Gender Talk

Gender Talk

แชร์

For more information, visit WWW.gdrithailand.org

12/07/2026

การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเดินทางสู่ความเท่าเทียมทางเพศ”
(Gender Transformative Prevention Approach)

ภายใต้โครงการ ส่งเสริมความเสมอภาคในโรงเรียน
(Promoting School-based Gender Transformative Prevention)

10-11 กรกฎาคม 2569
สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ดอนเมือง กรุงเทพฯ

ขอบคุณการสนับสนุนงบประมาณ
#กองทุนความเท่าเทียมระหว่างเพศ

04/07/2026

จากการ “แซว” สู่บาดแผลทางจิตใจ เมื่อความรุนแรงซ่อนอยู่ในเรื่อง “ขำขัน”

ในสังคมที่เสียงหัวเราะถูกใช้เป็นเกราะกำบังของคำพูดร้ายแรง บางครั้งเราอาจลืมไปว่า “การแซว” คือรูปแบบหนึ่งของความรุนแรง ที่กัดกร่อนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความมั่นใจของอีกคน นั่นเพราะไม่ใช่ทุกคำล้อเล่นจะกลายเป็นเรื่องขำ ขณะเดียวกันบางครั้งมันคือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดที่ไม่มีใครมองเห็นบางครั้งคำพูดหนึ่งประโยคอาจเปลี่ยนวันธรรมดาของใครบางคนให้กลายเป็นวันที่เขาไม่อยากเป็นตัวเองอีกต่อไป

ปริญธิดา ระดาบุตร บัณฑิตคณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลฯ เล่าถึงประสบการณ์การถูกเพื่อนแซวในช่วงวัยรุ่น ในเช้าวันหนึ่งซึ่งเธอตั้งใจแต่งตัวสวยออกจากบ้าน เนื่องจากช่วงนั้น เธอรู้สึกเริ่มอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองและกำลังสนุกกับการแต่งตัว แต่ความตั้งใจนั้นถูกทำลายลงจากคนใกล้ตัวที่ทักทายเธอว่า “ช้าง ช้าง” แทนการเรียกชื่อของเธอ ปริญธิดาเล่าว่า คำพูดเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกอึดอัด หน้าซีด ร่างกายนิ่ง ทำตัวไม่ถูกและสูญเสียความมั่นใจ แม้เธอจะรู้มาตลอดว่าตัวเองเป็นคนโครงร่างกายใหญ่กว่าเพื่อน ๆ แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรค จนวันที่เธอถูกทักว่า “ช้าง”

“สิ่งที่ทำได้ในวันนั้น คือ การแกล้งหัวเราะเพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศตอนนั้นเสีย”

ปริญธิดากล่าวก่อนจะเล่าต่อว่าเธอได้พยายามถามเพื่อนคนดังกล่าวในเวลาต่อมาว่าทำไมถึงทักทายแบบนั้น เธอรู้สึกไม่ดีเลย แต่เพื่อนกลับตอบมาเพียงสั้น ๆ ว่า “แค่แซวเล่น” จากเหตุการณ์ในวันนั้นเธอเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย และค่อย ๆ ปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน เนื่องจากเธอรู้สึกกังวลและกลัวว่าจะถูกแซวด้วยคำพูดที่รุนแรงอีก

ผ่านมากว่า 8 ปี แม้เธอพยายามทำงานกับความรู้สึก ความคิดของตนเองเพื่อให้กลับมามั่นใจอีกครั้ง แต่มันไม่ง่ายเลย ปัจจุบันเวลาแต่งตัวเธอมักจะใส่เสื้อผ้าตัวโคร่ง ๆ เพื่อไม่ให้ใครเห็นรูปร่างของเธอ

“เวลาเราแซวใครสักคน เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตเขาผ่านอะไรมาบ้าง บางคนอาจจะมีความมั่นใจต่ำอยู่แล้ว คำแซวบางคำอาจจะทำลายตัวตนเขาทั้งชีวิตก็ได้ ถ้าคิดสักนิดก่อนพูดอาจจะเป็นเรื่องที่ดีต่อคนอื่น” ปริญธิดากล่าว

ด้านอัยรีน เสนาคำ นักกฎหมายได้เล่าถึงประสบการณ์การถูกแซวในช่วงวัยเด็กของเธอว่า “เด็กคนนี้อ้วนจนใส่อะไรไม่ได้” “อ้วนจัง” สิ่งเหล่านี้เริ่มส่งผลกระทบต่อเธอมากขึ้นในช่วงวัยรุ่น อัยรีนเริ่มตั้งคำถามต่อรูปร่างของตัวเอง เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า รู้สึกว่าต้องคอยพยายามทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการเพื่อสร้างการยอมรับ เพียงเพราะเธออยากเป็นคนน่ารักสำหรับคนอื่น เธอเริ่มควบคุมอาหารและออกกำลังกายหนัก เพื่ออยากให้ตัวเองมีหุ่นสวย สุขภาพดี อัยรีนเล่าต่อว่า แม้เธอจะออกกำลังกายหนักขนาดไหนเธอก็ไม่พอใจกับร่างกายของตนเองในช่วงเวลานั้น เพราะเธอมักเอารูปร่างของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นอยู่เสมอ จนทำให้เธอกลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง

“สังคมต้องตระหนักถึงความรุนแรงในเรื่องนี้อย่างจริงจัง แม้บางคนจะบอกว่า ฉันทักด้วยความหวังดี แต่ความหวังดีนั้นอาจจะไปทำลายตัวตนและจิตใจคนอื่นก็ได้” อัยรีนกล่าวทิ้งท้าย

ผลกระทบด้านจิตใจ

ลักษณะของการแซวมักเป็นคำที่เหยียดและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ อาทิ ดำขึ้นหรือเปล่าช่วงนี้, อ้วนจังไปกินอะไรมา, หน้าเป็นสิวเยอะนะ, แก่แล้วนะ ยังไม่แต่งงานอีกเหรอ, หน้าแบบนี้ใครจะมาจีบ, เป็นผู้ชายแท้หรือเปล่าเนี่ย, ร้องไห้แบบนี้เหมือนผู้หญิงเลย, เรียนสายอาชีพก็ได้แค่นี้แหละ, น้องคนนี้สวยกว่าคราวที่แล้วอีกนะ, ดูอย่างเพื่อนเธอสิ เขายังทำได้เลย, ผู้หญิงขี้น้อยใจทุกคนแหละ, คงยังสับสนตัวเองอยู่ เดี๋ยวก็หาย ฯลฯ

งานวิจัยของภัทรธิดา ชัยเพชร และพิมลพรรณ ไชยนันท์ (2564) เรื่องการคุกคามทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์ได้วิเคราะห์รูปแบบภาษาและระดับความรุนแรงในสื่อออนไลน์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภาษาในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในสื่อสังคม เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) และยูทูบ( Youtube) มีการใช้ถ้อยคำที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศทางภาษาอย่างแพร่หลาย ทั้งในลักษณะการล้อเลียน การแซว และการบรรยายรูปร่างหรือพฤติกรรมในเชิงเพศ ซึ่งภายนอกอาจถูกมองว่าเป็นคำพูดล้อเล่น แต่ในเชิงจิตวิทยาสังคมแล้ว คำล้อเลียนเช่นนี้สามารถสร้างความรู้สึกอับอาย การสูญเสียความมั่นใจ และความกลัวการแสดงออกในพื้นที่สาธารณะให้แก่ผู้ถูกคุกคามได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้วิจัยยังได้ใช้กรอบวิเคราะห์ระดับความรุนแรงของภาษาที่ใช้คุกคาม แบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. คำพูดโดยตรง ที่กล่าวเชิงเพศอย่างชัดเจน เช่น การพูดถึงรูปร่างหรืออวัยวะเพศ 2. คำพูดโดยนัย ที่สื่อความหมายทางเพศแฝง เช่น การชมเชิงสองแง่สองง่าม และ 3. คำพูดที่เจาะจงผู้ถูกคุกคาม ซึ่งมีผลต่อจิตใจอย่างลึกซึ้งที่สุด

ความรุนแรง 3 ระดับ
ระดับรุนแรงมาก (Severe / Direct) เป็นคำพูดที่มีเนื้อหาเชิงเพศชัดเจน ใช้ถ้อยคำหยาบโลน ละเมิดศักดิ์ศรีผู้ถูกกล่าวถึงโดยตรง มักปรากฏในความคิดเห็นใต้โพสต์หรือข่าวออนไลน์ ตัวอย่างเช่น คำที่บ่งชี้ลักษณะอวัยวะทางเพศ หรือคำที่เชื่อมโยงพฤติกรรมกับเรื่องเพศ เช่น แต่งตัวแบบนี้ก็สมควรแล้ว ผลกระทบทางจิตใจและสังคม ส่งผลให้ผู้ถูกคุกคามรู้สึกอับอาย เสียศักดิ์ศรี ถูกลดทอนให้เป็นวัตถุทางเพศ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่สื่อออนไลน์
ระดับปานกลาง (Moderate / Implicit) เป็นคำพูดที่สื่อความหมายทางเพศโดยนัย ไม่ใช้ถ้อยคำตรงแต่มีนัยส่อทางเพศ เช่น คำชม รูปเปรียบเปรย หรือการเล่นคำ ตัวอย่างเช่น แต่งตัวแบบนี้มีเสน่ห์จังเลยนะ หรือพูดเสียงแบบนี้ใครจะไม่หลง ผลกระทบทางจิตใจและสังคมผู้พูดอาจอ้างว่าเป็นการหยอกเล่นแต่มีผลทางเพศชัดเจน
ระดับน้อย (Mild / Generalized) เป็นคำพูดที่ไม่ได้พุ่งเป้าเจาะจงบุคคล แต่มีอคติทางเพศหรือสร้างบรรยากาศไม่พึงประสงค์ทางเพศ เช่น คำพูดเชิงเหมารวม ตัวอย่าง เช่น ผู้หญิงเดี๋ยวนี้แต่งตัวแรงทุกคน หรือผู้ชายไทยชอบผู้หญิงขาวหุ่นดี ผลกระทบทางจิตใจและสังคมแม้ไม่รุนแรงเฉียบพลันแต่ทำให้เกิดบรรยากาศการสื่อสารที่ไม่เท่าเทียมและตอกย้ำภาพเหมารวมทางเพศในสังคม

จะเห็นได้ว่ากรณีของปริญธิดาและอัยรีนที่กล่าวมาข้างต้นผลกระทบสอดคล้องกับงานวิจัยชิ้นนี้ โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านจิตใจ และหลายครั้งคำว่า “แค่แซวเล่น อย่าคิดมาก” “ล้อเล่นน่า” “ก็พูดขำ ๆ เอง ทำไมต้องซีเรียส” มักถูกใช้เพื่อปิดปาก ปิดความรู้สึกของคนที่ถูกพูดถึง ทั้งที่ในความเป็นจริง เสียงหัวเราะที่แทรกอยู่ในคำพูดเหล่านั้นอาจกลายเป็นเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดในใจของอีกฝ่าย การแซวเรื่องรูปร่าง การแต่งตัว เรื่องเพศ การศึกษา ฐานะ อาชีพ ชาติพันธุ์ หรือแม้แต่การใช้ชีวิต กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมที่มองว่าการพูดตรงคือความจริงใจ แต่แท้จริงแล้ว มันคือการทำร้ายเชิงอารมณ์และวัฒนธรรมอำนาจทางเพศผ่านภาษา และยังเป็นการรุกล้ำขอบเขตของความเป็นมนุษย์ ที่กำลังพราก “ความมั่นใจ” และ “ตัวตน” ของใครบางคนไปตลอดกาล

_____________________________
อ้างอิง : งานวิจัยเรื่องการคุกคามทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์

บทความพิเศษเนื่องในวาระ 25 พฤศจิกายน "วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล"

บทความ : ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ (มะฟาง)
ภาพประกอบบท : ปิยวรรณ์ ทิวไผ่งาม

#กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ

#ร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศ
-------------------------------------------------
หากคุณคิดว่าคุณถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
สามารถยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
E-Mail : [email protected] หรือโทร 0 2659 6756-7
กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


501/1 Dechatungka Road, Donmuang
Bangkok
10210