Vejasorn Diary
รวบรวม อนุรักษ์ เผยแผ่วิชาแพทย์แผนไทย
ติดต่องาน : 092 916 2255
Line @vejasorn
ช่องทางให้บริการ : https://linktr.ee/Vejasorn
03/06/2026
อาหารเป็นยา เป็นยาได้อย่างไร ?
เริ่มต้นจาก อาหารที่ดี ในมุมมองจากพระไตรปิฎก
มีข้อ 2 ดังนี้
#ข้อที่ 1 ความเป็นวัตถุธาตุย่อยสลายได้ง่าย
เมื่อบริโภคอาหารเข้าสู่ภายในร่างกาย อาหารชนิดๆ นั้นถูกย่อยสลายได้ง่าย โดยกำลังที่สม่ำเสมอของไฟย่อยอาหาร (สมธาตุ) กล่าวคือ อาหารในลำไส้ไม่ถูกย่อยสลายเร็วหรือช้าจนเกินไป (อิ่มและอยู่ท้อง) เพราะอาหารที่ถูกบริโภคจะกลายเป็นอาหารใหม่ (อุทริยัง) ซึ่งเป็นองค์ประกอบของธาตุดินภายในร่างกาย 20 ประการ
- อาหารใดก็ตามที่ตรงกันข้ามกับข้อที่ 1 จึงถูกจัดเป็นอาหารแสลง (อชิณธาตุ) เช่น การบริโภคเนื้อสัตว์มากเกินไป หรือบริโภคแต่เฉพาะเนื้อสัตว์ อาหารดิบ (ยังไม่ผ่านกระบวนการปรุงสุก) อาหารหมักดอง (ย่อยสลายเร็ว ไม่อยู่ท้อง)
#ข้อที่ 2 โอชะมาก (สารอาหารสูง)
อาหารที่มีโอชะมาก ย่อมเป็นอาหารที่สดใหม่ โอชะเป็นรูปที่อาศัยอยู่กับวัตถุธาตุ 4 หากวัตถุธาตุ 4 ไม่บริบูรณ์ เช่น เก่า เก็บ ค้างนาน หรือถูกนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปหลายขั้นตอน การหมักดอง เป็นต้น ก็เป็นเหตุทำให้ปริมาณโอชะของอาหารชนิดนั้นๆ ลดน้อยลงไป
- อาหารใดก็ตามที่ตรงกันข้ามกับข้อที่ 2 จึงถูกจัดเป็นอาหารแสลง (อชิณธาตุ) เช่น อาหารหมักดอง (สารอาหารน้อย รสจัด ฤทธิ์ร้อน) เหล้า เบียร์ (รสเมาเบื่อ ฤทธิ์ร้อน) กล่าวคือ ประโยชน์ของอาหารคือ โอชะ แต่ของหมักดองเมื่อบริโภค ธาตุภายในร่างกายได้รับโอชะน้อย แต่ได้รับรส ฤทธิ์ร้อน ทำให้ธาตุจลนะและอาจเกิดพยาธิได้มากขึ้น โดยเฉพาะยิ่งเมื่อเจ็บป่วยอยู่แล้ว
อาหารเป็นยา ในมุมมองของแพทย์แผนไทย
(วัตถุประสงค์ของตำรับยาสมุนไพรคือ รักษาที่กองสมุฏฐาน)
มีลักษณะ 3 ข้อดังนี้
1.อาหารที่ย่อยสลายได้ง่าย (ส่งเสริมกระบวนการย่อยอาหาร - สมธาตุ) และมีความอยู่ท้อง (บริโภคแล้วอิ่ม ไม่รู้สึกหิวกระหายบ่อย)
2.อาหารที่มีโอชะสูง - อาหารสดใหม่ ผ่านกระบวนแปรรูปน้อย
3.อาหารที่มีรส ฤทธิ์และโอชะ ส่งเสริมการทำงานของตรีธาตุสมุฏฐานหทัย อุทริยะ และกรีสะ กองพิกัดสมุฏฐานใดกองพิกัดสมุฏฐานหนึ่ง
ยกตัวอย่าง แกงเลียงหัวปลีในหญิงหลังคลอดบุตร
เป็นอาหารที่มีลักษณะแกงอุ่นร้อน รสเผ็ดร้อน ฤทธิ์ร้อน ช่วยส่งเสริมการทำงานของธาตุไฟย่อยอาหารให้สามารถทำหน้าที่ย่อยได้เป็นปกติ - ร่างกายได้รับรส โอชะจากอาหารที่บริโภค , เพิ่มกำลังลมในไส้ช่วยให้ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้ เป็นต้น วัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารเป็นวัตถุดิบที่มีความสดใหม่หลายชนิด - มีโอชะหลากหลาย และรส ฤทธิ์ สรรพคุณของวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นแกงเลียงหัวปลีนั้น ส่งเสริมการทำงานของอุระเสมหะ (อาศัยธาตุไฟเป็นเจ้าเรือน) ทำให้กระบวนการจลนะเลือดบริเวณทรวงอกดขึ้น ส่งผลทำให้เลือดไหลเวียนไปยังต่อมน้ำนมและกระบวนการผลิตน้ำนมของมารดาหลังหลอดบุตรเพิ่มขึ้น จึงกล่าวได้ว่า อาหารเป็นยา
ปล. อาหารเป็นยา เพราะนอกจากบริโภคแล้วอิ่ม อยู่ท้องและได้สารอาหารแล้วรส ฤทธิ์และสรรพคุณของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร ยังช่วยส่งเสริมกองสมุฏฐานให้อยู่ในเจ้าเรือนเดิมร่วมด้วย
ภาพจาก
https://www.youtube.com/watch?v=chOuZvvssXU
Q : ทำไมอาจารย์ถึงแปลวักกังว่าเป็นไตคะ ?
A : ธาตุ หากนิยามจากพระไตรปิฎก เนื้อหาในไตรปิฎกแปล วักกัง ว่าเป็นไตครับ ไต (วักกัง) เป็นประธานในธาตุดินชั้นวักกปัญจกะ ประกอบด้วย นหารู มังสัง อัฐิ อัฐิมิญชัง หมายความ การทำหน้าที่ของไต นั้นสัมพันธ์กับเส้น เนื้อ กระดูกและเยื่อในกระดูก
กล่าวคือ ไตดี ธาตุดินอีก 4 ก็ดี วักกัง แปลว่า อวัยวะที่รับอาหารไว้ ในแง่ของกองสมุฏฐานก็คือ ไตเป็นอวัยวะในส่วนของอุระเสมหะที่รับรส โอชะจากศอเสมหะ (จุดรวมของเส้นน้อยใหญ่ทั่วร่างกาย) เพื่อไหลเวียนผ่านเอ็น เนื้อ กระดูก และเยื่อในกระดูกไปทั่วร่างกายนั่นเอง
ในมุมกลับกันเอ็นดี เนื้อดี กระดูกและเยื่อในกระดูกดึ ไตก็ดี.
จะสังเกตว่ายาที่ใช้รักษาอาการปวด มักมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและขับระบายปัสสาวะ
ปล. แต่ในตำราแผนไทย วักกัง - ปิหกัง ก็ยังคงสลับอยู่มาจนถึงปัจจุบัน !
27/05/2026
คนไข้มาด้วยอาการชาปลายนิ้วมือ
- ที่ตั้งของโรคคือ ธาตุลม
- จับชีพจรพบว่า สุมนาวาตะกำเริบร้อน
เคสแบบนี้ ถ้าจ่ายสหัศธารา แก้ลมแก้เส้น หรือยาที่มีรสเผ็ด (ฤทธิ์) ร้อนอื่นๆ ไม่เหมาะเพราะจะยิ่งทำให้ระบบวาตะร้อนมากขึ้น อาจทำให้สัตถกวาตะ หทัยวาตะเสียเจ้าเรือนไปร่วมด้วย กรณีที่สุมนาวาตะร้อนแบบนี้ บ่งบอกว่า ธาตุลมภายในร่างกายหมุนเวียนขึ้นไปคั่างค้างด้านบนมากกว่า
กำหนดสุมนาวาตะเป็นเวชพิกัดในการรักษา
ใช้เวชวิธีคือ ยาถ่ายเส้นเอ็น (ขมสุขุม) และประสะเจตพังคี (ขมร้อน)
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?