NetZeroCarbon

NetZeroCarbon

แชร์

Everything about our planet and more 🌍
ติดต่องานที่ : [email protected] 📩

https://linktr.ee/netzerocarbonth

29/05/2026

บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘Blu Green Token’ กันมาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้เราจะมาอธิบายเพิ่มเติมแบบคร่าว ๆ ว่ามันคืออะไร และมีความสำคัญหรือน่าสนใจอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม
Blu Green Token เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อสิ่งแวดล้อมครั้งแรกของไทย โดยมีคาร์บอนเครดิต 4 แสนตันจากโครงการปลูกป่าชายเลนจำนวน 1.7 หมื่นไร่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง จำนวน 400 ล้านโทเคน ในราคา 1.20 บาทต่อโทเคน มูลค่ารวมไม่เกิน 480 ล้านบาท
หมายความว่ามีราคาคาร์บอนเครดิตที่ 1.2 พันบาทต่อตัน มีการการันตีผลตอบแทนให้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี แบบทบต้นจ่ายคืนพร้อมเงินต้นในสิ้นปีที่ 7 โดยคาดว่าจะเสนอขายได้ในไตรมาส 3 และจะมีการเทรดนามรองช่วงเดียวกัน
เหตุผลหนึ่งที่ Blu Green Token อาจจะมีความสำคัญในอนาคต ก็เพราะทุกวันนี้ในโลกของการเงิน บางคนเริ่มมองหาสินทรัพย์แบบใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริง ประกอบกับแรงกดดันจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังผลักให้ ‘คาร์บอนเครดิต’ กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
ทำให้การนำเทคโนโลยีการเงินมาเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาระดับโลกจึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป
ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ที่เตรียมเสนอขาย Blu Green Token ระบุว่าบริษัทอยู่ในเทรนด์ของหุ้นเทค เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทมีแนวทางที่ประสานกับกลุ่มดาต้าเซนเตอร์ ที่ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย ดำเนินการพัฒนาบริการ ให้ผู้ดำเนินธุกิจคลาวด์ได้นำไปให้บริการลูกค้า โดยจะเป็นอีกระดับหนึ่งของการเติบโต ควบคู่กับการขยายงานด้าน Data Management, AI และ Cyber Security เพื่อความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจ
ที่สำคัญ คือต้องการนำ AI มาผสานเข้ากับธุรกิจสีเขียว จนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ เช่น การ Tokenized คาร์บอนเครดิต เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนแบบเดิมให้กลายเป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ส่วนจุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากบริษัทลูก STCT ที่ทำงานด้านพิพิธภัณฑ์ป่าชายเลนมานาน จนเห็นศักยภาพของป่าชายเลนในฐานะแหล่งดูดซับคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพสูง โดยปัจจุบัน STCT ได้สิทธิในการดูแลพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 175,196 ไร่

#คาร์บอนเครดิต #โทเคนดิจิทัลเพื่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/16tvQNmBGV/
https://thunhoon.com/ditto-token-carboncredit-page1-27052026
https://www.kaohoon.com/breakingnews/835029

28/05/2026

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘การดูแลสุขภาพ’ กำลังเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในปัจจุบัน อีกทั้งการออกกำลังกายก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบเสียเงินและไม่เสียเงิน จะออกเดี่ยว ๆ หรือออกกันเป็นกลุ่มก็เลือกได้ตามความสนใจ
อีกหนึ่งรูปแบบการออกกำลังกายที่ ‘อาจจะ’ กลายเป็นเทรนด์ของคนไทยก็คือ ‘โยคะลูกสุนัข’ หรือ ‘Puppy Yoga’ การนำลูกสุนัขเข้ามาอยู่ในคลาสโยคะรวมกับผู้ฝึก ที่กำลังเป็นที่นิยมในโซเชียล เพราะเอาใจทั้งสายสุขภาพและคนรักสัตว์ แต่ภายใต้ความน่ารักนี้ก็อาจมีด้านมืดซ่อนอยู่
เพราะถ้าหากพิจารณาผ่านมุมมองของสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์ จะพบมีเรื่องที่น่ากังวลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพ ตั้งแต่ความอดอยากและภาวะขาดน้ำ ในบางประเทศมีรายงานการแอบงดน้ำและอาหารระหว่างคลาส เพื่อไม่ให้ลูกสุนัขปัสสาวะในห้อง ซึ่งอันตรายต่อลูกหมาตัวเล็กมาก เพราะเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยรุนแรงได้ถึงขั้นเสียชีวิต
การอดนอน เพราะลูกสุนัขต้องการการนอนหลับยาวถึง 20 ชั่วโมงต่อวันเพื่อพัฒนาการทางสมอง แต่ในคลาสโยคะพวกมันมักถูกรบกวนหรือบังคับให้ตื่นมาเพื่อถ่ายรูปหรือปฏิสัมพันธ์กับคน
ที่สำคัญก็คือช่วงวัยที่เปราะบาง ลูกสุนัขที่นำมาใช้บางตัวมีอายุเพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งยังไม่ควรแยกจากแม่ พัฒนาการในช่วงนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมและสุขภาพจิตไปจนถึงตอนโต
นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิดเรื่องการเข้าสังคมอีกด้วย บางครั้งผู้จัดงานอ้างว่าเป็นการฝึกเข้าสังคมของน้องหมา แต่ในทางวิทยาศาสตร์ การเข้าสังคมต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปในสภาพแวดล้อมที่ลูกหมาต้องรู้สึกปลอดภัยและมีทางเลือกที่จะถอยห่างหากรู้สึกล้นเกิน
การถูกคนแปลกหน้าจำนวนมากรุมอุ้มหรือส่งต่อกันในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ถือเป็นการสร้างความเครียด และอาจทำให้สุนัขมีนิสัยวิตกกังวลหรือก้าวร้าวเมื่อเติบโตขึ้น
นี่ยังไม่รวมปัญหาจริยธรรมและธุรกิจสีเทา เพราะในหลายประเทศธุรกิจนี้ยังขาดกฎหมายควบคุมที่ชัดเจน สวัสดิภาพสัตว์จึงขึ้นอยู่กับจริยธรรมส่วนบุคคลของผู้จัด แถมบ่อยครั้งลูกสุนัขถูกยืมมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่เน้นผลกำไรมากกว่าสวัสดิภาพสัตว์อีกด้วย
แถมยังก็มีหลายคนมองว่าการนำน้องหมามาจัดงานนั้น ขัดต่อหลักโยคะในแง่จิตวิญญาณ เพราะโยคะเน้นหลักอหิงสา หรือการไม่เบียดเบียน การใช้สัตว์เป็นเพียงพร็อพเพื่อความบันเทิงหรือการตลาด จึงขัดต่อรากฐานของโยคะ
ทั้งนี้ในปี 2024 ประเทศอิตาลีได้ประกาศแบนการใช้ลูกสุนัขในคลาสโยคะแล้ว โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะสุนัขโตเต็มวัยเท่านั้น สำหรับผู้ที่รักสัตว์และอยากฝึกโยคะ ทางเลือกที่ยั่งยืนและใจดีกว่าคือ การเป็นอาสาสมัครตามศูนย์พักพิงสัตว์ ซึ่งช่วยให้เราได้เยียวยาจิตใจโดยไม่สร้างความทุกข์ให้แก่สัตว์ที่ยังเด็ก สำหรับในไทยเองก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

#โยคะลูกหมา

ที่มา
https://www.rspca.org.au/latest-news/blog/when-wellness-meets-welfare-the-hidden-cost-of-puppy-yoga/
https://www.vetyogi.com/blog-details/puppy-yoga-why-im-concerned-as-both-a-vet-and-a-yoga-teacher

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


33 SoiSoonvijai 4 Bangkapi Huaykwang
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30