Blessed Coffee
กาแฟ เครื่องดื่ม ขนม ของหวาน
23/09/2016
ประวัติความเป็นมาของกาแฟ
ตามตำนานเก่าแก่ที่นับย้อนกลับไปในอดีตกว่าหนึ่งพันปี เชื่อกันว่าต้นกาแฟมีจุดกำเนิดจากเมืองแคฟฟาซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเอธิโอเปียและเกี่ยวข้องกับเรื่องราวอันโด่งดังของแพะเต้นระบำ อยู่มาวันหนึ่ง คาลดี ซึ่งเป็นคนเลี้ยงแพะชาวอาเรเบียนหรือเอธิโอเปียนพบว่าแพะของเขาดูกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาผิดปรกติพร้อมลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นจนล่วงเลยถึงยามค่ำคืน หลังจากได้กินผลเชอร์รี่สีแดงสดจากพุ่มไม้ที่มีใบสีเขียวเข้ม มื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแพะของเขา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทดลองด้วยตนเองและค้นพบถึงสรรพคุณในการกระตุ้นให้ตื่นตัว เมื่ออิหม่ามจากอารามที่อยู่ใกล้ๆทราบเรื่องของพันธุ์ไม้ดังกล่าว จึงนำผลเชอร์รี่มาต้มและดื่มน้ำที่ได้จากการเคี่ยวผลไม้นั้น ขาพบว่าตนเองสามารถตื่นอยู่ได้จนกระทั่งล่วงเข้ายามดึก ทำให้สามารถดำเนินพิธีทางศาสนาได้ตลอดคืน ไม่นานความมหัศจรรย์ของไม้พันธุ์นี้ก็ถูกกระจายจากปากต่อปากและแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว และกาแฟก็กลายมาเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ชาวเปอร์เซียนำกาแฟมายังท่าเรือเมืองม็อคคาในประเทศตุรกีในศตวรรษที่ 16 ต่อมาในศตวรรษที่ 17 เมล็ดกาแฟได้กลายมาเป็นสินค้าส่งออกจากม็อคคาไปยังยุโรป และในปี 1690 ชาวดัตช์เริ่มทดลองปลูกกาละแฟในชวา ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็เริ่มมีการเพาะปลูกต้นกาแฟในเรือนกระจกทั้งในอัมสเตอร์ดัมและปารีส และการปลูกกาแฟยังขยายไปยังไร่ต่างๆในแถบประเทศอเมริกาใต้อีกด้วย พันธุ์กาแฟหลักที่มีความสำคัญในเชิงพาณิชย์มีอยู่ด้วยกันสองพันธุ์ ได้แก่ Coffea Arabica หรือ อาราบิกา (Arabica)และ Coffea Canaphora หรือ โรบัสตา (Robusta) สำหรับพันธุ์ อาราบิกานั้นถือเป็นพันธุ์กาแฟที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์รู้จัก โดยจะปลูกอยู่ในระดับความสูงที่ค่อนข้างสูง ระหว่าง 1,000-2,000 เมตร หรือ 3,280-6,561 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกกาแฟพันธุ์ดังกล่าวประกอบด้วยปริมาณฝนตกเฉลี่ย 150-200 เซ็นติเมตรต่อปี และมีอากาศอบอุ่นในช่วงเวลากลางวันและเย็นในเวลากลางคืน โดยอุณหภูมิตลอดทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 15-24C เมล็ดอาราบิก้ามีรูปทรงที่ใหญ่ ยาวและแบนกว่าเมล็ดโรบัสตา ทั้งยังมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า และให้รสที่นุ่มนวลและอมเปรี้ยวมากกว่า แม้ว่าจะปลูกยากเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรค แมลง และน้ำค้างแข็ง แต่เมล็ดอาราบิกายังคงครองสัดส่วนถึงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณกาแฟโลก พันธุ์ โรบัสตา ถือเป็นเมล็ดกาแฟที่มีความทนทานอย่างมาก เพราะปลูกได้ง่ายและให้รสชาติที่เข้มข้นกว่าเมื่อเทียบกับพันธุ์อาราบิกา โดยครองสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ของกาแฟโลกเนื่องจากมีรสชาติที่ด้อยกว่า เมล็ดโรบัสตามักถูกใช้ในการผสมกาแฟ ที่ซึ่งลักษณะเมล็ดจะเหมาะสมมากกว่า หรือใช้ในการผลิตกาแฟสำเร็จรูป ต้นกาแฟโรบัสตามักปลูกในแถบร้อนชื้นที่ระดับความสูงต่ำ ช่วงระหว่างระดับในน้ำทะเลถึงประมาณ 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และในอุณหภูมิระหว่าง 24-30C ตัวเมล็ดจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก และมีรูปทรงยาวรีและโป่ง ข้อดีของกาแฟพันธุ์นี้คือปลูกได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีความทนทานต่อโรคและเมลง โดยมักจะพบมากในแถบแอฟริกาตะวันตกและกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบราซิล ในประเทศไทย มีการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสตาในแถบจังหวัดภาคใต้ อาทิ ระนอง ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น
ที่มา วีกีพีเดีย สารานุกรมเสรี
15/09/2016
"กาแฟ" ให้อะไรกับคุณบ้าง
กาแฟ จัดว่าเป็นเครื่องดื่มทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานาน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกด้วยกาแฟ การเสิร์ฟมื้อว่างด้วยกาแฟ (coffee break) การดื่มกาแฟเพื่อพบปะสังสรรค์ และเป็นเครื่องดื่มที่มีอยู่ประจำในสำนักงานแทบทุกแห่ง
นอกจากนี้ วิถีชีวิตในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลา กาแฟจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมนูมื้อเช้าสำหรับหลายๆ คน สิ่งที่คอกาแฟทั้งหลายปรารถนาที่จะได้รับทุกครั้งเมื่อจิบกาแฟสักถ้วย ได้แก่ กลิ่นอันหอมกรุ่น รสชาติแสนกลมกล่อม ตามมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวในการทำงาน
คุณเคยถามตัวเองหรือเปล่าว่า นอกจากความพึงพอใจในกลิ่น รสชาติ และความรู้สึกตื่นตัวนั้น คุณได้อะไรจากการดื่มกาแฟอีกบ้าง
สิ่งที่ได้อาจไม่ใช่ผลดีเพียงอย่างเดียว หากไม่รู้จักควบคุมปริมาณการดื่มให้เหมาะสม แน่นอนว่าคุณอาจได้รับผลอันไม่พึงปรารถนาจากการดื่มกาแฟไปด้วย บทความนี้จะทำให้คุณได้ทราบว่า กาแฟ ซึ่งมีสารที่เรียกว่า "กาเฟอีน" เป็นองค์ประกอบสำคัญนั้น มีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของเราอย่างไร ตลอดจนคำแนะนำที่ช่วยให้คุณดื่มกาแฟได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการดื่มกาแฟมากที่สุด และเกิดผลเสียน้อยที่สุด
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์หลังจากดื่มกาแฟ
กาเฟอีนในกาแฟถูกดูดซึมได้หมดและค่อนข้างเร็วในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะท้องว่างการดูดซึมจะยิ่งเร็วขึ้น
ภายหลังจากการดื่มกาแฟ 30-60 นาที ความเข้มข้นของกาเฟอีนในเลือดจะขึ้นสู่ระดับสูงสุด และหลังจากกาเฟอีนถูกดูดซึม จะกระจายตัวไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก เช่น หัวใจ ตับ ไต และสมอง
นอกจากนี้ กาเฟอีนยังสามารถกระจายสู่รกและน้ำนมได้บ้างประมาณร้อยละ 0.06
การขับกาเฟอีนออกจากร่างกายจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่จะใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงในการขับกาเฟอีนปริมาณครึ่งหนึ่งที่ได้รับ (half-life) ออกจากร่างกาย
ดื่มกาแฟอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และเกิดผลเสียน้อยที่สุด
1. ควรสังเกตว่าตัวคุณเอง มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟกี่ถ้วย มีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตนเอง
2. หากมีอาการนอนหลับยาก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือช่วงหัวค่ำ
3. ไม่ควรดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เนื่องจากกาเฟอีนเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
4. ไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อหักโหมทำงาน และอดนอนติดต่อกันหลายๆ คืน แม้ว่ากาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจริง แต่สมองต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้
5. หากคุณเป็นผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย คะน้า บรอกโคลี เป็นต้น เพื่อทดแทน แคลเซียมที่สูญเสียไปกับปัสสาวะ และลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน หรืออาจปรับเปลี่ยนโดยการชงกาแฟใส่นมแทนครีมเทียม เป็นต้น
6. ควรกินผักผลไม้อย่างเพียงพอทุกวัน เนื่องจากในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น วิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ เช่น มะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน เป็นต้น จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้
7. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของกาเฟอีน
ด้วยความปราถนาดีจาก Blessed coffee
ที่มา https://www.doctor.or.th/article/detail/10283
11/09/2016
"คาปูชิโน"
"คาปูชิโน่"(Cappuccino)เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มประเภทกาแฟซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี คาปูชิโนมีส่วนประกอบหลักคือเอสเปรสโซและนม
การชงคาปูชิโนส่วนใหญ่มักมีอัตราส่วนของเอสเปรสโซ 1/3 ส่วน ผสมกับนมร้อนผ่านไอน้ำ 1/3 ส่วน และนมตีเป็นฟองละเอียด 1/3 ส่วนลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงอบเชยหรือผงโกโก้เล็กน้อยตามความชอบ ส่วนผสมของคาปูชิโนต่างจากของลัตเตมัคคียาโตซึ่งประกอบไปด้วยนมเป็นส่วนใหญ่และนมตีฟองเพียงเล็กน้อย
ในประเทศอิตาลี ผู้คนมักดื่มคาปูชิโนเป็นอาหารเช้าโดยเฉพาะ โดยอาจมีขนมปังแผ่นหรือคุกกี้ประกอบ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของชาวอิตาลีมักไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าแบบเป็นกิจลักษณะ คาปูชิโนและขนมปังเบา ๆ จึงเหมาะเป็นอาหารรองท้องสำหรับยามเช้า และด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่ดื่มคาปูชิโนในช่วงอื่นของวัน แต่สำหรับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยสามารถดื่มคาปูชิโนได้ทุกเวลาโดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก
อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10240
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 21:00 |
| อังคาร | 10:00 - 21:00 |
| พุธ | 10:00 - 21:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 21:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 21:00 |
| เสาร์ | 10:00 - 21:00 |
| อาทิตย์ | 10:00 - 21:00 |