั้นเอง
ในท้ายที่สุดนี้ ถ้าหากใครก็ตามที่กำลังมีปัญหาเรื่องความมั่นใจในเสียงของตัวเองอยู่ละก็ พยายามฝึกฝนวิธีการพูดให้เยอะ เพื่อที่ว่าเราจะได้คุ้นชินกับเสียงของตัวเองเวลาที่ต้องอัดเสียงหรือวิดีโอต่างๆ และอย่าลืมว่าบางที ความกังวลที่ตัวเรากำลังมีอยู่นี้ อาจจะเป็นเพียงเสียงภายในจิตใจ ที่ตัวเรา “คิดไปเอง” ก็เป็นได้ ดังนั้นมั่นใจเข้าไว้
- - - - - - - -
เปิดขายบัตร Early Bird แล้ววันนี้! “Mission To The Moon Forum 2023 : Work-Life Improvement พัฒนาทักษะชีวิตและการทำงานในวันนี้ให้ดีกว่าเดิม”
งานที่จะพาทุกคนไปรับแรงบันดาลใจ พร้อมเรียนรู้ทักษะแห่งการทำงานและชีวิต กับ Speakers แนวหน้าของประเทศไทยกว่า 20 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น รวิศ หาญอุตสาหะ, ธนา เธียรอัจฉริยะ, จรีพร จารุกรสกุล, สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์, สรกล อดุลยานนท์ และอีกมากมาย ที่จะมาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ใน 9 Sessions และ 4 Workshops ที่คัดสรรเนื้อหามาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ
🔥 รอบ Early Bird เปิดขายตั้งแต่วันที่ 3 - 24 เมษายน 2023 เท่านั้น! ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ทาง : http://bit.ly/40swbLJ
📌 Early Bird Ticket
[ ] 2,200 บาท (จากราคาเต็ม 2,500 บาท)
📌 Early Bird Ticket + Limited Edition Book (บัตรเข้างาน Early Bird Ticket คู่กับ “เมื่อโลกเสียงดังเกินไป” หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดจาก รวิศ หาญอุตสาหะ ฉบับปกแข็ง)
[ ] เพียง 2,500 บาท (จากราคาเต็ม 2,920 บาท)
📌 Workshop
[ ] เริ่มต้น 400 บาท
🗓 พบกับ Mission To The Moon Forum 2023 ในวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2023 นี้ ที่ Samyan Mitrtown Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
อ้างอิง:
- Why do we hate the sound of our own voices? : Neel Bhatt, The Conversation - http://bit.ly/3JVyVve
- The real reason the sound of your own voice makes you cringe : Phillip Jaekl, The Guardian - http://bit.ly/3n79Rs9
- Why Do I Hate the Sound of My Own Voice? : Kate Samuelson, TIME - http://bit.ly/3JvW9Xe
- Why You Hate the Sound of Your Own Voice (And Tips To Get Used to It) : Rev - http://bit.ly/3lxjMXx
31/01/2022
HAPPY CHINESE NEW YEAR 2022
29/12/2021
ตามนุษย์ คือ กายหยาบ
"คุณไม่สามารถพึ่งพาดวงตาของคุณได้ เมื่อจินตนาการของคุณอยู่นอกโฟกัส"
Mark Twain, Writer
25/03/2021
ข้าวปลาไม่กินนน นั่งรินกินแต่เหล้าขาววว
“ปีนี้ TCAS64 เปลี่ยนคนออกข้อสอบเป็น สสวท.
ทำให้วิชาคณิตศาสตร์กับกลุ่มวิทยาศาสตร์
แนวข้อสอบเปลี่ยนไปทั้งหมดครับ”
ดร.พีระพงศ์ ตริยเจริญ
ผู้ช่วยเลขาธิการที่ประชุม
อธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
ผู้จัดการระบบ TCAS
เตรียมตัวอย่างดี
ทำโจทย์เก่าเป็นปี
แต่ไม่มีในข้อสอบ
written by Branding by Boy
นี่ไม่ใช่เรื่องดราม่าทางการศึกษา แต่เป็นความจริงวันนี้ ที่เด็ก ม. 6 กำลังเผชิญหน้า ประเด็นจริงๆมันมีอะไรบ้าง
1) จริงๆดีแล้วนะ เห็นด้วยที่เอาคนเขียนหลักสูตร ทำแบบเรียน มาออกข้อสอบ มันควรเป็นแบบนั้นตั้งนานแล้ว เพราะข้อสอบ จะได้ตรงกับเนื้อหาที่เด็กเรียนจริงๆครับ
2) แต่พอไปเน้นการทดลอง เน้นการวิเคราะห์จากเนื้อหา ความซวยบังเกิด เพราะเด็กบางคนเตรียมตัวล่วงหน้ามาเป็นปี บางคนฝึกทำข้อสอบเก่าย้อนหลังหลาย 10 พ.ศ. เพื่อรับมือกับแนวข้อสอบที่ตนมั่นใจว่าน่าจะมาทางเดิมๆ แต่นี่เป็นปีแรกที่เปลี่ยน แล้วเด็กที่เก็งแนวข้อสอบเก่ามา กลับใช้ยึดเป็นแนวทางไม่ได้เลย
3) คุณลองนึกสภาพเด็กที่เตรียมตัว เรียนกวดวิชากันมาเข้มข้น หมดไปหลายหมื่น ปรากฏว่าสิ่งที่เรียนมา ติวมากลับใช้ไม่ได้ เป็นเรื่องน่าเจ็บใจ และน่าผิดหวังของเด็กๆมากทีเดียว เงินของผู้ปกครองที่ปลิวไปกับการกวดวิชา แต่ไม่ออกสอบ สะท้อนว่า มันไร้ประโยชน์
4) พอเด็กๆไม่มีแนวทางข้อสอบเก่า เพราะเป็นปีแรกที่ สสวท. มาออกข้อสอบเอง แน่นอนว่า พวกเขาไม่รู้ว่าจะออกอะไร เดาทางไม่ถูก ปีนี้จึงเป็นปีแห่งการงมเข็มในมหาสมุทรของเด็ก เพราะมันไม่เคยมีข้อสอบสไตล์นี้มาก่อนให้เด็กๆทำ พวกเขารู้แนวทางที่แท้จริง นอกจากเดาว่าน่าจะออกอะไร แต่ก็อาจจะคาดเดาไม่ได้อยู่ดี
5) ปัญหาของเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นผ่านการสอบ PAT ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เด็กๆออกมาบ่นว่า "สิ่งที่พวกเขาเตรียมตัวไป = 0" เพราะข้อสอบไม่ได้ออกสิ่งเหล่านั้นเลย พวกเขาไม่รู้เลยว่าข้อสอบจะออกมาแบบนี้
6) คนออกข้อสอบไม่ได้สอบเอง คนสอบไม่รู้ว่าออกอะไรในข้อสอบ เท่ากับเป็นความล้มเหลวของเด็กๆในปีนี้ ที่พวกเขาเตรียมตัวอะไรไปก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์ เพราะคนออกข้อสอบ ไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของคนเตรียมตัวว่า มันยับเยินแค่ไหน กับการเปลี่ยนแปลงแบบนี้
7) หลายคน อาจจะมองว่า "จะได้ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เด็กที่ไม่ได้กวดวิชา ก็จะได้ทำข้อสอบได้" แต่กลับลืมไปว่า เด็กตั้งใจเรียน ที่ไม่ได้กวดวิชา ก็เตรียมตัว โดยใช้แนวข้อสอบเก่าเช่นกัน ในการอ่านเกมข้อสอบ และฝึกทำโจทย์เก่าๆ ดังนั้น ไม่ใช่ประเด็นว่าเก่ง หรือไม่เก่ง เหลื่อมล้ำหรือไม่ แต่ปัญหาคือ "ฉันไม่รู้ว่าเธอจะออกข้อสอบแนวไหน เพราะฉันก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยทำมาก่อน"
8) แล้วเด็กพึ่งพาใครได้ อนาคตที่สอบติด หรือไม่ติด แขวนไว้กับแนวทางข้อสอบใหม่ ที่เดาใจกรรมการออกข้อสอบไม่ถูก เด็กทั้งเครียด กดดัน และทำข้อสอบไปแบบที่พวกเขามองไม่เห็นทางพิชิตข้อสอบ โรงเรียนน่าจะเตรียมตัวให้พวกเขาได้ดีกว่านี้ เพื่อรับมือกับข้อสอบที่เปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีใครที่พวกเขาพึ่งได้เลย
การเปลี่ยนแนวทางข้อสอบ หรือการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับศึกษา ต้องไม่ลืมว่ามันมีผลต่ออนาคตของเด็กๆทุกคนในประเทศ...ผู้ใหญ่ต้องรับรู้ และไม่ลืมนะว่าคุณมีผลต่อชีวิตพวกเขามากแค่ไหน
ข้อสอบแบบใหม่นี้ อาจจะฆ่าเด็กเก่ง หรือเด็กที่เตรียมตัวมาอย่างหนัก ไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวมาทำไม เพราะไอ้ที่เตรียมมา มันไม่ออกแบบนั้นอีกแล้ว น่าเศร้ามาก
แล้ว Dek 65 ล่ะ ชีวิตพวกเขาแขวนไว้กับอะไร?!?
จะมีอะไรเปลี่ยนอีกไหม???
#ข้อสอบกำลังฆ่าฉัน
*
แวะมาติวที่ Panya Society
https://www.panyasociety.com/
*
#วิชาสามัญ
ติดตามข่าวสารการศึกษา สรุปสูตร คอร์สต่าง ๆ
ช่องทางอื่นๆ ได้ที่
+++++++++
IG: Panya_Society
Twitter: PanyaSociety
YouTube: PanyaSociety
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
ถนน ชุมพร
Phuket
83000
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:00 - 19:00 |
| อังคาร | 08:00 - 19:00 |
| พุธ | 08:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 08:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 08:00 - 19:00 |
| เสาร์ | 08:00 - 19:00 |
| อาทิตย์ | 08:00 - 19:00 |