Elec Thai
เพจที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านไฟฟ้าอุตสาหกรรม PLC, SCADA, IoT, อิเล็กทรอนิกส์, ไมโครคอนโทรลเลอร์ และ Automation
26/01/2026
✨ การเลือก PLC ให้เหมาะกับงาน (แบบช่างหน้างานเข้าใจง่าย)
เลือก PLC ผิด = งานสะดุด + งบบาน + ปวดหัวตอนเทสเครื่อง
เลือก PLC ถูก = จบงานไว ใช้ของตรงงาน ไม่ต้องแก้แล้วแก้อีก
วันนี้สรุปให้แบบ สั้น ๆ แต่รู้เรื่อง สำหรับคนทำงานโรงงานและช่าง Automation 👇
🔹 1) Siemens LOGO! (งานเล็ก–คอนโทรลง่าย)
เหมาะกับงาน:
ปั๊มน้ำ, พัดลม, Auto/Manual ง่าย ๆ
ระบบที่มี I/O ไม่เยอะ และต้องการความเสถียรสูง
ข้อดี: เขียนง่าย ราคาดี บึ้กทน
ข้อควรระวัง: I/O น้อย ขยายได้จำกัด
🔹 2) Siemens S7-1200 (งานโรงงานทั่วไป)
เหมาะกับงาน:
เครื่องจักรขนาดกลาง–ใหญ่
ต้องเชื่อม HMI/SCADA, มี Network
ข้อดี: แข็งแรง เหมาะกับงานจริง เก็บ Data ง่าย
ข้อควรระวัง: ราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น แต่จบงานชัวร์
🔹 3) Mitsubishi FX5U / FX5UC (สายญี่ปุ่น)
เหมาะกับงาน:
โรงงานญี่ปุ่น, งาน Motion เบา ๆ
ต้องการความเร็ว Scan Time ดี
ข้อดี: ทำงานเร็ว, ฟีเจอร์ครบ
ข้อควรระวัง: คู่มืออ่านยากกว่าเจ้าอื่นนิดนึง
🔹 4) Omron CP1E / CP2E (โคตรคุ้ม)
เหมาะกับงาน:
Automation ทั่วไป, เครื่องแพ็ค, Conveyor
ข้อดี: ราคาคุ้ม ฟีเจอร์ครบ รองรับ Sensor เยอะ
ข้อควรระวัง: Communication ต้องเลือกรุ่นให้ถูก
🔹 5) Delta DVP / AS-Series (งานราคาประหยัด)
เหมาะกับงาน:
เครื่องจักร SME, ระบบไม่ซับซ้อน
ข้อดี: ราคาเข้าถึงง่าย หาของง่าย
ข้อควรระวัง: คุณภาพและเสถียรสู้ Siemens/Mitsu ไม่ได้
🎯 แล้วจะเลือกยังไงให้ถูกงาน?
ดู 3 อย่างพอ
จำนวน I/O ที่ต้องใช้
ต้องเชื่อมอะไรบ้าง? (HMI, SCADA, Power Meter, Sensor)
งบ + ระดับความเสถียรที่ต้องการ
เลือกให้ตรงงาน → งานจบเร็ว ลูกค้าชอบ ช่างก็ไม่ปวดหัว
ถ้าอยากอ่านแบบละเอียด พร้อมตัวอย่างงานจริง อ่านต่อได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์นะครับ 👇📘⚡
17/01/2026
DI / DO / AI / AO คืออะไร? อ่าน IO Map ให้เป็นใน 10 นาที
👷♂️ ช่างไฟ – ช่างเครื่อง – คนเขียน PLC
ถ้าเข้าใจ 4 คำนี้ จะต่อสายเป็นเร็วขึ้นครึ่งวัน
แถม Debug หน้างานง่ายขึ้นแบบเห็นผลทันที
🔵 DI – Digital Input
PLC รับสถานะเข้ามาแบบ ON / OFF
เช่น
• ปุ่มกด
• Limit Switch
• Photo Sensor
👉 ค่าเป็น “0 หรือ 1” เท่านั้น
🟢 DO – Digital Output
PLC สั่งอุปกรณ์ให้ “ทำงาน / หยุดทำงาน”
เช่น
• Contactor
• Relay
• Solenoid Valve
👉 คือคำสั่งที่ออกจาก PLC ไปโลกจริง
🟠 AI – Analog Input
ค่าที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เช่น
• อุณหภูมิ
• ความดัน
• อัตราการไหล
👉 นิยม 4–20 mA / 0–10 V
🔴 AO – Analog Output
PLC สั่งอุปกรณ์แบบ “มาก–น้อย”
เช่น
• สั่งความเร็ว Inverter
• เปิด Valve 0–100%
👉 ควบคุมระดับได้ ไม่ใช่แค่ ON/OFF
🧩 สรุปจำง่ายที่สุด
DI = PLC ฟังจากหน้างาน
DO = PLC สั่งของจริง
AI = PLC รับค่าต่อเนื่อง
AO = PLC สั่งค่าต่อเนื่อง
💡 ทิปจาก Elec Thai
เวลาต่อสาย IO หน้างาน
“อ่าน IO Map ให้เป็นก่อน”
ลดงานผิดพลาดได้เยอะกว่า 50%
📘 อ่านบทความเต็ม (พร้อมภาพอธิบาย) 👉
🔗 ลิงก์บทความในคอมเมนต์
#ช่างไฟ #โรงงาน ื้นฐาน
11/02/2025
ทำความรู้จักกับ Input/Output (I/O) ใน PLC
⚙️ I/O คืออะไรใน PLC? ทำไมถึงสำคัญ? 🤔
เมื่อพูดถึง PLC (Programmable Logic Controller) หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Input และ Output (I/O) แต่รู้หรือไม่ว่า I/O คือส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำให้ PLC สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ได้? วันนี้เราจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับการทำงานของ I/O ใน PLC ครับ!
Input/Output (I/O) คืออะไร?
Input (อินพุต):
Input คือสัญญาณหรือข้อมูลที่ PLC รับเข้ามาเพื่อใช้ในการประมวลผล เช่น สัญญาณจากเซ็นเซอร์, ปุ่มกด, หรือสวิตช์
การทำงานของ Input จะบ่งบอกถึงสถานะหรือการกระทำที่เกิดขึ้นในระบบ เช่น การเปิดปิดสวิตช์, การเคลื่อนไหวของเครื่องจักร, หรือสถานะการทำงานของเครื่องมือ
Output (เอาต์พุต):
Output คือคำสั่งที่ PLC ส่งไปควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น การเปิด-ปิดมอเตอร์, การจ่ายน้ำ, หรือการเปิดปิดไฟ
Output คือผลลัพธ์จากการประมวลผลคำสั่งในโปรแกรม PLC ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบ
ประเภทของ I/O ใน PLC
1. Digital I/O (DI/DO)
Digital Input (DI): รับสัญญาณที่มีแค่ 2 สถานะ เช่น เปิด/ปิด หรือ 1/0 เช่น เซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือสวิตช์
Digital Output (DO): ส่งสัญญาณที่มีแค่ 2 สถานะ เช่น เปิด/ปิด เช่น การเปิด-ปิดมอเตอร์หรือไฟ
2. Analog I/O (AI/AO)
Analog Input (AI): รับสัญญาณที่มีค่าต่อเนื่อง เช่น อุณหภูมิ, ความดัน, หรือการไหลของน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
Analog Output (AO): ส่งสัญญาณที่มีค่าต่อเนื่อง เช่น การควบคุมความเร็วของมอเตอร์ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:30 - 17:30 |
| อังคาร | 08:30 - 17:30 |
| พุธ | 08:30 - 17:30 |
| พฤหัสบดี | 08:30 - 17:30 |
| ศุกร์ | 08:30 - 17:30 |
| เสาร์ | 10:00 - 17:30 |
| อาทิตย์ | 10:00 - 17:00 |