SimpliFinance

SimpliFinance

แชร์

Making Finance Simply
ทำเรื่องการเงินให้ทุกคนเข้

05/08/2021

ตั้งแต่วันพุธหน้า (11/08/2564)
จะลดวงเงินความคุ้มครองเหลือแค่ 1 ล้านบาทแล้วนะ

#สถาบันคุ้มครองเงินฝาก #สคฝ
#เปลี่ยนเรื่องการเงินให้เป็นเรื่องง่าย

📢ข่าวฝากจาก สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 นี้เป็นต้นไป ผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก จะได้รับความคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน (ไม่ใช่ต่อ 1 บัญชี) ซึ่งการเข้าสู่วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทในครั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้เดิม แต่เพิ่งมีผลบังคับใช้ครับ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ ℹ️ https://bit.ly/3AbaT7E
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองเงินฝาก ได้ทางศูนย์บริการข้อมูลคุ้มครองเงินฝาก ☎️ โทร.1158 ครับ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สถาบันคุ้มครองเงินฝาก DPA

#แบงก์ชาติ #สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

Photos from SimpliFinance's post 01/08/2021

รวม "พักชำระหนี้"
แต่ต้องระวังนะ เนื่องจาก "พักชำระหนี้" ไม่เท่ากับ "พักหนี้"
ไม่ต้องส่งค่างวด แต่ดอกเบี้ยไม่เคยหยุดวิ่ง

#พักชำระหนี้
#เปลี่ยนเรื่องการเงินให้เป็นเรื่องง่าย

31/07/2021

ไม่มีเตียง กักตัวที่บ้าน
ก็สามารถเบิกเคลมได้แล้วว

#คปภ
#เปลี่ยนเรื่องการเงินให้เป็นเรื่องง่าย

14/07/2021

ความเสี่ยง คือ อะไร?
แต่ละคนจะรับได้แค่ไหน?

วันนี้ SimpliFinance จะเล่าให้ฟัง...

แน่นอนว่า การลงทุนนั้น ไม่ใช่การฝากเงินเฉยๆ
ดังนั้น มูลค่าอาจจะติดจรวดพุ่งขึ้น หรือดิ่งลงต่ำกว่าเงินต้นก็เป็นได้

การประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยง
จะพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก

1. ความสามารถในการรับความเสี่ยง (Ability to Take Risk)
โดยพิจารณาจากอายุ ประสบการณ์การลงทุน และสัดส่วนรายจ่ายต่อรายได้

2. ความเต็มใจในการรับความเสี่ยง (Willingness to Take Risk)
โดยพิจารณาจากทัศนคติในการลงทุน การตัดสินใจ

พอเราประเมินความเสี่ยงของตัวเองได้แล้ว
จะได้เลือกพาหนะที่จะพาเราไปได้ลงกับความเสี่ยง

#เปลี่ยนเรื่องการเงินให้เป็นเรื่องง่าย

10/07/2021

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อันดับที่ 8
"มหัศจรรย์ของดอกเบี้ยทบต้น"

การอดทน ไม่รีบร้อนเอาดอกผลมาใช้
และให้มันได้ทำงานอีกแรง (reinvest)
สุดท้าย ก็จะได้ความหอมหวานของมัน

ความมหัศจรรย์ และความน่ากลัว ของดอกเบี้ยทบต้น | THE BRIEFCASE
หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ดอกเบี้ยทบต้น คือ สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก”
ซึ่งประโยคนี้ถูกบอกเล่ากันต่อ ๆ มา ว่าเป็นคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
แต่ขณะเดียวกันก็มีการโต้แย้งกันว่า ไอน์สไตน์ ไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับดอกเบี้ยทบต้นเลย

แต่ไม่ว่าคำกล่าวนั้นจะเป็นของ ไอน์สไตน์ จริงหรือไม่
เราก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าดอกเบี้ยทบต้น คือความมหัศจรรย์หนึ่งของโลก..

ในขณะเดียวกัน สำหรับคนที่เป็นลูกหนี้
ดอกเบี้ยทบต้นคงไม่ใช่ความมหัศจรรย์ แต่น่าจะเป็น “ความน่ากลัว”

ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร ทำไมถึงมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ?

ดอกเบี้ยทบต้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14
ซึ่งถูกนำเสนอโดย Francesco Balducci Pegolotti พ่อค้าชาวอิตาลี ที่เขานำเรื่องดอกเบี้ยทบต้นมาเขียนไว้ในหนังสือ “Merchant's Handbook” หนังสือคู่มือสำหรับการทำการค้าระหว่างประเทศในสมัยนั้น

ดอกเบี้ยทบต้น คือ การเอาดอกเบี้ยหรือกำไรที่เราได้รับจากการลงทุน แล้วนำกลับไปลงทุนต่อซึ่งทำให้เงินลงทุนเรายิ่งเพิ่มสูงขึ้น

การที่เงินลงทุนยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งทำให้เราได้รับดอกเบี้ยสูงเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามไปด้วย
และยิ่งเวลาผ่านไปเงินลงทุนของเราจะยิ่งเติบโตมากขึ้นกว่ากรณีที่เราเอาดอกเบี้ยหรือกำไรที่เราได้รับจากการลงทุนถอนออกมาใช้ก่อน

เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ถ้ามีนักลงทุน 2 คน ทั้งคู่มีเงินทุน 1,000,000 บาท นำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนปีละ 10% โดยตั้งใจจะลงทุนเป็นเวลา 10 ปีเท่ากัน

ความแตกต่างเดียวของทั้งคู่คือ คนที่ 1 เมื่อได้รับดอกเบี้ยจะนำไปลงทุนต่อ ขณะที่คนที่ 2 จะถอนดอกเบี้ยออกมาใช้โดยไม่ลงทุนต่อ

สำหรับนักลงทุนคนที่ 1
สิ้นปีที่ 1 เขาจะได้ดอกเบี้ยจำนวน 100,000 บาท ไปลงทุนต่อในปีที่ 2 ทำให้ต้นปีที่ 2 เงินลงทุนเริ่มต้นจะเท่ากับ 1,100,000 บาท

สิ้นปีที่ 2 เขาจะรับดอกเบี้ยและกำไรจำนวน 110,000 บาท ไปลงทุนต่อในปีที่ 3 ทำให้ต้นปีที่ 3 เงินลงทุนเริ่มต้นจะเท่ากับ 1,210,000 บาท

เมื่อเขาทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบ 10 ปี สรุปแล้ว เงินลงทุนของเขาจะเพิ่มเป็น 2.6 ล้านบาท หมายความว่า จากเงินลงทุน 1 ล้านบาท จะสร้างผลตอบแทนให้เขา 1.6 ล้านบาท หรือ 160% ของเงินต้น

แต่สำหรับนักลงทุนคนที่ 2 การที่ทุกปี เขาถอนดอกเบี้ยที่ได้ออกมาใช้ โดยไม่ลงทุนต่อทำให้ดอกเบี้ยที่ได้รับแต่ละปีจะเท่าเดิมคือ 100,000 บาท

หรือ 10 ปีผ่านไป จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับ 1 ล้านบาท หมายความว่า จากเงินลงทุน 1 ล้านบาท จะสร้างผลตอบแทนให้เขา 1 ล้านบาท หรือ 100% ของเงินต้น

ความแตกต่างของเงินจำนวน 600,000 บาทนั้น เกิดมาจากพลังของดอกเบี้ยทบต้น นั่นเอง..

การลงทุนโดยใช้ดอกเบี้ยทบต้นนั้น จะเหมาะกับคนที่ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องรีบนำเงินไปใช้ เพราะจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า กรณีที่นำเงินมาเก็บไว้ หรือออกมาใช้โดยไม่ได้นำไปลงทุนต่อ

ข้อเสียข้อเดียวสำหรับดอกเบี้ยทบต้นคือ นักลงทุนต้องใช้ความอดทนในการรอ เนื่องจากต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผลชัดเจน

เรื่องของดอกเบี้ยทบต้นยังมีความเกี่ยวข้องกับกฎของตัวเลข 72 หรือ “The Rule of 72”
ซึ่งใช้คำนวณว่า นักลงทุนจะต้องใช้เวลาลงทุนนานแค่ไหน ถึงจะทำให้มูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้นเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า

วิธีคือ ใช้ตัวเลข 72 หารด้วยอัตราผลตอบแทนแบบทบต้นที่คาดว่าจะได้รับต่อปีที่ 10%
จากตัวอย่างก่อนหน้า สำหรับนักลงทุนคนที่ 1
เงินลงทุน 1 ล้านบาท จะเติบโตเป็น 2 ล้านบาท ถ้าทบต้นไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 7.2 ปี

ไม่เพียงแต่เรื่องการคาดการณ์มูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้นในอนาคตเท่านั้น เรายังสามารถนำกฎนี้มาอธิบายเรื่องอื่น ๆ ได้อีก เช่น ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นจาก 50 บาทเป็น 100 บาท หรือเพิ่มเป็น 2 เท่า ภายในระยะเวลา 24 ปี ถ้ามีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 3%

แต่ดอกเบี้ยทบต้น ก็ไม่ได้มีด้านดีอย่างเดียว
เพราะถ้ามองในมุมกลับกัน ถ้าเราเป็นลูกหนี้ และต้องเจอการจ่ายดอกเบี้ยทบต้นให้แก่เจ้าหนี้ มันจะกลายเป็นฝันร้ายทันที

เช่น ถ้าตอนนี้เราติดหนี้บัตรเครดิตอยู่ 100,000 บาท และยังไม่สามารถหาเงินจำนวนนี้ไปจ่ายคืนหนี้บัตรได้ตามกำหนด

ถ้าให้การคิดอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้น เป็นการคิดดอกเบี้ยแบบต้น
โดยต้องจ่ายดอกเบี้ย 16% ต่อปี และเราได้ไม่ชำระหนี้ก้อนนี้เลย หนี้ก้อนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 บาท ในเวลา 4.5 ปี นั่นเอง

สรุปแล้ว ดอกเบี้ยทบต้นมีทั้งความมหัศจรรย์
และความน่ากลัวในตัวของมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าเรามองมันจากมุมไหน

ในมุมของนักลงทุน การลงทุนด้วยการได้รับอัตราผลตอบแทนแบบดอกเบี้ยทบต้น พร้อมกับมีระยะเวลาในการลงทุนยิ่งนานเท่าไร ก็ยิ่งทำให้มูลค่าเงินลงทุนเติบโตเร็วยิ่งขึ้นกว่าการถอนดอกเบี้ยและกำไรออกมาใช้โดยไม่ลงทุนต่อ

แต่ในมุมของลูกหนี้ที่ต้องเจอกับการจ่ายดอกเบี้ยแบบทบต้น และยังไม่สามารถหาเงินไปจ่ายคืนเจ้าหนี้ได้นั้น ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ก็ยิ่งเปรียบเสมือนฝันร้ายของลูกหนี้เลยทีเดียว..

References:
-https://www.thinkindependent.com.au/still-8th-wonder-world/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Compound_interest
-https://en.wikipedia.org/wiki/Pratica_della_mercatura
-https://www.investopedia.com/terms/r/ruleof72.asp
-https://www.set.or.th/set/financialplanning/glossary.do?contentId=22

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง นักบัญชี ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00