BullLogistics

BullLogistics

แชร์

บริการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยแบบถ?

05/06/2026

ในการขนส่งสินค้าแต่ละครั้งควรมีการทำประกันภัยขนส่งสินค้า เนื่องจากจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงต่อตัวสินค้าจากอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งและจัดเก็บสินค้า ทั้งที่อยู่ในภายในประเทศไทยและนอกประเทศไทย รวมทั้งยังมีประกันภัยอื่นๆ เช่น การประกันสินเชื่อทางการค้า ซึ่งคุ้มครองผู้ส่งออกในกรณีที่ส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อแล้ว ไม่ได้รับชำระค่าสินค้าจากผู้ซื้อ ฯลฯ เป็นต้น

👉 ขั้นตอนการทำประกันภัย

ในกรณีทำประกันภัยขนส่งสินค้า ผู้ส่งออกสินค้าสามารถติดต่อทำประกันภัย ผ่านบริษัทชิปปิ้งที่ผู้ส่งออกใช้บริการหรือจะติดต่อบริษัทประกันโดยตรง เพื่อขอคำแนะนำและติดต่อทำประกันภัย ซึ่งข้อมูลที่ต้องจัดเตรียม ประกอบด้วย
‣ สินค้า
‣ บรรจุภัณฑ์
‣ จุดหมายปลายทาง
‣ ประเภทยานพาหนะที่ใช้ขนส่ง
‣ ประเภทของประกันภัย
‣ เงื่อนไขความคุ้มครองที่เหมาะสมกับประเภทของสินค้า
‣ ระบุให้กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตลอดเส้นทางของการขนส่ง

👉 ข้อดีของการทำประกันภัย

1. เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้บริการขนส่งสินค้า ผู้สั่งซื้อสินค้าข้ามประเทศ การทำประกันภัยขนส่งสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณจะหมดห่วงและหมดความกังวลใจในกรณีที่สินค้ามาถึงที่หมายล่าช้า แตกหัก และพังเสียหาย อย่างน้อยการทำประกันภัยก็เหมือนกับคุณมีตัวกลางในการประสานงานให้หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

2. รับประกันความเสียหาย สินค้าที่มีการขนส่งข้ามประเทศ การทำประกันภัยจะช่วยรับประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าในระหว่างการเดินทางขนส่ง การเคลื่อนย้าย การเปลี่ยนถ่ายสินค้า ตลอดจนการแพ็คสินค้าจากผู้ให้บริการ

3. ใช้คำนวณค่าภาษีนำเข้า การคิดคำนวณภาษีนำเข้านั้น จำเป็นต้องใช้ค่าประกันในการนำมาคิดคำนวณด้วย โดยเฉพาะหากสินค้านั้นมูลค่าสูงกว่า 380,000 บาทขึ้นไป คุณอาจจะเหมือนได้ทำประกันฟรีๆ เลยทีเดียว แต่ถึงแม้ว่ามูลค่าสินค้าของคุณจะไม่ได้สูงขนาดนั้น การทำประกันภัยขนส่งสินค้าก็มีความจำเป็นอยู่ดี เพราะมูลค่าเบี้ยประกัน ไม่มีทางเกินกว่าสินค้าอย่างแน่นอน และคุณจะไม่มีทางขาดทุนจากเรื่องนี้

4. ช่วยคุ้มครองความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ผู้ให้บริการขนส่งจะมีการบิดพริ้วหรือไม่ในกรณีที่เกิดความเสียหายกับสินค้าในขณะขนส่ง โดยเฉพาะหากคุณเลือกบริษัทผู้ให้บริการขนส่งที่ไม่เป็นที่รู้จัก การทำประกันภัย จะช่วยคุ้มครองความรับผิดชอบจากผู้ให้บริการได้ เหมือนการมีสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่จะทำให้คุณไม่ถูกเอาเปรียบ

5. ประหยัดเวลาเมื่อสินค้าได้รับความเสียหาย เพราะขั้นตอนการทำงานตามปกตินั้น ก็ใช้เวลาชองคุณมากพออยู่แล้ว หากเกิดปัญหาสินค้าเสียหาย แต่การเคลมกลับไม่สะดวกสบายจะยิ่งเสียเวลาคุณมากเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม หากนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ผู้นำเข้าสินค้าจะต้องซื้อประกันภัยทุกครั้งเมื่อสินค้ามีมูลค่าเกินกว่า 500 บาท หากไม่ได้ทำประกันภัยจะถือว่าสินค้ามีมูลค้าน้อยกว่า 500 บาท ซึ่งค่าประกันภัยสินค้าสูญหายจะคิดในอัตรา 3% ของค่าขนส่ง เมื่อเกิดกรณีสินค้าสูญหาย ผู้ให้บริการจะชดใช้ไม่เกิน 3 เท่าของค่าขนส่ง แต่ถ้าไม่มีประกันภัยจะชดใช้ให้ไม่เกิน 500 บาท และผู้นำเข้าต้องทำเรื่องขอค่าชดเชยสินค้าสูญหายเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งสินค้าหรือนับแต่วันที่ทราบว่าสูญหาย ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำประกันภัยสินค้าทุกครั้ง เพื่อให้การนำเข้าและชิปปิ้งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากการเสียหายของสินค้าระหว่างขนส่งและจัดเก็บ เพื่อนำเข้าสินค้าจากจีนได้อย่างมีคุณภาพ

ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064​​
Line::

08/05/2026

การขนส่งสินค้าทางทะเล ที่มักจะถูกเรียกว่า Container Ship ซึ่งหมายถึง การขนส่งด้วยระบบตู้ Container ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า ที่ต้องการขนส่งในรูปแบบดังกล่าว ควรทำความเข้าใจกับการขนส่งทางเรือและประเภทของตู้ Containers ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียม มีขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต และ 40 ฟุต

🚢 การขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์

หนึ่งในรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศหรือชิปปิ้งที่ได้รับความนิยม คือ การขนส่งทางทะเล ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ขนส่งได้ครั้งละมากๆ และป้องกันความเสียหายของสินค้าได้ดี ปัจจุบันรูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลเป็นการขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box) สินค้าที่จะถูกขนส่งนั้น จะนำมาบรรจุตู้ (Stuffing) และขนย้ายขึ้นไว้บนเรือ ทำให้ Container Ship ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่รองรับการขนส่งสินค้าเท่านั้น ท่าเรือเองยังต้องถูกออกแบบเพื่อรองรับเรือประเภทนี้ด้วย หรือที่เรียกว่า Terminal Design เพื่อให้มีความเหมาะสมในด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น มีท่าเทียบเรือ เขื่อนกั้นคลื่น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

BullLogistics ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลด้วยเรือ Container Ship ซึ่งแยกประเภทของตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งสินค้าออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

1️⃣ Dry Cargoes คือตู้สินค้าสำหรับบรรจุภาชนะหรือหีบห่อ โดยไม่ต้องรักษาอุณหภูมิ หมายถึงเป็นตู้สำหรับใส่สินค้าโดยทั่วไป ภายในต้องทำที่กั้นเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าภายในขยับหรือเคลื่อนย้ายได้ อาจใช้ถุงกระดาษที่มีการเป่าลมเพื่ออัดช่องว่างระหว่างสินค้ากับตัวตู้คอนเทนเนอร์ โดยถุงดังกล่าวเรียกว่า Balloon Bags หรือสามารถใช้ไม้มาปิดกั้นขึ้นเป็นผนังหน้าตู้ขึ้นมา เรียกว่า Wooden Partition แต่ถ้าใช้เชือกไนลอนในการรัดหน้าตู้ เรียกว่า Lashing

2️⃣ Refrigerator Cargoes คือตู้สินค้าที่มีเครื่องปรับอากาศภายในตู้ เพื่อปรับอุณหภูมิภายใน ทั้งนี้ จำเป็นต้องทำตามมาตรฐาน สามารถปรับอุณภูมิได้อย่างน้อย -18 องศาเซลเซียส สำหรับเครื่องทำความเย็นนี้จะติดตั้งเอาไว้กับตัวตู้คอนเทนเนอร์และมีปลั๊กในการใช้กระแสไฟฟ้าโดยเสียบจากภายนอกตู้ อีกทั้งต้องมีการวัดอุณหภูมิเพื่อแสดงให้เห็นสถานะของอุณหภูมิของตู้สินค้าประเภทนี้

3️⃣ Garment Container เป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกออกแบบเฉพาะ สำหรับการบรรจุสินค้าประเภทเสื้อผ้า ซึ่งมีราวไว้สำหรับแขวนเสื้อผ้า ซึ่งตู้นี้ส่วนใหญ่ใช้กับสินค้าประเภท Fashion ที่ไม่ต้องการพับหรือถูกบรรจุเอาไว้ใน Packing ที่อาจส่งผลให้เสื้อผ้ามีรอยยับหรือเกิดความไม่สวยงามได้

4️⃣ Open Top ขนาดของตู้ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็น 40 ฟุต โดยตู้ลักษณะนี้ ถูกออกแบบมาไม่ให้มีหลังคา เพื่อใช้สำหรับการวางสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เครื่องจักร หรือเป็นสินค้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายผ่านประตูของตู้คอนเทนเนอร์ได้ จึงจำเป็นต้องขนย้ายโดยการยกส่วนบนของตู้แทน

5️⃣ Flat-Rack เป็นพื้นที่ขนาดราบที่มีความกว้างและยาวตามขนาดของตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน พูดง่ายคือมีลักษณะเป็นตู้ซึ่งคล้ายกับคอนเทนเนอร์ หากแต่มีเพียงพื้นหรือ Platform แนวราบสำหรับวางสินค้าที่มีลักษณะพิเศษ เช่น เครื่องจักร, แท่งหิน, ประติมากรรม, รถแทรกเตอร์ โดยสินค้าเหล่านี้อาจขนส่งด้วยทางเรือที่เป็นประเภท Conventional Ship แต่ถ้าต้องขนส่งทางเรือด้วยระบบ Container ต้องมาวางใน Flat-rack ก่อน เพื่อให้สามารถจัดเรียงกองได้ในรูปแบบ Slot ซึ่งเป็นลักษณะของเรือที่เป็น Container

👉 ลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์ (Container Box)

ปกติแล้วตู้คอนเทนเนอร์เป็นตู้ที่มีขนาดมาตรฐาน ผลิตจากวัสดุที่เป็นเหล็กหรืออลูมิเนียม มีโครงสร้างภายนอกแข็งแรงและสามารถวางเรียงซ้อนกันได้ไม่น้อยกว่า 10 ชั้น หากมีการเรียงซ้อนกันจะมีการยึดหรือเรียกว่า Slot เพื่อให้แต่ละตู้มีการยึดติดกัน ส่วนใหญ่มีประตู 2 บาน แต่ละตู้นั้นมีการระบุรายละเอียด เช่น หมายเลขตู้ (Container Number) น้ำหนักของสินค้าที่บรรจุได้สูงสุด ฯลฯ

เมื่อปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์แล้วจะมีที่ล็อกประตู โดยใช้การคล้องซีล (Seal) ซึ่งแบบเดิมเป็นตะกั่ว แต่ปัจจุบันเป็นพลาสติกซึ่งมีหมายเลขกำกับเอาไว้ เพื่อใช้ในการบ่งชี้สถานภาพ ตลอดจนมีการพัฒนาไปไกลถึง Electronic Seal ที่ช่วยให้สามารถเข้าไปตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ (Electronic Tracking) สามารถหาตำแหน่งของการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า และภายในตู้คอนเทนเนอร์มีพื้นที่สำหรับการบรรจุและการวางสินค้า

ขนส่งทางรถ กับทีมงานมากประสบการณ์ BullLogistics
www.bulllogistics.co.th
โทร:: 02-114-7064​​
Line::

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการขนส่ง ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


สถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า อาคาร 8 ถ. ไอซีดี คลองสามประเวศ ลาดกระบัง
Bangkok
10520

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00