Cluster Group

Cluster Group

แชร์

เพื่อการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์
งานสารสนเทศ

07/06/2026

แอ๊ดมาแว้วววค่าาาา คืนนี้ตามอ่านน้องนิลกะคุณแดเนียลกันต่อ ว่าพวกเขาจะทำยังไงกันต่อปายยยยย
💖💖💖💖💖💖
:: #พราวพรายมนตราแห่งความรัก :: "อังสนา พัฒนภักดี" บทที่ 8
“ไม่มีรูปี...”
เสียงพึมพำเบา ๆ เอ? หรือจะไม่เบา เพราะมันทำให้แดเนียลต้องละสายตาจากโน้ตบุ้คที่ยืมมาจากห้องรับรอง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองดูหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงกับถุงน้ำเกลือ

หลังจากที่พบเธอตรงทางเดินของเทอร์มินัลนี้ แล้วอุ้มกลับเข้ามาที่ห้องรับรองพิเศษ โทรศัพท์ตามหมอที่คลินิกให้มาดู เขานั่งเฝ้าเธอเกือบจะชั่วโมงกว่าที่เธอจะรู้สึกตัว อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่เป็นอะไรมากไปกว่าการอ่อนเพลีย ให้น้ำเกลือแล้วนอนพัก

เขาเริ่มสงสัยว่าเธอไปอยู่ที่ไหนมา โดนใครทำร้าย หรือว่า หนีออกไปชอปปิ้งเพลินจนหมดเรี่ยวหมดแรง ทำไมเขาถึงต้องร้อนรน เป็นห่วงเป็นใยเด็กผู้หญิงคนนี้มากขนาดนี้ แม้จะพอเหตุอ้างได้ว่าคนทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน และความประทับใจส่วนตัว ดูมันก็จะร้อนรุ่ม ทุรนทุรายเกินปกติไปเสียเหลือเกิน

“นี่เธอละเมอหรือนี่... ให้ตายสิ!”

แดเนียลส่ายหน้า หัวเราะออกมาเบา ๆ เดินเข้ามาใกล้ ๆ เตียง นึกเอ็นดูร่างที่นอนบิดกลิ้งไปกลิ้งมาขึ้นมาในทันที แล้วนี่เขาจะทำยังไงกับเธอดี อย่างน้อยที่สุดก็ขอฟังคำตอบสักนิดว่าเธอหายไปได้มาตั้งเกือบห้าชั่วโมงจนต้องตกเครื่องบินอย่างนี้

มันไม่ใช่แค่เธอ แต่เป็นตัวเขาด้วย!

ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกชินกับการเฝ้ามองดูเด็กสาวคนนี้ ยามที่เธออยู่ใกล้ๆ เขาสุขใจอย่างประหลาด มันเป็นความเงียบสงบที่รู้สึกถึงความเบาสบาย เหมือนสายหิมะแรก ที่ตกลงมาเบา ๆ จากฟากฟ้า มันเต็มไปด้วยความเย็นฉ่ำ แต่ก็อบอุ่นอยู่ในใจ

ช่างเหมือนว่าเขาคุ้นเคยกับเธอมาแสนนาน...

🌸🌸🌸🌸🌸🌸
“ครับคุณลุง ผมอยู่ที่เดลี ที่ห้องรับรองพิเศษของคลัสเตอร์แอร์”

ชายหนุ่มตอบรับโทรศัพท์มือถือที่เรียกเข้ามา เสียงพูดของเขาคงทำให้ร่างบนเตียงขยับตัวอีก จนต้องเดินถอยห่างออกมานั่งที่เก้าอี้นวมอีกตัว ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับโต๊ะที่ใช้นั่งทำงานเมื่อครู่ เพื่อไม่ให้การสนทนารบกวนคนที่กำลังหลับใหล

“งั้นนายฟังอย่างเดียว แล้วกัน พอดีฉันมีธุระอยู่กับท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยหิมาลัย แล้วท่านประธานคลัสเตอร์ก็โทรมาเป็นการส่วนตัวว่ามีเรื่องเจ้าหน้าที่ของคลัสเตอร์หายตัวไปที่สนามบินเดลี...เหมือนตอนนี้จะเจอแล้วใช่ไหม”

“ครับ ใช่ ผมอยู่กับเธอ”

แดเนียลอดสงสัยไม่ได้ เรื่องราวช่างเดินทางไปถึงเร็วเสียเหลือเกิน แต่ต่อให้เร็วขนาดไหนก็ตาม ทำไมถึงท่านประธานของคลัสเตอร์กรุ๊ปต้องเป็นคนติดต่อมาด้วยตัวเองแบบนี้ แถมคุณลุงของเขายังบอกอีกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

“งั้นให้ถือนี่เป็นคำสั่งเลยนะ นายต้องเป็นคนพาเด็กคนนี้มาถึงมหาวิทยาลัย... ให้มาถึงศีตรวิปุระอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะใช้เส้นทางไหนก็ตาม แล้วไม่ต้องรอเครื่องถึงอาทิตย์หน้าหรอกนะ”

“ครับ ผมเรียกเครื่องส่วนตัวของคุณลุงมารับเลยได้ไหม ไหน ๆ ก็จะได้มั่นใจในความปลอดภัย”

“เครื่องฉันจะต้องใช้ไปอังกฤษกับท่านอธิการบดีตอนนี้แล้ว นายจัดการทุกอย่างตามความเหมาะสมก็แล้วกัน ถ้ามีค่าใช้จ่ายมากเกินความจำเป็น ฉันจะให้ฝ่ายการเงินยัดมันใส่ลงไปในบัญชี ตัดจากเงินเดือนของนาย...”

ท่านคงเคยชินกับประโยคนี้กับคนอื่น ผิดไปล่ะไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน...

แม้น้ำเสียงนั้นอาจฟังดูเหมือนทีเล่นทีจริง แต่แดเนียลก็รู้ดีว่า ลุงของเขาไม่เคยพูดเล่น ทุกอย่างที่ท่านเอาขึ้นมาเป็นภารกิจ เป็นเรื่องงานแล้วเอาจริงเอาจังเสมอ สำหรับท่าน โมฮัมเหม็ด ปาชาห์ โมริยะ รวิจันทรา คนนี้

“กลับมาให้ทันก่อนประชุมตอนบ่ายวันจันทร์ ฉันมีธุระสำคัญจะต้องให้นายทำต่อด้วย”

“ครับ”

เขารับคำสั่งสั้น ๆ ธุระของท่าน ยิ่งออกปากเป็นคำสั่งกับหลานชายคนนี้แล้ว ไม่เคยเห็นเลยที่จะมีเรื่องไหนที่ไม่สำคัญ บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ ลูกชายทั้งสี่คนของท่านหายไปอยู่ที่ไหนกันหมด

แต่นั่นแหละ กิจการธุรกิจใหญ่น้อยในมือของท่านฮัมเหม็ด ก็ไม่เห็นมีลูกของท่านคนไหนสนใจจะทำจริง ๆ จัง ๆ นอกจากลูกสาวอีกสองคน ซึ่งท่านก็ไม่เคยให้ทำภารกิจหนักหนา แค่แยกไปคุมโรงงานในประเทศ

ส่วนใหญ่ลูกชายทั้งหลายก็แค่ใส่ชื่อนั่งแป้นให้ครบตำแหน่ง มากกว่าจะลงมือทำมันจริง ๆ

แดเนียลส่ายหน้า สายถูกตัดไปแล้ว เขาถอนหายใจ เริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้วว่าทำไมพ่อของเขา ถึงแยกตัวออกไปอยู่ที่อังกฤษ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสบายกว่าเป็นไหน ๆ พ่อไม่เคยสนใจธุรกิจมากมายมหาศาลในศีตรวิปุระ ที่ถูกผูกขาดอยู่กับตระกูลโมริยะ รวิจันทรามาตั้งแต่ไหน ๆ

และก็เข้าใจดีมากยิ่งขึ้นว่าทำไม ลุงของเขาจึงเลือกเน้นมาทางสายธุรกิจมากกว่าด้านการเมืองบริหารศีตรวิปุระ เพราะยังไงก็ตาม ไม่ใช่แค่เรื่องตระกูลของเขา แต่มันเป็นการเบ็ดเสร็จควบคุมกิจการได้เป็นอย่างดี

โชคดีของศีตรวิปุระ แม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมาช้านาน ตระกูลอันเก่าแก่ของเขาก็ไม่เคยใช้อำนาจทางการค้ามาทำให้ประเทศชาติล่มจม

ชายหนุ่มกดโทรศัพท์ปิด ไม่ได้คิดบ่นในใจอะไรต่อ เพราะโทรศัพท์เริ่มสั่นใหม่อีกครั้ง คราวนี้เมื่อเขาเห็นชื่อที่ขึ้นมา เขาก็อยากหัวเราะให้เสียงดังแทน

“น่าดีใจ... อิจฉาแทนนายจริง ๆ จู่ ๆ ก็ได้ทำอะไรสมใจ ฮ่า ฮ่า ฮัดช่า!” กัปตันเอ็ดเวิร์ดหัวเราะร่าทักทาย อย่างเป็นคนสมใจเองมากกว่า

“ข่าวไวมากเลยนะนี่”

“คลัสเตอร์ทำงานเร็วเสมอ ผมยังช่วยงานอยู่ที่สนามบิน ยังไม่ได้กลับบ้านเลย ดีที่ท่านไม่เลือกให้ผมไปขับเครื่องบินให้นะนี่”

“นั่นจะทำให้นายโชคดีได้เที่ยวต่อไง” แดเนียลได้แต่หัวเราะเบา ๆ

“ไม่ไหวล่ะ บินข้ามประเทศติด ๆ กัน ดีไม่ดี อาจทำเครื่องเจ็ทส่วนตัวท่านพังมากกว่า ฮ่า ฮ่า”

“ไม่แปลกใจเลย ทำไมท่านถึงรู้เรื่องราวเร็วนัก”

“ไม่ใช่เลยแดเนียล ท่านรู้ก่อนที่ผมจะบินมาถึงด้วยซ้ำ ผมน่ะถูกการ์ดลากเชิญเข้าห้องประชุมทันทีที่ลงจากบันไดเครื่องบิน”

ชื่อของเขาและเธอ คงจะปรากฏหราในรายงานผู้ตกเที่ยวบินของคลัสเตอร์แอร์ ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตเกินเหตุ

“หรือจะให้นีล่าของคุณไปกับบอดี้การ์ดคนอื่น ผมเชียร์อัพคุณเต็มที่นะ”

น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความั่นใจ แดเนียลนึกขำ ไป ๆ มา ๆ คนที่กระตือรือร้นมาก ๆ กับนีล่ากลับเป็นกัปตันเอ็ดเวิร์ดคนนี้ เขาเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเสียดื้อ ๆ

“ที่ออฟฟิศโอเคนะ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่ทางโน้น”

“เฮ้ย! ไม่เป็นไรผมก็แค่อยู่ช่วยเอาหน้า รายงานทุกอย่างไปตามจริง จริง ๆ มันเป็นจังหวะเดียวกันหมด แปลกดี... แต่ยังไงก็ตามนีล่าของคุณฟื้นหรือยัง เธอหายไปไหนมา เธอต้องเป็นคนพิเศษมาก ๆ เลย ท่านประธานถึงสั่งลงมาแบบนั้น”

“ไม่รู้เหมือนกัน ผมก็ยังประหลาดใจ นี่เธอก็ยังไม่ฟื้นเลย ยังไงผมก็ต้องอยู่ช่วยทางนี้ทำรายงานอยู่ดี คงต้องให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อน”

“แล้วนี่คุณวางแผนภารกิจสำคัญนี่ยังไง บินมาลงชิมล่า แล้วต่อรถมามะนาลี ก่อนเข้ารวิปุระหรือไง หรือจะรอถึงวันพุธบินตรงมาเลย”

“ยังไม่รู้เหมือนกัน ทั้งหมดคงต้องให้เธอฟื้นมาก่อนอีกนั่นแหละ... แต่ที่แน่ ๆ เห็นจะรอเครื่องบินตรงคงไม่ได้ เพราะท่านฮัมเหม็ดสั่งให้กลับไปประชุมภายในวันจันทร์”

“นั่นก็ลำบากหน่อย ยังไงนายคอยฟังเรื่องอากาศด้วย อากาศที่นี่ดูท่าจะไม่ค่อยดีเท่าไร เหมือน ๆ จะมีพายุหิมะเข้าสุดสัปดาห์นี้ ฮ่า ฮ่า ท่านฮัมเหม็ดเลยรีบหางานบินหนีไปก่อน”

จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องตลก แต่ใคร ๆ ก็รู้กันเป็นอย่างดีว่าท่านฮัมเหม็ดไม่ชอบเรื่องพายุหิมะ เพราะทุกอย่างมันจะเหมือนนิ่งสนิท คนบ้างานอย่างท่านฮัมเหม็ดให้อยู่นิ่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรคงเป็นไปไม่ได้

“ใจผมอยากขับรถไปเองมากกว่า เบื่อลอยตัวอยู่บนอากาศเต็มที”

“เฮ้ย! ตลกน่า ไม่ใช่ใกล้ ๆ จากเดลีถึงชิมลา ช้าสุดก็เกือบสิบหรือสิบสองชั่วโมง เดี๋ยวก็ได้เป็นตะคริวกันพอดี อย่างนั้นนายหาคนขับ หรือมารถบัส รถไฟไม่ดีกว่าหรือไง แล้วค่อยมาขับรถต่ออีกที”

“ดีออก ได้เที่ยวเพลินไป คุณก็รู้ผมไม่ชอบผู้คนเยอะแยะวุ่นวาย อีกอย่างผมไม่ได้ใช้เส้นทางเดลี ชิมลา มะนาลีมานานมากแล้ว”

“เที่ยวหรือคะ งั้นรีบไปกันเลยค่ะ ฉันพร้อมแล้ว...”

แดเนียลสะดุ้งโหยง เมื่อเสียงใส ๆ ดังเบา ๆ อยู่ข้างหู เขามัวแต่นั่งหันหลังคุยกับกัปตันเอ็ดเวิร์ดเพลิน จนไม่รู้สึกตัวว่านิลอักษราลุกจากเตียงมาโก้งโค้งตัวอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

เขาหันไปทางหญิงสาวยกนิ้วชี้ขึ้นแนบริมฝีปากของตัวเอง เป็นสัญญาณเตือนไม่ให้เธอพูดอะไรอีก แต่ใบหน้าของเธออยู่ใกล้มาก จนหัวใจเขาเหมือนจะเต้นโครมครามออกมาด้านนอก

“แดเนียลเสียงเธอหรือนั่น ช่างไพเราะจริง ๆ ...ไม่แปลกใจล่ะ ผมว่าเธอต้องสำคัญมาก ๆ เลยนะนี่” เสียงหัวเราะดังชัด เหมือนเจ้าตัวพูดคุยอยู่ตรงหน้า

“แต่ ไม่ว่าไงก็ตาม เลือกเส้นทางโรแมนติกดี ๆ ขอให้คุณโชคดี เดินทางปลอดภัย พระเจ้าคุ้มครอง ใช้เวลาพักผ่อนสุดสัปดาห์ให้มีความสุขที่สุด แล้วผมจะเปิดบ้านรอเลี้ยงฉลองคุณตอนกลับมา”

🌸🌸🌸🌸🌸🌸
“ไปเลยค่ะ ฉันสดชื่นแล้ว”

“เดี๋ยวก่อน นี่คุณลุกออกมาเองได้ยังไง”

“ก็แค่ปลดสายน้ำเกลือ ไม่เห็นยากอะไรเลย เครื่องใกล้ออกหรือยังคะ”

นิลอักษราก้มลงมองนาฬิกาตัวเอง น่าประหลาด มันกลับมาเดินตามปกติ และดูเหมือนว่ามันจะใกล้เวลาที่เครื่องบินจะออกแล้ว โชคดีที่เธอยังกลับมาได้ทันเวลา

แดเนียลทำตาโตรู้สึกมึนกับคำถามของเธอเป็นอย่างยิ่ง

“เออนั่นสิ ทำไมมีถุงน้ำเกลือด้วย เอ หรือว่าฉันเป็นลมไปจริง ๆ”

“โอ้มันตลกมาก คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือนี่.... คุณดูเวลาสิ นี่มันสายมาก ๆ ๆ จนเครื่องที่คุณจะไปน่ะถึงรวิปุระแล้วด้วยซ้ำ”

นิ้วของแดเนียลชี้ไปที่นาฬิกาข้างฝา คราวนี้นิลอักษรางงอยู่ชั่วแวบ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า เธอยังไม่ได้ปรับเวลา เวลานี่คงเป็นของประเทศไทย แต่สมองอีกซีกก็แย้งขึ้นทันควัน...

แต่ทำไมเขาถึงหมายความว่า เธอตกเครื่องบิน...

“เป็นไปได้ไง นี่มันเพิ่งจะหกโมงนะคะ เครื่องออกหกโมงครึ่งฉันจำได้ นาฬิกาฉันถึงเป็นเวลาประเทศไทยมันก็แค่ตีสี่ครึ่งยังไม่ตีห้าด้วยซ้ำนาฬิกา ในห้องนี้ต้องบอกเวลาผิดแน่ ๆ”

เขาถือโอกาสดึงแขนเธอให้ไปใกล้กับหน้าต่างข้าง ๆ เตียง บุ้ยใบ้ราวกับให้เธอแสงแดดที่ส่องเข้ามา

“พระอาทิตย์อินเดียขึ้นเร็วมั้ง” หญิงสาวยักไหล่ แก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ

เธอกะเวลาตามพระอาทิตย์เป็นเสียทีไหน แถมแดดของประเทศอินเดีย เธอจะรู้ไปได้อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เธอเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ามันแปลก ๆ คราวนี้นิลอักษราถอนใจอย่างแรง ถอยหลังทรุดตัวนั่งลงบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“แล้วจะทำไงล่ะนี่ ถ้าตกเครื่อง ฉันคงต้องไปขอเปลี่ยนไฟลท์ใหม่”

“ไฟลท์ใหม่คุณต้องรอถึงวันพุธโน่น ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว สายการบินที่บินตรงไปรวิปุระก็มีแต่คลัสเตอร์แอร์ แล้วก็ มีแค่วันพุธ กับ วันศุกร์ สัปดาห์ละสองเที่ยวเท่านั้น”

“แล้วคนที่จะมารับฉันที่สนามบิน โอ๊ยแย่แล้ว กระเป๋าเสื้อผ้า ข้าวของ... แย่แล้ว! แย่จริง ๆ แล้วฉันจะไปรายงานตัวทันวันจันทร์ได้อย่างไร”

“เอาล่ะเรื่องนั้นค่อยว่ากัน แต่ผมขอถามหน่อย คุณไปทำอะไรที่ไหนมาตั้งสี่ชั่วโมง”

“ไม่จริงอ่ะ ไม่ใช่สี่ชั่วโมง ฉันคงสลบ นอนอยู่บนเตียงนานมากกว่า ที่หลงทางอยู่ใต้ดิน หรืออยู่กับแม่หมอ ทั้งหมดไม่น่าถึงสองชั่วโมง”

“หลงทาง!!?? อยู่ใต้ดิน แม่หมอ??!! คุณหมายถึงอะไรของคุณ” เขาทวนคำเสียงหลง

“ก็… ฉันหลงทางติดแหง็กอยู่ใต้ดินของสนามบิน ลองไปติดดูบ้างสิ... แล้วก็ไปเจอแม่หมอยิปซีที่ข้างนอกตรงทุ่งหญ้าโน้น ก่อนกลับเข้ามาในสนามบิน อ่อใช่! นึกออกแล้ว แล้วก็กลับมาเจอกับคุณตรงทางเดินนั่นไง”

“เดี๋ยว ๆ คุณต้องฝันไปแน่ ไอ้หลงทางน่ะผมพอเข้าใจ แต่ทางเดินใต้ดินของสนามบิน แล้วไปโผล่ทุ่งหญ้านี่ก็ฟังแปลก ๆ ตั้งแต่ผมทำงานมา ผมไม่เคยได้ยินเรื่องทางเดินใต้ดินที่ไหนเลย”

“มีสิคะ ฉันหลงอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงได้มั้ง” เธอเริ่มเบ้หน้าแบบเด็กไม่สมอารมณ์

แดเนียลส่ายหน้า ขยับไหล่ หัวเราะเบาๆ

“ไม่มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่รอบสนามบินตรงจุดไหนแน่ ๆ ข้อสำคัญอีกอย่างคุณออกไปโดยไม่ผ่านตอมอไม่ได้ แล้วผมว่า คุณไปเจอใครหลอกอะไรคุณมาหรือเปล่า”

“ฉันพูดจริง ๆ นะคะ ฉันเจอพายุฝุ่นลูกใ-ห-ญ่-มากด้วย... ก่อนกลับเข้ามาในตึกน่ะ”

เธอเน้นย้ำตรงคำว่าลูกใหญ่มาก ก็มันใหญ่มากจริง ๆ นี่นา มันหอบเธอกลับเข้าตึกมาได้อย่างไร เธอเองก็ยังงง ๆ จะว่าไปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ช่างน่างุนงงไปเสียทุกเรื่อง

หรือว่าแม่เฒ่ายิปซีนั่นจะใส่ยาอะไรให้เธอกิน เจอคนหลอกอย่างที่เขาว่า แต่เธอก็จำทุ่งหญ้าเขียวขจีนั่นได้เป็นอย่างดี

“โอ๊ยย มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ...” เธอเริ่มหน้าคว่ำ

แดเนียลต้องทวนคำพูดของเธออย่างงุนงงมากไปยิ่งกว่าเดิม

“พายุฝุ่น” !!?? ถ้ามีพายุฝุ่นลูกใหญ่มากแถวนี้ เครื่องบินคงดีเลย์กันหมดแล้ว”

คนหลอกรึ...

“คุณไม่เชื่อฉันสิ!”

“ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อ แต่มันไม่น่าเชื่อ อีกอย่างผมต้องทำรายงาน ผมคงใส่รายละเอียดแบบนี้ลงไปไม่ได้หรอก”

เธอเบ้หน้าอย่างไม่สบอารมณ์ หันมองซ้ายขวา ก็ต้องยิ้มออกมา กระเป๋าสะพาย และกระเป๋าผ้ากำมะหยี่ถูกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง เธอลิงโลด กระโดดลงจากเตียงทันที

“นี่ไง นี่ไง ฉันซื้อของพวกนี้มาจากผู้หญิงยิปซีคนนั้น”

เธอเทของออกมาจากกระเป๋า ของต่าง ๆ ยังอยู่ครบ แล้วมันจะไม่ใช่ความเป็นจริงไปได้อย่างไร เธอรีบดึงตัวเขามาดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนเตียง

“ของพวกนี้ฉันซื้อมา...จริง ๆ นะ”

เธอล้วงลงไปกระเป๋าสะพาย กระเป๋าเงินของเธอยังอยู่ดี เธอรีบดึงธนบัตรออกมาตรงหน้าเขา

“ฉันไม่มีเงินปลีก แต่ฉันก็ให้แม่เฒ่าคนนั้นไปตั้งร้อยเหรียญ ฉันมีเงินสดติดตัวมาแค่ห้าร้อยเอง”

“ห้าร้อย ก็ห้าร้อยนี่มันยังครบนี่”

“อะไรนะ!!??”

หญิงสาวเพ่งมองธนบัตรที่ตัวเองกำลังสะบัดอยู่ตรงหน้าเขา ให้ตายสินี่มันอะไรกัน ธนบัตรทุกใบยังอยู่ครบ

“เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ฉันเอาเงินให้แกจริง ๆ ฉันว่ามันก็น่าจะน้อยไปด้วยซ้ำ กับน้ำ กับของต่าง ๆ เหล่านี้ อึมม์ หรือรวมค่าดูดวงด้วย เอ่อ...ค่าบอกทางกลับเข้ามาในสนามบินต่างหาก”

แดเนียลส่ายหน้า รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิด ๆ มันเกิดอะไรขึ้นนี่ เขามองเครื่องประดับที่อยู่บนเตียง ผ้าพันคอสีน้ำเงินสว่าง ๆ ผืนนั้น เขาเริ่มรู้สึกราวกับมันส่งแสงประกายระยิบ ๆ เป็นแสงแวววับอยู่ตรงหน้า ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมา…

ทุกอย่างเหลือเชื่อ มันน่าประหลาดใจยิ่งนัก...

เขายกสิ่งของบางชิ้นขึ้นมามองใกล้ ๆ กระพรวนแก้วขยับเสียงกรุ๋งกริ๋งขึ้นทันที

ผ้าพันคอ กำไลแก้ว กระพรวนข้อเท้า...

ทุ่งหญ้าสีเขียว พายุฝุ่นที่เธอพูดถึงเมื่อกี้…

ทำไมมันช่างเหมือนกับสิ่งต่าง ๆ ที่เขาเห็นในความรู้สึกตอนอาบน้ำนั่นเอง

เขาหันกลับไปมองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง เธอยังก้มหน้าเอาเป็นเอาตายกับการคลี่นับธนบัตร

“ตายล่ะ แล้วอย่างนี้ฉันจะเป็นขโมยหรือเปล่า ทำไงนี่ ฉันให้เงินเธอไปจริง ๆ นะคะ สอดไว้ใต้ลูกแก้ว ฉันจำได้อ่ะ ไม่ได้เอาของใครมาฟรี ๆ แล้วก็มีเงินมาเท่านี้จริง ๆ มันมีพายุหมุน... มีห้องใต้ดิน... มีผู้หญิงยิปซีจริง ๆ”

ไม่ใช่เพราะสีหน้าร้อนรน ราวกับโลกแตกของเธออย่างเดียว แต่คราวนี้บางสิ่งในความรู้สึกบอกตัวเขา

เขาเริ่มมั่นใจว่าเธอพูดความจริง เธอไม่ได้โกหก หรือล้อเล่น...

แล้วทั้งหมดนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ!

เธอหายไปไหนมา แล้วเธอได้สิ่งของเหล่านี้มาได้อย่างไร แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นของพวกนี้มาแล้ว

มันไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่มันเป็นความคุ้นเคย เป็นความผูกพันกับเจ้าของสิ่งพวกนี้ด้วยซ้ำไป

มันเหมือนกับว่า เขาเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างนั้นหรือ! ...

💖💖💖💖💖💖.. โปรดติดตามอ่านบทต่อไป ...

07/06/2026

เรื่องน่าคิดต่อจริง ๆ บางทีเหมือนเราให้เทคโนโลยีซึมเข้าเส้นเลือดไปโดยอัตโนมัติไปแล้ว

ผลวิจัยเผย วัยรุ่นหันพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ปรึกษาสุขภาพจิตมากขึ้น สะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงแพทย์

ผลการศึกษาล่าสุดจากสถาบันวิจัย RAND เปิดเผยข้อมูลน่าสนใจว่า เยาวชนและคนหนุ่มสาวในสหรัฐอเมริกาช่วงอายุ 12 ถึง 21 ปี กำลังหันไปพึ่งพาแชตบอต AI เพื่อขอคำแนะนำด้านสุขภาพจิตในช่วงที่มีอารมณ์เศร้า เครียด หรือวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น โดยสัดส่วนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น จาก 13 เปอร์เซ็นต์ในช่วงต้นปี 2025 เป็น 19 เปอร์เซ็นต์ และที่น่าตกใจคือกว่า 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานกลุ่มนี้ ไม่เคยบอกใครเลยว่าตนเองใช้ AI เป็นที่ปรึกษาปัญหาทางใจ

นักวิจัยชี้ว่าตัวเลขผู้ใช้งานดังกล่าว มีสัดส่วนใกล้เคียงกับจำนวนวัยรุ่นที่เข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์จริง ๆ ซึ่งสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต ที่ยังมีข้อจำกัด ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย ความสะดวก และความไม่เพียงพอของผู้เชี่ยวชาญ แม้เยาวชนส่วนใหญ่ จะมองว่าคำแนะนำจากระบบมีประโยชน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายก็แสดงความกังวลอย่างหนัก เนื่องจากระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับผู้ที่มีภาวะวิกฤตทางจิตเวชรุนแรง หรือผู้ที่มีความเสี่ยงทำร้ายตนเอง ซึ่งอาจทำให้ได้รับคำแนะนำที่ผิดพลาดและเกิดอันตรายตามมาได้

อย่างไรก็ตาม วงการแพทย์ยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้ มีประโยชน์ในแง่ของการช่วยฝึกสมาธิ ส่งเสริมการนอนหลับ หรือใช้เป็นเครื่องมือช่วยบำบัดปรับความคิด และพฤติกรรมในเบื้องต้นได้ ปัจจุบันหลายรัฐในสหรัฐอเมริกาเริ่มตื่นตัวและออกกฎหมายเพื่อควบคุมความเสี่ยง เช่น บังคับให้ระบบต้องส่งต่อผู้ใช้ไปยังสายด่วนฉุกเฉินทันที เมื่อพบสัญญาณอันตราย ขณะที่นักวิชาการยังคงเรียกร้องให้มีมาตรการกำกับดูแลระดับประเทศอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเยาวชน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bang Khen?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


กรุงเทพฯ
Bang Khen
10220