Security Pitch

Security Pitch

แชร์

AI-Driven Secure Living Infrastructure

29/05/2026

Read more about the trends in the article:

28/05/2026

UPDATE: EssilorLuxottica เจ้าของ RayBan Oakley เลือกไทยขยายฐานผลิต AI Glasses

หลังเมื่อเดือนที่ผ่านมา ข่าวสะเทือนวงการ Retail และ Health Tech เมื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง EssilorLuxottica ประกาศปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ เข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญกับแว่นท็อปเจริญ (Top Charoen) เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

ล่าสุด BOI เปิดเกมรุก หนุนขยายลงทุน AI Glasses ในไทย พร้อมจีบบริษัทระดับโลกทุนฝรั่งเศส Airbus แบตเตอรี่ EV Cybersecurity เข้าไทยหลายราย

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ทีมไทยแลนด์ได้เข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ณ Le Cercle de l’Union Interalliée กรุง Paris เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุน ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่

โดยบริษัทแรกที่หารือคือ Airbus ผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ซึ่งดำเนินธุรกิจในไทยมากกว่า 40 ปี ครอบคลุมทั้งเครื่องบินพาณิชย์ เฮลิคอปเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบดาวเทียม และธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)

ล่าสุดบริษัทขยายกิจการในไทยเพื่อพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้ง Virtual Reality และ Augmented Reality รวมถึงสนับสนุนด้านวิศวกรรมและการพัฒนาบุคลากร โดยไทยจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการสำคัญของบริษัทนอกฝรั่งเศส และมีแผนเพิ่มวิศวกรเฉพาะทางจาก 160 คน เป็นกว่า 200 คน

รายต่อมาคือ EssilorLuxottica เจ้าของแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Ray-Ban, Oakley และ Varilux ซึ่งดำเนินกิจการในไทยเกือบ 40 ปี มีพนักงานกว่า 9,000 คน และมีเงินลงทุนสะสมกว่า 16,000 ล้านบาท

“ล่าสุดบริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนผลิต AI Glasses หรือแว่นตาอัจฉริยะในไทย ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแว่นตาไฮเอนด์ รองรับการใช้งาน AI ทั้งการแปลภาษา บันทึกภาพ ฟังเพลง และค้นหาข้อมูลผ่านคำสั่งเสียง ถือเป็นตลาดเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเติบโตทั่วโลก”

ด้าน Imerys ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูง ผู้ผลิตกราไฟต์และ Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ EV และระบบกักเก็บพลังงาน ได้หารือโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในไทย หลังรัฐบาลชูจุดแข็งไทยในฐานะฐานการผลิต EV ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค พร้อมเชิญชวนให้ลงทุนผลิตวัสดุขั้นสูง เพื่อเติมเต็มซัพพลายเชนแบตเตอรี่ EV ของไทยให้แข็งแกร่งและครบวงจรมากขึ้น

ขณะที่ Thales ผู้นำด้านเทคโนโลยีกลาโหม อวกาศ และ Cybersecurity ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ และระบบความปลอดภัยดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการยกระดับความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศ

ส่วน IN Groupe ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล หนังสือเดินทาง และบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ได้เสนอความร่วมมือพัฒนาระบบ Digital ID รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics เพื่อผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตและศูนย์ทดสอบระบบ Secure ID สำหรับประเทศในกลุ่ม CLMV และอาเซียน

การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของฝรั่งเศสมองไทยเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ของภูมิภาค ทั้งด้าน EV การบิน ดิจิทัล และเทคโนโลยีความมั่นคง โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของอาเซียน

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2564 - ไตรมาส 1 ปี 2569 มีโครงการจากฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,208 ล้านบาท โดยบริษัทฝรั่งเศสรายใหญ่ที่ลงทุนในไทยแล้ว ได้แก่ Safran, Michelin, TotalEnergies, Valeo, Faurecia และ Saint-Gobain สะท้อนความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการขยายความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคตต่อไป

ภาพ: PJ McDonnell / Shutterstock

28/05/2026

ยอดดาวน์โหลด DuckDuckGo พุ่ง 30% หลัง Google เปลี่ยนการค้นหาให้ AI ตอบแทน
หลายคนคงคุ้นเคยกับการกดค้นหาใน กูเกิล (Google) แล้วได้รายการลิงก์เว็บไซต์มาให้เลือกคลิก แต่หลังงาน Google I/O ปี 2569 ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของบริษัท กูเกิลประกาศว่า ระบบนั้นกำลังจะหมดไป แทนที่ด้วยเอไอที่จะ “ตอบ” แทนการ “แสดงลิงก์” โดยเอไอจะสรุปคำตอบให้เลย ทำงานแทนผู้ใช้ได้ และยังรันโปรแกรมเบื้องหลังโดยอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องสั่ง
ปัญหาที่ตามมาคือ ระบบใหม่นี้ไม่มีปุ่มให้ปิดเอไอ ใครที่อยากได้ผลการค้นหาแบบเดิมก็ทำไม่ได้อีกต่อไป มีรายงานว่า เอไอให้ข้อมูลผิดพลาดในหลายกรณี และการค้นหาคำง่ายๆ บางคำกลับให้ผลลัพธ์ที่ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากเจ้าของเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ว่าเมื่อเอไอสรุปคำตอบให้ผู้ใช้ได้เลย คนก็ไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บอีกทำให้กระทบกับรายได้โดยตรง
ผลที่ตามมาคือ ผู้ใช้จำนวนหนึ่งหันไปหา DuckDuckGo เสิร์ชเอนจิ้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะใช้เอไอหรือไม่
ตัวเลขที่ DuckDuckGo เปิดเผยระหว่างวันที่ 20 - 25 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่า ยอดดาวน์โหลดแอปในสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และพุ่งสูงสุดที่ 30.5% ในวันที่ 25 พฤษภาคม บน iPhone ตัวเลขสูงกว่านั้น โดยมีวันที่พุ่งไปถึง 69.9% ตัวเลขเหล่านี้ยืนอยู่ได้ 6 วันติดกัน แม้แต่ในช่วงวันหยุด Memorial Day ที่ปกติยอดผู้ใช้จะลดลง
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1235913
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจTech

28/05/2026

ประเทศไทยอาจพึ่ง “แรงงาน รปภ. ต้นทุนต่ำ” มานานกว่าที่คิด

Key Takeaways
• รปภ. มีรายได้เฉลี่ย 16,955 บาทต่อเดือน แต่เกือบครึ่งทำงานเกิน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยสูงถึง 11 ชั่วโมงต่อวัน
• กฎหมายใหม่ที่เริ่มใช้ 24 เม.ย. 2569 ทำให้ OT ของ รปภ. ชัดเจนขึ้น
• ความปลอดภัยกำลังกลายเป็นต้นทุนจริงของเศรษฐกิจเมือง ตั้งแต่คอนโด โรงแรม โรงงาน ไปจนถึงโลจิสติกส์
• หาก OT ถูกจ่ายจริง ต้นทุนของหลายธุรกิจอาจสูงขึ้น แต่รายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงานบางส่วนก็อาจดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

⏰รายได้เฉลี่ยเกือบ 17,000 บาท…แต่แลกมากับชั่วโมงทำงานยาว

รู้หรือไม่ว่า จากฐานข้อมูลการสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากร โดยสำนักงานสถิติ พบว่า พนักงานรักษาความปลอดภัยมีรายได้เฉลี่ย 16,955 บาทต่อเดือน โดยแรงงานชายมีรายได้เฉลี่ย 17,310 บาท ขณะที่แรงงานหญิงอยู่ที่ 13,829 บาท

แม้รายได้เฉลี่ยอาจดูไม่ต่ำมากนักเมื่อเทียบกับแรงงานบริการบางกลุ่ม แต่เมื่อพิจารณาควบคู่กับชั่วโมงทำงาน จะพบว่า รายได้ส่วนหนึ่งเกิดจากการขยายเวลาการทำงาน มากกว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงาน

47.1% ของ รปภ. ทำงานเกิน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
48.3% ทำงาน 40–49 ชั่วโมง
มีเพียง 3.1% ที่ทำงานต่ำกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เกือบครึ่งของแรงงาน รปภ. ไทย ทำงานเกินระดับมาตรฐานค่อนข้างมาก

หากคิดจากรายได้เฉลี่ยภายใต้เวลาทำงานมาตรฐานประมาณ 208 ชั่วโมงต่อเดือน (26 วัน * 8 ชม.) จะอยู่ราว 81 บาทต่อชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง เมื่อเวลาทำงานยาวขึ้น รายได้ต่อชั่วโมงที่แท้จริงจึงต่ำกว่านั้นอีก

ในทางเศรษฐศาสตร์แรงงาน ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มักสะท้อนระบบที่ยังแข่งขันผ่าน “ต้นทุนแรงงานต่ำ” มากกว่าการเพิ่มผลิตภาพผ่านเทคโนโลยีหรือการจัดการ

👮 รปภ. คือแรงงานที่ทำให้เมืองไม่เคยหลับ

กรุงเทพฯ มีสัดส่วนแรงงาน รปภ. สูงสุดที่ 18.7% รองลงมาคือ ภูเก็ต (5%) ชลบุรี (3.4%) ฉะเชิงเทรา (2.9%) นนทบุรี (2.7%) และสมุทรปราการ (2.7%)

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รปภ. ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เมืองเศรษฐกิจ ยังพบการกระจายตัวในจังหวัดชายแดนและพื้นที่ความมั่นคง เช่น ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และตาก

นั่นหมายความว่า ความปลอดภัยเป็นต้นทุนพื้นฐานของทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และความมั่นคงของประเทศไปพร้อมกัน

ในอีกความหมายหนึ่ง แรงงาน รปภ. กำลังทำหน้าที่คล้าย “urban security infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของเมืองสมัยใหม่ ดังนั้น เมื่อกฎหมาย OT ใหม่มีผล ต้นทุนที่เปลี่ยนไปจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัท รปภ. แต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เศรษฐกิจหลายประเภททั่วประเทศ

🏙️ รปภ. ไม่ได้อยู่แค่ “บริษัท รปภ.”

หลายคนอาจคิดว่า รปภ. ทำงานอยู่ในบริษัทรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ข้อมูลจริงพบว่า

• 22.8% อยู่ในบริษัทจัดหาแรงงาน
• 19.3% อยู่ในบริการรักษาความปลอดภัย
• 5.2% อยู่ในอสังหาริมทรัพย์
• 4.9% อยู่ในค้าปลีกและโรงแรม
• 4.1% อยู่ในโลจิสติกส์

รปภ. จำนวนมากไม่ได้ทำงานอยู่ใน “บริษัท รปภ.” เพียงอย่างเดียว โดยกว่า 4 ใน 10 ทำงานผ่านระบบจ้างเหมาหรือบริษัทจัดหาแรงงาน

ลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรมนี้แข่งขันกันผ่านต้นทุนแรงงานเป็นสำคัญ ทำให้ชั่วโมงทำงานที่ยาวอาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมของแรงงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจของภาคบริการไทย

💰 เมื่อ OT เริ่มถูกตีมูลค่าใหม่

กฎหมายใหม่ที่เริ่มใช้ 24 เม.ย. 2569 กำหนดให้ รปภ. ที่ทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ต้องได้รับค่าล่วงเวลาอย่างน้อย 1.25 เท่า และวันหยุดสูงถึง 2.5 เท่า ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแรงงานกลุ่มนี้ เพราะที่ผ่านมา รปภ. จำนวนมากทำงานกะยาวโดยไม่ได้รับค่าล่วงเวลาอย่างชัดเจน

หากคิดจากรายได้เฉลี่ย 16,955 บาทต่อเดือน จะอยู่ที่ประมาณ 81 บาทต่อชั่วโมง และถ้าทำ OT วันละ 3 ชั่วโมง และทำงานวันเสาร์ซึ่งถือเป็นวันหยุดประมาณ 4 วันต่อเดือน รายได้ OT อาจเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน

• ค่าแรงเฉลี่ย ≈ 81 บาทต่อชั่วโมง
• OT วันทำงาน ≈ 101 บาทต่อชั่วโมง
• OT วันหยุด ≈ 202 บาทต่อชั่วโมง

นั่นหมายความว่า ในกรณีที่ยังทำ OT เท่าเดิม รายได้รวมอาจขยับจากประมาณ 17,000 บาท ไปใกล้ระดับ 26,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานเป็นอย่างยิ่ง

แน่นอนว่า ในทางปฏิบัติ นายจ้างบางส่วนอาจเลือกเพิ่มจำนวนพนักงาน ปรับรูปแบบการทำงานเป็น “เข้ากะ” แทน

แต่ไม่ว่าทางเลือกจะเป็นแบบไหน สิ่งที่กำลังเปลี่ยนคือ “เวลาทำงาน” ของแรงงานกลุ่มนี้ เริ่มมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

⚖️ประเทศไทยกำลังเริ่ม “จ่ายค่าความปลอดภัยตามจริง”

ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยคุ้นชินกับการมีแรงงานที่ทำงานยาว ค่าแรงไม่สูง และรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กฎหมาย OT ใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องเพิ่มค่าแรง แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อแรงงาน

เมื่อ OT ถูกตีมูลค่าใหม่ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจึงอาจค่อย ๆ กระจายไปทั้งระบบ ตั้งแต่ค่าส่วนกลาง โรงแรม ห้าง โรงงาน โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจบริการต่าง ๆ

หรืออาจพูดได้ว่า เรากำลังเริ่มจ่ายต้นทุนที่แท้จริงของความปลอดภัย

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าต้นทุนคือ เศรษฐกิจไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แข่งขันด้วยค่าแรงต่ำ ไปสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ เทคโนโลยี และคุณภาพแรงงานมากขึ้นได้หรือไม่
เรื่องและภาพ: ทักษิณ แซ่เตียว Economist, Bnomics
════════════════
Making Economics Easy for Everyone
เปลี่ยนเรื่องเศรษฐกิจให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
════════════════
#เศรษฐกิจไทย #แรงงานไทย #รปภ #ธนาคารกรุงเทพ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


ลาดพร้าว
Bangkok