Bitcoin Addict Academy
Bitcoin Addict Academy aims to provide valuable education to help enhance our community's knowledge on blockchain technologies and digital assets.
28/07/2022
QTUM คืออะไร? ลองไปอ่านกันได้เล้ยยย
ข้อมูลเหรียญ Qtum Coin (QTUM)
Qtum ให้อ่านว่า ควอนตัม เป็นแพลตฟอร์มบล็อคเชน Smart Contract แบบโอเพ่นซอร์สที่ใช้ภาษาสิงคโปร์โดยมีการทำงานแบบ Proof-of-Stake (PoS) ซึ่งใช้โปรโตคอลในการถ่ายโอนมูลค่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวมข้อเด่นของBitcoin และ Ethereum ไว้ในบล็อคเชนเดียวกันและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของ Smart Contract ด้วย Qtum กำเนิดขึ้นจากโมเดลการทำธุรกรรมแบบ UTXO ของ Bitcoin ผนวกเข้ากับ Smart Contracts ของ Ethereum พร้อมส่วนเสริมของ Smart Contract Ex*****on และ DApps ต่างๆ เมื่อเดือนมีนาคมปี 2021 ได้เพิ่มการรองรับแอพพลิเคชั่น DeFi ที่มีการสร้างโทเค็นขึ้นรวมกว่า 20 รายการบนบล็อคเชนนี้เลยทีเดียว
Qtum มีระบบการกำกับดูแลแบบ On-chain แต่ก็ยังมีกระบวนการ Off-chain สำหรับการอนุมัติและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลที่สำคัญมากขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหา 4 อย่างหลักๆ ที่ผู้ก่อตั้งพบว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่มากในแพลตฟอร์มบล็อคเชนของทั้ง BTC และ ETH ได้แก่ การทำงานร่วมกัน การกำกับดูแล ความแข็งแกร่งและต้นทุนของกลไกแบบ Proof-of-work และความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อ Smart Contracts กับแอพพลิเคชันในชีวิตจริง Qtum จึงคิดค้นเทคโนโลยีพิเศษขึ้นมา 2 อย่าง เพื่อการแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือ Account Abstraction Layer (AAL) และ Decentralized Governance Protocol (DGP)
Account Abstraction Layer รวมบัญชี UTXO (Unspent Transaction Output) จาก Bitcoin กับ Smart Contract ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Ethereum ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างแอปพลิเคชันและโฮสต์บนเครื่องเสมือนจริง รวมถึง Ethereum Virtual Machine (EVM) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถสร้างสัญญาอัจฉริยะได้ และเครื่องเสมือน x86 นอกจากนี้ยังรองรับชุดคำสั่ง i686 และภาษาสำหรับการเขียนโปรแกรมหลายภาษานอกเหนือจาก Solidity เช่น C, C++, Rust และ Python ซึ่งทำให้ง่ายต่อการปรับใช้แอพพลิเคชั่นที่มีอยู่และคอมไพล์เข้าด้วยกัน Qtum ไม่เพียงแต่ต้องการทำ Smart Contract ให้สมบูรณ์เท่านั้น ยังมีแผนที่จะรวมไลบรารีโปรแกรมทั่วไปในรูปแบบของ Smart Contract อีกด้วย
Decentralized Governance Protocol ช่วยให้ Smart Contract จัดการเรื่องพารามิเตอร์หลักของเครือข่ายได้ เช่น การปรับเปลี่ยนขนาดของบล็อคและค่าธรรมเนียม gas ต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องทำการ Hard Fork ซึ่งช่วยลดปัญหาในขณะที่เครือข่ายกำลังพัฒนาได้ นอกจากนั้น นักขุด นักพัฒนา และผู้ถือ QTUM ภายในระบบนิเวศน์ทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลบล็อคเชนผ่านการโหวต และบล็อคเชนสามารถทำการอัพเกรดซ้ำได้ด้วยตัวมันเอง
นอกจากการผนวกรวม Bitcoin และ Ethereum เป็นการรวมที่ดีที่สุดแล้ว Qtum ยังรองรับการรวมข้อมูลภายนอกเข้าด้วยกันและสิ่งที่ทีมเรียกว่า Oracle เหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักของ APIs ที่อนุญาตให้อุปกรณ์ภายนอกจัดหาและรับข้อมูลจาก Smart Contract ที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Qtum Oracles เป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ในเครือข่ายที่สามารถจัดหาข้อมูลดำเนินการคำนวณนอกเครือข่ายและช่วยในการคำนวณ ข้อแตกต่างทางเทคนิคของ Qtum ที่ต่างจาก Bitcoin และ Ethereum ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัดคือการที่ Qtum เลือกกลไกฉันทามติแบบ MPoS (Mutualized Proof-of-Stake) เป็นเวอร์ชั่นดัดแปลงของ Proof-of-Stake 3.0 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของเครือข่ายนั่นเอง
โครงการนี้ประกาศออกมาในเดือนมีนาคมปี 2016 และ ICO ในเดือนมีนาคมปี 2017 ทำเงินได้ถึง 15 ล้านเหรียญดอลล่าร์ แต่บล็อคเชนหลักของ Qtum ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 13 กันยายนปี 2017 เมื่อเริ่มแรก และโทเค็น QTUM เปิดตัวตัวขึ้นใน ETH-20 แต่หลังจากนั้นไม่นาน Mainnet ก็ถูกแปลงเป็นบล็อคเชนแบบดั้งเดิม
Qtum กำลังจะได้ร่วมมือกับ Amazon Web Service (AWS) ประเทศจีน โดยจะร่วมกันพัฒนา Blockchain As a Service (BaaS) เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาสำหรับองค์กรและนักพัฒนา
อ้างอิงจาก PR ของ Qtum ระบุว่าโดยการร่วมมือกันนี้จะอนุญาตให้ผู้ใช้งานของ AWS สามารถเข้าร่วมพัฒนาและใช้งาน Smart Contract ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านช่องทาง Amazon Machine Image (AMI) ซึ่ง Simon Wang หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจภูมิภาคของ AWS China ได้ยืนยันการร่วมมือโดยผ่าน Email ที่ส่งให้กับทาง CoinDesk ว่า “Qtum ได้ร่วมมือกับ AWS”
Patrick Dai คือผู้ก่อตั้งและยังเป็นประธานมูลนิธิของ Qtum เขาศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ Draper University และลาออกตอนศึกษาปริญญาเอกที่ Chinese Academy of Sciences เขาเริ่มต้นอาชีพในฐานะผู้จัดการฝ่ายการผลิตภัณฑ์ที่บริษัทอาลีบาบา จากนั้นเริ่มทำงานเกี่ยวกับบล็อคเชนหลายโครงการ เช่น Factom, Vechain, Bitse Group และ Meilink เมื่อปี 2016 ก็มาเริ่มทำงานที่ Qtum ก่อนหน้านี้เขาเป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อ Steven Dai เมื่อตอนที่เขาเป็น CTO ของโครงการ BitBay ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นโครงการที่หลอกลวง นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน ได้แก่ Neil Mahi ดำรงตำแหน่ง CTO และเป็นสถาปนิกของบล็อคเชนนี้ และ Jordan Earls ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนักพัฒนา
Stephen (Xiaolong) เป็นหัวหน้านักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Qtum ตั้งแต่ปี 2017 เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาด้าน Computer Vision จาก University of Chinese Academy of Sciences ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยร่วมงานกับบริษัทชั้นนำอย่าง Tencent และ Microsoft ในตำแหน่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์
ส่วนการพัฒนาของ Qtum ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย มีความพยายามด้านการตลาดและการขยายงานของพวกเขาได้ดึงดูดตลาดเอเชียโดยเฉพาะตลาดในจีน มีเว็บไซต์มากกว่าหนึ่งแห่งจนถูกขนานนามว่า Ethereum ของประเทศจีน ทีม Qtum เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า Anthony Di Iorio หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Ethereum และนักลงทุน Qtum กล่าวว่า ผมเชื่อว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในจีนและเอเชีย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พวกเขาเห็นว่าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงในแพลตฟอร์ม Smart Contract และเรียนรู้จากความผิดพลาดของ Ethereum มุ่งเน้นที่ภูมิภาคที่พวกเขารู้จักดีที่สุด นอกเหนือจาก Di Iorio แล้ว Qtum ได้ระดมทุน 1 ล้านเหรียญในช่วงต้นของโครงการจากนักลงทุน 11 รายที่ช่วยสร้าง Testnet และเริ่มดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าว ต่อมาในเดือนมีนาคมปี 2017 Qtum สามารถระดมทุนได้จำนวนหลายล้านในเวลาเพียง 5 วัน Qtum ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ มีสำนักงานในไมอามี่และสต็อกโฮล์ม
มูลค่าตลาด ณ ปัจจุบันของ QTUM อยู่ที่ $263,256,262 หรือประมาณ 8,687,456,646 ล้านบาท อยู่อันดับที่ 122 ของเว็บ Coingecko และมี Supply หมุนเวียนอยู่ที่ 104,243,975 QTUM จากทั้งหมด 107,822,406 QTUM ราคาสูงสุดอยู่ที่ 2.74 ดอลลาร์ และ ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2.52 ดอลลาร์ (อ้างอิงจาก 24 ชม.ล่าสุด) ส่วนราคาสูงสุดที่เคยปรากฎอยู่ที่ 100.22 ดอลลาร์และต่ำสุดที่เคยปรากฏอยู่ที่ 0.783 ดอลลาร์
ขอบคุณเพจ BitToon สำหรับกราฟิก และเพจ Lady Crypto สำหรับเนื้อหาด้วยนะครับ😍
22/07/2022
Apecoin คืออะไร? ลองไปอ่านกัน!!!!
ApeCoin เหรียญตระกูล Metaverse ที่มาแรงที่สุดในปีนี้
ApeCoin คือ ERC-20 Token ที่ถูกสร้างขึ้นโดย ApeCoin DAO ซึ่งเป็นบริษัทกำกับดูแล ApeCoin โดยเฉพาะที่ถูกแยกออกมาจาก Yuga Labs ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ผลิต Collection NFT ระดับโลกอย่าง Bored Ape Yatch Club (BAYC), Mutant Ape Yatch Club (MAYC) เพื่อที่จะนำ ApeCoin เข้ามาใช้เป็นสกุลเงิน (Currency) ภายใน Ecosystem ของ Yuga Labs โดยหลังจากเปิดตัว ApeCoin ในวันแรก ตัวเหรียญก็ได้ถูกเข้าไปลิสต์ให้ซื้อขายได้ในกระดานเทรดชื่อดังอย่าง Binance, Coinbase, FTX และมีราคาเปิดตัวสูงถึง $30/APE ภายในไม่กี่นาทีหลังจากเปิดให้เทรด ดันให้ ApeCoin กลายเป็นหนึ่งในเหรียญตระกูล Metaverse ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุด แซงหน้าเหรียญ SAND, MANA, AXS ไปเลย
ซึ่งหลังจากที่ประกาศเปิดตัว ApeCoin ทาง Yuga Labs ก็ได้มีการ Airdrop เหรียญ APE ไปให้กับผู้ถือ Bored Ape Yatch Club จำนวน 10,000 APE ต่อการถือหนึ่งตัว Mutant Ape Yatch Club จำนวน 2,000 APE ต่อการถือหนึ่งตัว เท่ากับว่า หากผู้ถือ BAYC ทำการขายเหรียญ APE ที่ได้จากการ Airdrop ในตอนราคาสูงสุด เขาจะได้รับเงินฟรีไปประมาณ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว (อิงตามราคา APE/USDT ที่ All Time High $30)
เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทาง Yuga Labs ได้รับเงินระดมทุนไปกว่า 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และได้มีการร่วมมือกับ Animoca Brands, Andreessen Horowitz, Coinbase, Moonpay ในการสร้าง “Otherside” ซึ่งเป็นโปรเจค Play to Earn Metaverse แนว MetaRPG ของทาง Yuga Labs โดยจะมีการรวบรวม Collection ต่างๆจากทาง Yuga Labs และ Colletion เสริมอื่นๆให้มาอยู่ในเกม และมีการใช้ ApeCoin มาเป็นสกุลเงินหลักของ Otherside อีกด้วย
โดยก่อนที่จะมีการประกาศเปิดตัวโปรเจค Otherside ทาง Yuga Labs ก็ได้มีการเข้าไปซื้อโปรเจค Cryptopunks และ Meebits จากทาง Larva Labs ซึ่งเป็นผู้ผลิตเดิมเพื่อที่จะนำเจ้าสอง Collection ดังนี้เข้ามายัง Metaverse ของ Otherside โดยแต่ก่อนนั้น เจ้าของผลงาน Cryptopunks และ Meebits ไม่สามารถนำ NFT ของตนเองไปทำอะไรต่อได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้ในทางการค้า หรือการโปรโมทใดๆ เนื่องจากข้อจำกัดของทรัพย์สินทางปัญญาที่บริษัทเดิมกำหนด แต่หลังจากที่ทาง Yuga Labs เข้ามาซื้อสอง Collection นี้ไปแล้ว เจ้าของที่ครอบครองผลงานก็สามารถนำ NFT ของตนไปใช้ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง
สำหรับใครที่ได้ดูวีดีโอ Trailer เปิดตัวของ Otherside https://www.youtube.com/watch?v=qt1equGhkQE ในช่วงนาทีที่ 1.06 - 1.18 ก็จะได้พบเห็น Collection อื่นๆที่ไม่ได้เป็นของ Yuga Labs ก็ได้เข้ามาร่วมจอยอยู่ใน Otherside ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Cool Cats, World of Women, CrypToadz, Nouns รวมไปถึง Cryptopunks และ Meebits ที่ทาง Yuga Labs เพิ่งซื้อมาหมาดๆก็ได้เข้าร่วมอยู่ในนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากการเปิดตัว Trailer Otherside เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ส่งผลให้ Collection ต่างๆที่ปรากฎอยู่ใน Trailer พากันยกปริมาณยอดเทรดใน Opensea ขึ้นกันไม่น้อยกว่า 30% เลยทีเดียว
นอกจากนี้ ทาง Yuga Labs ยังประกาศขาย Land ของ Otherside ในโปรเจคที่มีชื่อว่า Otherdeed for Otherside จำนวนทั้งหมด 200,000 ผืน โดยรอบแรกได้มีการขายจำนวน 100,000 ผืนเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา และอีก 100,000 ผืนจะมีการประกาศแผนการขายในอนาคต ซึ่ง 100,000 ผืนแรกนั้น จะมี 30,000 ที่ถูก Airdrop ไปให้กับผู้ถือ BAYC และ MAYC และอีก 70,000 จะถูกขายในรอบ Public Sale จำนวนผืนละ 305 APE หรือราคาประมาณ 250,000 บาทในตอนนั้น
ด้วยความฮอตของ Otherside Land ถึงแม้จะจำนวน Wallet ที่ KYC เพียงแค่ 55,000 Wallet แต่จากข้อกำหนดที่ Mint ได้ Wallet ละ 2 ผืน ก็ทำให้คนแย่งกันอัดแก๊สจนทำให้ Etherscan พัง และดัน Gwei ขึ้นไปสูงกว่า 10,000 Gwei เลยทีเดียว ซึ่งหลังจากการ Mint เสร็จก็ได้มีข้อมูลระบุว่า จำนวนค่าแก๊สทั้งหมดที่คนเสียให้กับการ Mint Otherside Land นั้นมีจำนวนราวๆ 64,700 ETH หรือประมาณ 5,823 ล้านบาทเลยทีเดียว แต่สุดท้ายทาง Yuga Labs ก็ได้มีการประกาศคืนค่าแก๊สให้กับคนที่ทำธุรกรรมล้มเหลวทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว และดันราคา Floor ของ Otherside สูงกว่า 10 ETH ในตอนเปิดตัว และ Otherdeed Land #59906 ที่ขายได้แพงที่สุด ก็ถูกขายไปในราคา 625 ETH หรือราวๆ 56 ล้านบาทเลยทีเดียว
นอกจากนี้ Opensea ก็เปิดรองรับสกุลเงิน APE ในการซื้อขายอีกด้วย แต่เหรียญก็มีสองด้านเสมอ บางคนไม่รู้ก็เผลอไปตั้งราคาจากเหรียญ ETH เป็นเหรียญ APE บ้าง บางคนเห็นมีคนมา Offer ราคา แต่ราคาที่มา Offer นั้นดันเป็นเหรียญ APE ไม่ได้สังเกตุจึงกดตกลงรับไปบ้าง แทนที่จะขายได้ 1,000,000 บาท กลับขายได้เพียง 10,000 บาทโดยทันทีนั่นเอง
และเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ทาง Yuga Labs ก็ได้มีการเปิดทดสอบระบบ Metaverse ของ Otherside เพื่อทดสอบความเสถียรและความสามารถในการรองรับผู้เล่นจากทั่วโลก ซึ่งในขณะที่เปิดทดสอบระบบก็สามารถรองรับผู้เล่นได้มากถึง 4,300 คนเลยทีเดียวโดยแทบไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลย นับเป็นการพัฒนาก้าวสำคัญของวงการ Metavese ของ Web 3.0 ให้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น สามารถรับชมวิดีโอทดสอบระบบได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=rNgPsTOQMB4
Use Case ของ ApeCoin
Governance : ใช้ ApeCoin เป็นสิทธิ์ในการโหวตทิศทางและ Proposal ของ Ecosystem ของ Otherside ในอนาคตได้
Unification of Spend : ใช้ ApeCoin เป็นสกุลเงินหลัง (Currency) ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนภายใน Ecosystem ของ Otherside
Access : ใช้ ApeCoin เป็นเหมือนบัตรผ่านในการเข้าไปเล่นกิจกรรมต่างๆที่ทาง Ecosystem ของ Otherside จัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Exclusive Game, Merch, Events รวมไปถึง Service ต่างๆอีกด้วย
Incentivization : นำ ApeCoin ไปเป็น Incentive สำหรับนักพัฒนาหรือบุคคลต่างๆที่เข้ามาช่วยเหลือและพัฒนา Otherside ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Allocation ของ Apecoin
62% Ecosystem Fund : 150,000,000 APE จะถูกแจกจ่ายให้กับผู้ถือ BAYC/MAYC และอีก 470,000,000 APE จะถูกเก็บไว้ใน DAO Treasury และเก็บเป็นเงินทุนสำรองกรณีฉุกเฉิน ประกอบด้วย 117,500,000 APE ถูกปลดล็อคเลย และอีก 7,343,750 APE จะถูกปลดล็อคทุกๆเดือนเป็นเวลา 2 ปี
16% Yuga Labs & Charity : 150,000,000 APE ถูกแจกจ่ายให้กับทีมงานทั้งหมดของ Yuga Labs และอีก 10,000,000 APE จะถูกบริจาคให้กับ Jane Goodall Legacy Foundation ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้ความช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมและลิงโดยเฉพาะ
14% Launch Contributors : ให้กับคนที่ช่วยเหลือ Yuga Labs และ Otherside
8% BAYC Founder : ให้กับ Founder ทั้งสี่คนของ Bored Ape Yatch Club
มูลค่าตลาดปัจจุบันของ ApeCoin อยู่ที่ $2,087,142,840 หรือประมาณ 77,224,285,080 บาท อยู่ลำดับที่ 31 (อ้างอิงจากเว็บไซต์ Coinmarketcap) มี Circulating Supply อยู่ที่ 306,875,000 APE จากทั้งหมด 1,000,000,000 APE มีราคาสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ $30/APE และราคาต่ำสุดตลอดกาลอยู่ที่ $3.12/APE มีราคาสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ $6.87 และราคาต่ำสุด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ $5.67 สามารถเทรดเหรียญ APE ได้ที่กระดานเทรดหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Binance, FTX, Coinbase, KuCoin, Huobi เป็นต้น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Mitrtown Office Tower, 16th Floor At Samyarn Mitrtown, 944 Rama IV Road, Wang Mai, Pathum Wan District
Bangkok
10330