CEO Quant Trading
เราคือกลุ่มผู้พัฒนา EA (Expert Advisor) สำหรับต?
10/04/2022
สวัสดีครับทุกคนวันนี้แอดมิน จะพาทุกคนมาไขข้อข้องใจ กับความสงสัยที่ว่า “ระหว่างเทรดเดอร์มนุษย์ กับ Robot trading system” นั้นใครเจ๋งกว่ากัน?
หากคุณเป็นคนนึงที่เริ่มเข้ามาลงทุน ไม่ว่าจะในตลาดหุ้น(Stock)ตลาดทอง(Gold)ตลาดเงิน(Forex)หรือตลาดคริปโต(Cryptocurrency)
คุณน่าจะเคยแอบสงสัยว่า ระหว่างการใช้ Robot Trading system กับเทรดเดอร์มนุษย์ อย่างเราๆนั้น ถ้าวัดกันในระยะยาวแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายชนะกันนะ?
สำหรับบทความนี้ แอดมินจะพามาหาคำตอบสำหรับ คำถามนี้กันครับ
ก่อนอื่นเราต้องมาวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของทั้งสองฝ่ายกันก่อนดีกว่า
..เทรดเดอร์มนุษย์...
จุดแข็ง- มีทักษะการเทรดและการแก้ไขสถานการณ์ได้เหนือกว่า Robot
ความจริงแล้วเทรดเดอร์มนุษย์ที่ผ่านการฝึกฝนทักษะในการเทรดมาอย่างดี ย่อมมีความสามารถและในการเทรดที่เก่งกว่า Robot เป็นแน่แท้
โดยเฉพาะความสามารถในการยืดหยุ่นปรับตัว แก้ไขสถานการณ์ตามสภาวะตลาดที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า Robot เป็นไหนๆ
จุดอ่อน - จุดอ่อนของมนุษย์ อยู่ตรงที่หัวใจ ที่ทำเป็นแข็งแรง ที่ฉันแสดง ที่แท้แทบขาดใจ
เพราะจุดอ่อน เทรดเดอร์มนุษย์นั้น แน่นอนว่ามันคือ สภาวะจิตใจ ซึ่งเป็นจุดที่ เทรดเดอร์มนุษย์อย่างเราๆนั้นแพ้ Robot แบบหลุดลุ่ยไม่ติดฝุ่น เช่นกัน
ความง่วง ความหิว ความเหนื่อยล้าจากการเฝ้าจอเทรดเป็นเวลานานๆ ความหงุดหงิดจากเรื่องต่างๆที่จะเข้ามากระทบ บลาๆๆอีกมากมาย
ถ้าเทรดเดอร์ที่ไม่ได้รับการฝึกฝน การควบคุมสภาวะจิตใจที่ดีพอ เวลาเจอสภาวะกดดันจากทั้งจากปัจจัยภายในตัวเอง และจากสภาวะตลาด ก็ย่อมมีผลกระทบกับการตัดสินใจในการเทรดอย่างแน่นอน
เพราะถ้าจิตใจไม่นิ่ง ก็จะนำพาไปสู่ ความไม่มีวินัยในการเทรด ไม่ทำตามแผนที่วางไว้
และสภาวะจิตใจที่อ่อนแอไม่แน่วแน่เช่นนี้ ก็มีโอกาสที่จะแพ้ภัยหวั่นไหวต่อความโลภและความกลัวได้ง่ายกว่า จิตใจที่นิ่งและแน่วแน่ นั้นเอง
..Robot trading system...
จุดแข็ง- คือไร้หัวใจ ใช่สิ ก็แกมันไม่ใช่คน!
เมื่อ Robot ไม่มีความรู้สึก นึกคิด ก็จะไม่มีอารมณ์ความหวั่นไหว ต่อสภาวะในการตัดสินใจ Robot จึงมีวินัยในการทำตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้100%
เพราะ Robot นั้นจะทำตามชุดคำสั่ง Algorithm ที่นักพัฒนาได้เขียนชุดคำสั่งไว้อย่างไม่อิดออด และไม่ลังเล นั่นเอง
จุดอ่อน - ปรับตัวตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้ยากกว่าเทรดเดอร์มนุษย์
หากนักพัฒนาระบบ Robot trading system ไม่สามารถสร้างกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นได้ดี หรือจะพูดว่ามี Algorithm ในการเทรดแบบตายตัวเกินไป
ก็อาจทำให้ Robot นั้นๆไม่ประสบผลสำเร็จในระยะยาว
ก็เนื่องจากว่า สภาวะตลาดนั้นมันคือ พลวัตที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงซื้อขายในตลาดที่มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งก็มีพลวัต ด้วยเช่นกันนั่นเอง
ด้วยเหตุผลตามที่ว่ามานั้น ทางทีมพัฒนาของเราซึ่งประกอบด้วยเทรดเดอร์มืออาชีพ, Software Engineer และ Data Scientist จึงได้รวมตัว
พัฒนาระบบเทรด "Optopus" trading system ที่มีเป้าหมายหลักคือ สร้างระบบเทรดที่สามารถปกป้องเงินทุน และสร้างผลกำไรได้ในระยะยาว อย่างยั่งยืน
ด้วยConcept ที่นำเอาส่วนผสมที่เป็นจุดแข็งของทั้งเทรดเดอร์มนุษย์ที่มีความสามารถในการปรับตัวตามสภาวะตลาดได้ดีกว่า Robot ทั่วไป
และจุดแข็งของ Trading robot คือการมีวินัย ทำตามกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ อย่างเคร่งคัด มาผสมให้เกิดความลงตัว
โดยการนำแนวคิดและ Algorithm ที่ใช้ในการสร้าง Machine Learning model มาสร้างเป็นระบบ AI ที่สามารถปรับกลยุทธ์ของ Trading robot ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดได้ตลอดเวลา
ชื่อ Optopus นั้นมีที่มาจากคำสองคำ คือคำว่า Optimize และ Octopus
Optimize คือการปรับให้เหมาะสม ในที่นี้ก็คือการปรับให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
Octopus ก็คือปลาหมึกยักษ์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีสติปัญญา อีกทั้งยังเป็นยอดนักพรางตัวให้เข้าสภาวะแวดล้อมต่างๆเพื่อหาอาหารและเอาตัวรอดจากนักล่า เรียกได้ว่าเป็นสัตว์นักล่าที่มีคุณสมบัติของ Trading robot ที่ดีโดยแท้
ใน Trading robot แต่ละตัวของ Optopus นั้นจะประกอบไปด้วยกลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย
แต่ละกลยุทธ์นั้นจะถูกสร้างขึ้นมาโดย Algorithm ที่เลียนแบบการคัดเลือกตามธรรมชาติ (Natural Selection)
และจะถูกควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น โดยการทำ Robustness test ด้วยข้อมูลย้อนหลังไปมากกว่า 10 ปี
เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์ที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น มีประสิทธิภาพสูงและความเสี่ยงต่ำโดยแท้จริง ไม่ใช่ดีแค่ใน backtest เท่านั้น
จากนั้นระบบ AI ของเราจะทำการคัดเลือกกลยุทธ์ต่างๆที่เหมาะสมกับสภาวะของตลาดปัจจุบันขึ้นมาใช้เทรดต่อไป
และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทีมพัฒนาได้ออกแบบให้ระบบทำงานโดยอัตโนมัติตลอดเวลา 24x7
ดังนั้นจึงพูดได้เต็มปากว่า เจ้าปลาหมึก Optopus เป็น Trading robot ที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้และไม่เคยหยุดปรับตัวตามสถานการณ์อย่างแท้จริง
แต่อย่างไรก็ตามแอดมินก็ยังเห็นว่า เราในฐานะนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่ดีนั้น ก็ควรจะยึดภาษิต ที่ว่า อย่านำไข่หลายใบ มาเก็บไว้ในตระกร้าใบเดียว
เพราะการกระจายไข่ลงไปเก็บไว้ในตระกร้าหลายใบนั้น นอกจากจะเป็นการกระจายความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เรารับความเสี่ยงที่มากเกินไปแล้วนั้น
การที่เราได้กระจายไข่ไปในหลายๆตระกร้า ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้นได้ด้วย
สุดท้ายแอดมินจึง ไม่ขอฟันธงว่า เทรดเดอร์มนุษย์ กับ Robot trading ใครเจ๋งกว่ากัน
แต่ขอฟันธงว่า ถ้าเรานำจุดแข็งของแต่ละฝ่าย มาประยุกต์ใช้ในการเทรดของเราให้ได้มากที่สุด นั่นแหละ เจ๋งที่สุด...ฟันธง!
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "Optopus" trading system หรือ สมัครใช้งานได้ที่ : https://www.ceoquant.com/
26/03/2022
“Optopus” Robot trading system ของเราผ่านการต่อสู้ในสมรภูมิ ตลาดForex มาครบขวบปีแล้วนะ ทุกค๊นนนน👏
และปีนี้เราก็พร้อมจะลุยต่อไป ด้วยเป้าหมาย การเติบโตอย่างยั่งยืน ตามคอนเซ็บของทีมเรา 🚀🚀🚀
https://www.ceoquant.com/
27/01/2021
ทำไมคุณถึงเทรด Forex?
เราเคยถามตัวเองกันไหมว่า ทำไมเราถึงมาเทรด Forex มีสินทรัพย์อื่นๆ ที่สามารถเทรดได้ในโลกนี้เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทองคำแท่ง หุ้น DW Commodity หรือแม้กระทั่งการเทรดกระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา ที่ดิน เป็นต้น
แน่นอน Forex เป็นการเทรดที่ High risk, high return; เราสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น และ ขาลง; เรามี Leverage ที่จะช่วยให้เราไม่ต้องลงเงินต้นมาก แต่ก็ได้กำไรเสมือนเรามีเงินต้นมากได้; สภาพคล่องในการเทรดสูงมากๆ; และตลาดเปิดเกือบ 24 ชม. นี่เป็นเพียงข้อดีบางส่วนเท่านั้นที่ยกตัวอย่างมา
ฟังดูน่าสนใจและหอมหวานมากๆ แต่อย่าลืมว่าดาบมีสองคม เรากำลังมองแต่ High return โดยไม่สนใจ High risk กันซะเท่าไร แล้วถ้าหากเราเทรดขาดทุนละ จะเกิดอะไรขึ้น?
เราลงเงินน้อยแต่ขาดทุนเยอะ =เยอะขนาดเป็นหลายเท่าตัว= แม้แต่ตัวแอดมินเพจเองก็ยังเคยเป็น เรากระโดดเข้ามาเพราะมันหอมหวาน ทำกำไรได้เร็ว รวยเร็ว แต่ภายในพริบตา หายนะก็มาเยือน เชื่อว่าทุก ๆ ท่านคงเคยเกิดเหตุการณ์ "ล้างพอรท์ในพริบตา" มาบ้างไม่มากก็น้อย หากเราได้ตัดสินใจที่จะเทรดในตลาดนี้แล้ว
ดังนั้น หากมีใครมาปรึกษาเราว่าอยากจะเริ่มเทรด Forex เราจะแนะนำว่า "คุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน" หรือ "คุณชอบความเสี่ยงแค่ไหน"
จริงๆ แล้ว อีกนัยหนึ่งของผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ในตลาด Forex มา ก็คือ "คุณพร้อมจะเสียเงินมากแค่ไหน"ต่างหากล่ะ
สำหรับการลงทุนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชนิดใดก็แล้วแต่ มันมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ
ความเสี่ยง (Risk) ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เรื่องที่น่ากลัวกว่าคือ คุณไม่รู้จะจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไร
ดังคำกล่าวของปรมาจารย์ในการลงทุนผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก จอร์จ โซรอส ได้กล่าวไว้ว่า -----
“It's not whether you're right or wrong, but how much money you make when you're right and how much you lose when you're wrong.”
-----
มันไม่สำคัญว่าคุณจะทำถูกหรือผิด แต่สิ่งสำคัญคือ คุณทำเงินได้มากแค่ไหน เวลาคุณทำถูก และคุณเสียเงินไปเท่าไร เวลาคุณทำผิด
27/01/2021
ก่อนจะเป็นสุดยอด ต้องอยู่ให้รอดก่อนนะ...เออ
#เทรดเดอร์เต่า
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok