Pdpaplus
PDPA,CYBER SECURITY
28/04/2025
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลไม่เพียงแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเรื่องที่องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการ ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้าน Cybersecurity ด้วย เพราะการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับเหล่านี้อาจทำให้บริษัทเสี่ยงต่อการถูกฟ้องได้ !!! 👩⚖️❗️
-------------------------------------------------
PDPA Plus ขอยกตัวอย่างของกฎหมายที่องค์กรควรรู้จักดังนี้
1. PDPA (Personal Data Protection Act)
กฎหมาย PDPA ของประเทศไทยเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งองค์กรต้องปฏิบัติตามเพื่อให้มั่นใจว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานนั้นเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เก็บรวบรวมและการแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
2. GDPR (General Data Protection Regulation)
หากองค์กรของคุณทำธุรกิจในยุโรปหรือเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของชาวยุโรป กฎหมาย GDPR จะต้องเป็นสิ่งที่คุณต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับนี้มุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองในสหภาพยุโรป (EU) และให้องค์กรมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่จัดเก็บ
3. HIPAA (Health Insurance Portability and Accountability Act)
สำหรับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ HIPAA คือกฎหมายที่กำหนดให้ต้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย ทั้งในระบบอิเล็กทรอนิกส์และแบบกระดาษ ซึ่งรวมถึงการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลจากการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต
-------------------------------------------------
ข้อบังคับและแนวทางปฏิบัติที่องค์กรควรปฏิบัติตาม
1. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
การปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหัวใจหลักของการปฏิบัติตามข้อบังคับด้าน Cybersecurity การเข้ารหัสข้อมูล การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล และการสำรองข้อมูลเป็นมาตรการที่สำคัญในการรักษาความปลอดภัย
2. การแจ้งเตือนกรณีเกิดการละเมิดข้อมูล (Data Breach)
หากเกิดการละเมิดข้อมูลในองค์กร ต้องมีระบบการแจ้งเตือนและดำเนินการตามกฎหมายเพื่อแจ้งให้ลูกค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด การละเลยการแจ้งเตือนอาจทำให้องค์กรต้องเผชิญกับค่าปรับที่สูง
3. การฝึกอบรมและการสร้างความตระหนักรู้
การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายด้าน Cybersecurity และการใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยต่างๆ จะช่วยให้พนักงานสามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-------------------------------------------------
เริ่มปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้าน Cybersecurity เพื่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในธุรกิจของคุณ เตรียมความพร้อมให้กับองค์กรของคุณ ด้วยการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องและสร้างมาตรการความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญ! ❗️
________________________________________
สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ปรึกษา PDPA และ Cyber Security สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่ : 👇👇
Inbox : m.me/pdpaplus
TEL : 064-714-1199, 099-103-9493, 064-528-9988
LINE OA : https://lin.ee/kwoxKoA
E-mail : [email protected]
Website : https://www.pdpaplus.com
#พรบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #คุ้มครองข้อมูล #รักษาความปลอดภัย
25/04/2025
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดขององค์กร การ จัดการสิทธิ์การเข้าถึง (Access Management) จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ แต่ยังช่วยรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสำคัญ 🌀
----------------------------------------------------
ทำไมการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงถึงสำคัญ?????
การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงที่ดีสามารถป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญโดยบุคคลที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถป้องกันการละเมิดข้อมูล การโจรกรรมข้อมูล หรือการใช้ข้อมูลในทางที่ผิดได้ การมีการควบคุมที่ชัดเจนยังช่วยลดความเสี่ยงจากการที่พนักงานหรือบุคคลภายนอกอาจเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
วันนี้พวกเราของแชร์เทคนิคการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
1. การใช้การเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access Control: RBAC)
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท (RBAC) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงให้เหมาะสมกับหน้าที่ของแต่ละบุคคล เช่น พนักงานฝ่ายการเงินอาจมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลทางการเงินเท่านั้น หรือผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลระดับสูงได้ ในขณะที่พนักงานทั่วไปจะไม่ได้รับสิทธิ์นี้
2. การใช้การตรวจสอบหลายขั้นตอน (Multi-Factor Authentication: MFA)
การใช้ MFA เป็นการเพิ่มชั้นความปลอดภัยให้กับกระบวนการเข้าสู่ระบบ โดยการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานด้วยหลายวิธี เช่น การใช้รหัสผ่านร่วมกับ OTP (One-Time Password) หรือการสแกนลายนิ้วมือ ทำให้ยากต่อการถูกเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
3. การควบคุมการเข้าถึงตามเวลา (Time-Based Access Control)
การจำกัดเวลาการเข้าถึงข้อมูล เช่น ให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเฉพาะในช่วงเวลาทำงานเท่านั้น จะช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลสำคัญจะถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่ไม่ควรเข้าถึง
4. การทบทวนสิทธิ์การเข้าถึงอย่างสม่ำเสมอ
การทบทวนและอัปเดตสิทธิ์การเข้าถึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากพนักงานอาจเปลี่ยนตำแหน่งหรือออกจากองค์กร การตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงให้ตรงกับตำแหน่งหรือบทบาทในปัจจุบันจะช่วยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
_______________________________________
สรุปได้ว่าการมีระบบ Access Management ที่เข้มแข็งจะช่วยให้องค์กรของคุณมั่นใจได้ว่า ข้อมูลสำคัญจะถูกเข้าถึงเฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เท่านั้น และรักษาความปลอดภัยในทุกๆ การดำเนินการ
พร้อมหรือยังที่จะเสริมสร้างระบบการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงที่ปลอดภัยในองค์กรของคุณ? เริ่มต้นได้ทันทีเพื่อให้การจัดการข้อมูลภายในองค์กรของคุณมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น!
----------------------------------------------------
สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ปรึกษา PDPA และ Cyber Security สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่ : 👇👇
Inbox : m.me/pdpaplus
TEL : 064-714-1199, 099-103-9493, 064-528-9988
LINE OA : https://lin.ee/kwoxKoA
E-mail : [email protected]
Website : https://www.pdpaplus.com
#พรบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #คุ้มครองข้อมูล #รักษาความปลอดภัย
20/04/2025
🚨ทำไมการตรวจจับภัยคุกคามถึงสำคัญ?
ภัยคุกคามไซเบอร์สามารถมาถึงองค์กรในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีผ่านอีเมล (Phishing) ไปจนถึงการแฮ็กข้อมูลสำคัญ (Data Breach) ถ้าไม่สามารถตรวจจับภัยคุกคามได้ทันเวลา อาจทำให้เกิดการสูญเสียข้อมูล หรือกระทบต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรอย่างหนัก
วันนี้เราจะมาแชร์เครื่องมือและเทคนิคในการตรวจจับภัยคุกคามไซเบอร์
1. SIEM (Security Information and Event Management)
SIEM คือเครื่องมือที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัยจากหลายๆ แหล่ง เช่น ระบบเครือข่าย, เซิร์ฟเวอร์, และแอปพลิเคชัน เพื่อค้นหาพฤติกรรมที่ผิดปกติและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาจริง ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองได้ทันทีหากมีเหตุการณ์ผิดปกติ
2. IDS/IPS (Intrusion Detection/Prevention System)
IDS คือระบบที่ใช้ตรวจจับการโจมตีหรือการเข้าถึงที่ผิดปกติในเครือข่าย ส่วน IPS สามารถป้องกันและบล็อกการโจมตีเหล่านั้นได้ในทันที ระบบนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเครือข่ายองค์กร โดยการจับการบุกรุกก่อนที่มันจะทำให้เกิดความเสียหาย
3. Endpoint Detection and Response (EDR)
EDR เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint) เช่น คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือในองค์กร เมื่อพบการทำงานที่น่าสงสัย เครื่องมือนี้จะสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที
4. Behavioral Analytics
การใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ (User Behavior Analytics: UBA) ช่วยให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติในระบบ เช่น การเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการใช้งานเครื่องมือที่ไม่เคยใช้มาก่อน โดยสามารถเตือนภัยได้ทันทีเมื่อพบการกระทำที่ไม่ปกติ
เทคนิคเพิ่มเติมในการตรวจจับภัยคุกคาม
• การตรวจจับช่องโหว่ (Vulnerability Scanning): การใช้เครื่องมือที่ตรวจสอบช่องโหว่ในระบบเพื่อหาจุดอ่อนที่อาจถูกโจมตี
• การตรวจสอบการเข้าใช้งาน (Access Logs): การตรวจสอบบันทึกการเข้าถึงข้อมูลและระบบ เพื่อหากิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่ปกติ
• การจำลองการโจมตี (Pe*******on Testing): การทดสอบความปลอดภัยของระบบโดยการจำลองการโจมตี เพื่อหาจุดอ่อนที่อาจถูกแฮกเกอร์ใช้ประโยชน์
________________________________________
การตรวจจับภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เครื่องมือที่ทันสมัย แต่ยังรวมถึงการมีแนวทางที่เป็นระบบในการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง การใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงและปกป้องข้อมูลสำคัญจากการโจมตีได้ทันท่วงที
องค์กรที่สามารถตรวจจับภัยคุกคามได้เร็ว จะสามารถตอบสนองและปกป้องข้อมูลของตนได้ดีกว่า และยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว
----------------------------------------------------
สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ปรึกษา PDPA และ Cyber Security สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่ : 👇👇
Inbox : m.me/pdpaplus
TEL : 064-714-1199, 099-103-9493, 064-528-9988
LINE OA : https://lin.ee/kwoxKoA
E-mail : [email protected]
Website : https://www.pdpaplus.com
#พรบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #คุ้มครองข้อมูล #รักษาความปลอดภัย
18/04/2025
🤖ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การปกป้องข้อมูลและระบบสารสนเทศกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งขึ้น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning - ML) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างไรบ้าง?
________________________________________
📍AI และ ML คืออะไร?
• ปัญญาประดิษฐ์ (AI): เทคโนโลยีที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานที่ต้องการความฉลาดของมนุษย์ เช่น การตัดสินใจและการแก้ปัญหา
• การเรียนรู้ของเครื่อง (ML): สาขาหนึ่งของ AI ที่ให้ระบบสามารถเรียนรู้จากข้อมูลและปรับปรุงประสิทธิภาพได้เองโดยไม่ต้องมีการตั้งโปรแกรมโดยตรง
________________________________________
📍บทบาทของ AI และ ML ใน Cybersecurity
1. การตรวจจับภัยคุกคามที่รวดเร็วและแม่นยำ: ML ช่วยให้ระบบสามารถวิเคราะห์รูปแบบและพฤติกรรมที่ผิดปกติในเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถตรวจจับการโจมตีได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก CrowdStrike
2. การตอบสนองอัตโนมัติ: AI สามารถดำเนินการตอบสนองต่อภัยคุกคามโดยอัตโนมัติ ลดเวลาที่ใช้ในการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน Fortinet
3. การปรับตัวต่อภัยคุกคามใหม่ๆ: ML ช่วยให้ระบบสามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อวิธีการโจมตีใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อนได้ ทำให้การป้องกันมีความยืดหยุ่นและทันสมัย
4. การลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ผิดพลาด: AI ช่วยกรองและวิเคราะห์การแจ้งเตือน ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถมุ่งเน้นไปที่ภัยคุกคามที่แท้จริงได้
5. การป้องกันการโจมตีที่ซับซ้อน: AI และ ML สามารถวิเคราะห์และตรวจจับการโจมตีที่ซับซ้อน เช่น การโจมตีแบบฟิชชิ่งที่ใช้เทคนิคขั้นสูง
________________________________________
ความท้าทายในการใช้ AI และ ML ใน Cybersecurity
แม้ว่า AI และ ML จะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องพิจารณา:
• ความเสี่ยงจากการโจมตีด้วย AI: ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ AI เพื่อพัฒนามัลแวร์ที่ซับซ้อนหรือสร้างข้อมูลปลอมที่น่าเชื่อถือได้
• ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล: การใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลอาจเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัว หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม
• ความถูกต้องของข้อมูลฝึกสอน: ML ต้องการข้อมูลที่มีคุณภาพสูง หากข้อมูลฝึกสอนไม่ถูกต้อง อาจทำให้ระบบตัดสินใจผิดพลาดได้
________________________________________
แนวทางในการใช้ AI และ ML อย่างมีประสิทธิภาพใน Cybersecurity
• การฝึกอบรมและอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อให้ระบบสามารถรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ ได้
• การผสมผสานกับมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ: ไม่ควรพึ่งพา AI และ ML เพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ร่วมกับมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ
• การตรวจสอบและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง: เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
----------------------------------------------------
สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ปรึกษา PDPA และ Cyber Security สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่ : 👇👇
Inbox : m.me/pdpaplus
TEL : 064-714-1199, 099-103-9493, 064-528-9988
LINE OA : https://lin.ee/kwoxKoA
E-mail : [email protected]
Website : https://www.pdpaplus.com
#พรบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #คุ้มครองข้อมูล #รักษาความปลอดภัย
AI และ Machine Learning ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ แต่การใช้งานต้องมาพร้อมกับความระมัดระวังและการจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
02/04/2025
🚨 เรามาอัพเดตกันดีกว่าในปี 2025 มีกฎหมายลูก PDPA ตัวไหนบ้างที่ทุกองค์กรต้องรู้ !!! 🚨
________________________________________
1. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม: ประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยฯ
สิ่งที่กำหนด:
• ต้องมีมาตรการ ทั้งด้านองค์กร เทคนิค และกายภาพ
• มีการจำกัดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล (Access Control)
• การใช้รหัสผ่าน การเข้ารหัส (Encryption)
• การจัดเก็บบันทึก log และตรวจสอบระบบ
• มีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
________________________________________
2. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach Notification)
ชื่อเต็ม: ประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
สิ่งที่กำหนด:
• ต้องแจ้งสำนักงาน PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง หลังทราบเหตุ
• ถ้าการละเมิดเสี่ยงต่อสิทธิ/เสรีภาพ ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วย
• การแจ้งต้องมีข้อมูลเช่น สาเหตุ รายละเอียดผลกระทบ และมาตรการเยียวยา
________________________________________
3. การจัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล (ROPA)
ชื่อเต็ม: ประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ์ในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกกิจกรรมฯ
สิ่งที่กำหนด:
• ต้องจัดทำ “Record of Processing Activities” (ROPA)
• ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับ:
• วัตถุประสงค์
• ประเภทข้อมูล
• ระยะเวลาการเก็บ
• ผู้รับข้อมูล
• องค์กรขนาดเล็กบางประเภทอาจได้รับการยกเว้น
________________________________________
4. การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
ชื่อเต็ม: ประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สิ่งที่กำหนด:
• กำหนดคุณสมบัติของ DPO เช่น ต้องมีความรู้ด้านกฎหมาย/การประมวลผลข้อมูล
• DPO ต้องมี ความเป็นอิสระในการทำงาน
• DPO ต้องรายงานตรงต่อผู้บริหาร
• กำหนดหน้าที่ เช่น ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ ติดตาม และเป็นจุดติดต่อกับสำนักงาน PDPC
________________________________________
5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
ชื่อเต็ม: ประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลกรณีส่งไปต่างประเทศ
สิ่งที่กำหนด:
• ต้องส่งไปยังประเทศที่มี “มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เพียงพอ”
• ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ ต้องมี:
• สัญญา ที่มีมาตรการคุ้มครอง
• หรือ ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
• หรือ ข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญา
กฎหมายลูก PDPA ช่วยให้องค์กรมีกรอบปฏิบัติที่ชัดเจน ในการ จัดเก็บ ปกป้อง แจ้งเหตุ และบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเป็นระบบ และลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
----------------------------------------------------
สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่ปรึกษา PDPA และ Cyber Security สามารถติดต่อได้ทุกช่องทางที่ : 👇👇
Inbox : m.me/pdpaplus
TEL : 064-714-1199, 099-103-9493, 064-528-9988
LINE OA : https://lin.ee/kwoxKoA
E-mail : [email protected]
Website : https://www.pdpaplus.com
#พรบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ข้อมูลส่วนบุคคล #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #คุ้มครองข้อมูล #รักษาความปลอดภัย
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10220