SMART LAW
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก SMART LAW, กิจกรรม, Bangkok.
13/03/2026
พาน้องฝ้าย (ฝ้าย ใช้เท้าแต่งหน้า) มาแจ้งความดำเนินคดีกับ "คนปากเสีย และใจพิการ"
ในวาระขึ้นปีใหม่ ขอส่งความปรารถนาดี ขอให้มีความสุขตลอดปี 2569
กรณีรถยนต์บีเอ็มดับบลิวขับปาดรถกระบะ
ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522
ตามภาพที่ปรากฏในสื่อ รถกระบะ และรถบีเอ็มขับออกมาจากด่านเก็บค่าผ่านทาง โดยรถกระบะขับออกมาก่อนทางด้านช่องทางซ้าย รถบีเอ็มขับออกมาทางช่องทางขวา
เมื่อรถกระบะขับออกมาได้ระยะหนึ่งก็พยายามขับเปลี่ยนเข้าช่องทางขวาโดยไม่เปิดสัญญาณไฟขอทางเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ตามมาตรา 148
และการขับรถเปลี่ยนช่องทางโดยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาให้ดีว่าในช่องทางขวามีรถหรือไม่ เช่นนี้ถือว่ารถกระบะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) ระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 157
กรณีรถบีเอ็ม ขับมาทางช่องทางขวาและอยู่ด้านหลังรถกระบะ ขณะที่รถกระบะกำลังขับเปลี่ยนช่องทางจากช่องทางซ้ายมาช่องทางขวา เมื่อรถบีเอ็มเห็นว่ารถกระบะกำลังขับเปลี่ยนช่องทางก็สามารถชะลอความเร็วได้ทันเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่จากภาพที่เผยแพร่ตามสื่อสังเกตุเห็นได้ว่าเมื่อรถบีเอ็มเห็นว่ารถกระบะพยายามขับเปลี่ยนช่องทางแทนทีรถบีเอ็มจะชะลอความเร็วแต่กลับพยายามเร่งความเร็วเพื่อแย่งช่องทางหรือพยายามแทรกขึ้นหน้ารถกระบะจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ การกระทำของรถบีเอ็มถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาทโดยหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) ระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 157
**************
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
หลังจากเกิดการเฉี่ยวชนกันแล้วรถบีเอ็มขับตามรถกระบะและขับแซงปาดหน้าไปมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถบีเอ็มขับขึ้นหน้ารถกระบะเล็กน้อยและหักพวงมาลัยไปทางขวาและหักกลับมาทางซ้ายอย่างเร็วและแรงเป็นเหตุให้ช่วงท้ายด้านขวาของรถบีเอ็มไปกระแทกช่วงหน้าด้านซ้ายของรถกระบะทำให้รถกระบะเสียหลักพุ่งชนขอบทางซึ่งเป็นปูนซิเมน และคนโดยสารในรถได้รับอันตรายสาหัส
การกระทำของคนขับรถบีเอ็มเป็นการกระทำความผิดโดยเจตนา ซึ่งอาจจะเป็นความผิดฐานเจตนาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
หรืออาจเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ซึ่งต้องรับผิดสองในสามส่วนของความผิดฐานฆ่าคนตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
**** ข้อสังเกต
ถ้าพนักงานสอบสวนตั้งฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลและในทางพิจารณาของศาลเห็นว่าเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ศาลจะลงโทษในความผิดฐานพยายามฆ่าไม่ได้ เพราะกฎหมายห้ามศาลลงโทษในความผิดที่ไม่ได้ฟ้อง คงลงโทษได้แต่ในฐานความผิดทำร้ายร่างกาย
แต่หากพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาฟ้องฐานพยายามฆ่าคนตายซึ่งมีอัตราโทษที่สูงกว่า เมื่อคดีขึ้นเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลและในทางพิจารณาของศาลเห็นว่าเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ศาลสามารถลงโทษในฐานความผิดทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าได้อยู่แล้ว
โดยปกติทั่วไปหากข้อเท็จจริงก้ำกึ่งว่าจะเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า หรือจะเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการจะตั้งข้อหาหนักไว้ก่อน เพราะหากตั้งข้องหาเบาแต่ในทางพิจารณาของศาลได้ความว่าเป็นข้อหาหนักศาลจะลงโทษข้อหาหักไม่ได้เพราะกฎหมายให้ลงโทษได้ไม่เกินข้อหาที่ฟ้อง
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok