Ayla Capability Lab

Ayla Capability Lab

แชร์

Empowering HRD for Success Through Culture-Driven Training

29/04/2026

ทำไม Jeff Bezos สั่งแบน PowerPoint ทั่วทั้ง Amazon?

28/04/2026

คำถามสุดท้าทายของ HR และ Line Manager ⁣
หลังส่งพนักงานไปอบรม คือ ⁣
"ทำไมผ่านไป 2 สัปดาห์ พนักงานถึงลืมสิ่งที่เรียนไปเกือบหมด?"⁣

หากเราพิจารณาผ่าน Cone of Learning (หรือที่หลายคนรู้จักในนาม Edgar Dale's Cone of Experience) เราจะพบคำตอบที่ชัดเจนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวหลักสูตรเสมอไป แต่อยู่ที่ "วิธีการมีส่วนร่วม" (Nature of Involvement) หลังจากก้าวเท้าออกจากห้องอบรมครับ⁣

──────────⁣

📍กับดักของการเรียนรู้แบบ Passive (ลืมง่าย ได้ผลน้อย)⁣

จากภาพจะเห็นว่า การเรียนรู้ในระดับล่างของกรวย เช่น การอ่านคู่มือ (10%) หรือการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว (20%) ให้ผลลัพธ์ในการจดจำที่ต่ำมาก⁣

ในบริบทองค์กร หากเราจบการพัฒนาพนักงานไว้แค่การ "แจกสไลด์" หรือ "ส่งวิดีโอย้อนหลังให้ดู" พนักงานจะเกิดภาวะ Knowledge Leakage หรือความรู้รั่วไหลอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาเป็นเพียงผู้รับสารที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย⁣

──────────⁣

📍 การเปลี่ยนจาก "ผู้ฟัง" เป็น Active Involvement⁣

องค์กรควรออกแบบกลไก Post-Training โดยขยับพนักงานขึ้นไปสู่ส่วนบนของกรวย ดังนี้ครับ:⁣

❶ 70% Retain: "พูดในสิ่งที่เรียน" (Participating in a Discussion)⁣

→ Action: จัดช่วง Knowledge Sharing หรือ After Action Review (AAR) สั้นๆ ภายในทีมหลังจากจบการอบรม⁣
→ Why: เมื่อพนักงานต้องเรียบเรียงความคิดเพื่อ "สื่อสาร" ออกมาให้เพื่อนร่วมงานฟัง สมองจะทำการประมวลผลข้อมูลซ้ำ ทำให้จำได้แม่นยำขึ้นกว่าการนั่งฟังเฉยๆ ถึง 3.5 เท่า⁣


❷ 90% Retain: "ลงมือทำจริง" (Doing the Real Thing)⁣

→ Action: มอบหมาย On-the-Job Project หรือภารกิจที่ต้องใช้ทักษะใหม่ทันทีภายใน 1-2 สัปดาห์⁣
→ Why: นี่คือจุดสูงสุดของกรวยการเรียนรู้ การจำลองสถานการณ์ (Simulation) หรือการประยุกต์ใช้ในงานจริงจะทำให้เกิดทักษะที่เรียกว่า "Muscle Memory" ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ยั่งยืนที่สุด⁣

──────────⁣

💡 ข้อแนะนำสำหรับหัวหน้างานและ HR⁣

เพื่อให้การอบรมไม่สูญเปล่า ลองใช้สูตรนี้ไปปรับใช้ในองค์กรดูครับ:⁣
① อย่าส่งแค่ไฟล์ PDF แล้วหวังว่าพนักงานจะเก่งขึ้น⁣
② สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลองผิดลองถูก: การ "Doing the Real Thing" อาจมีความผิดพลาดบ้าง แต่คือวิธีเดียวที่จะทำให้พนักงานจำได้ถึง 90%⁣
③ เปลี่ยนบทบาทเป็น Coach: แทนที่จะบอกคำตอบ ลองถามพนักงานว่า "จากที่ไปเรียนมา คุณจะเอามาปรับใช้กับโปรเจกต์นี้อย่างไร?" เพื่อกระตุ้นการคิดเชิงรุก (Active Thinking)⁣

บทสรุป: การอบรมที่ดีไม่ใช่การใส่ความรู้เข้าไปในหัวพนักงาน แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พนักงานได้ "พูด" และ "ทำ" ในสิ่งที่เรียนมาครับ⁣



สนใจออกแบบ Training ที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ และพาวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ | สามารถติดต่อ Ayla ได้ที่📞: 061-559-0354 📧: [email protected]
──────────⁣



22/04/2026

3 มิติที่หัวหน้างาน ซัพพอร์ตพนักงานได้จริง หลังกลับจากเททรนนิ่ง!⁣⁣
⁣⁣
คลิปจากไลฟ์ EP2: Manager Reinforce Questions เปลี่ยนหัวหน้าให้เป็นโค้ช ในการสร้างพฤติกรรมใหม่จากห้อง Training สู่การทำงานจริง⁣⁣
⁣⁣
⁣⁣
--------------⁣⁣
🔥สนใจเข้าร่วม EP 3 (อีพีสุดท้าย!) ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้⁣⁣
หัวข้อ: Behavior Adoption Check ปรับสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างไร? เพื่อสนับสนุนพฤติกรรมใหม่⁣⁣
⁣⁣
ลงทะเบียนผ่านฟอร์มนี้ได้เลย → ⁣⁣https://forms.gle/MFFAgLWtnkAxsLzx8
⁣⁣
⁣⁣
⁣⁣
⁣⁣
⁣⁣
สนใจออกแบบ Training ที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ และพาวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ | สามารถติดต่อ Ayla ได้ที่📞: 061-559-0354 📧: [email protected]⁣⁣
──────────⁣⁣
⁣⁣
⁣⁣
⁣⁣

21/04/2026

การฝึกอบรมที่ล้มเหลว มักหยุดอยู่แค่ Single-Loop (สอนให้ทำ) แต่การฝึกอบรมที่สร้างผลกระทบต่อธุรกิจจริงๆ ต้องไปให้ถึง Double-Loop (ปรับวิธีคิด) และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ Triple-Loop (เปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้) เพื่อให้พฤติกรรมหลังการฝึกอบรมนั้นคงอยู่ตลอดไป⁣

แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากทฤษฎี Double-Loop Learning ของ Chris Argyris และ Donald Schön ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ก่อนที่จะถูกต่อยอดสู่ Triple-Loop Learning เพื่อให้ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนระดับจิตสำนึกและวัฒนธรรมองค์กร⁣

________________________________________⁣
❶ Single-Loop: เปลี่ยนวิธีการ⁣

ระดับนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดหลังจบเทรนนิ่ง คือการที่พนักงานพยายามทำ "Action" แบบใหม่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น⁣

• พฤติกรรมที่เห็น: พนักงานใช้เครื่องมือใหม่ๆ ตามที่เรียนมา หรือทำตาม Step-by-step ที่วิทยากรบอก⁣
• ข้อจำกัด: หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้า หรือเจออุปสรรค พนักงานมักจะล้มเลิกได้ง่าย เพราะเขาเปลี่ยนแค่ "วิธีการ" แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิด⁣
• Key Question: "เราต้องปรับเทคนิค/วิธีการไหนให้งานออกมาดีกว่าเดิม?"⁣


❷ Double-Loop: เปลี่ยนวิธีคิด⁣

ระดับนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการเทรนนิ่งให้เกิดผล (Effective Training) พนักงานเริ่มย้อนกลับไปตั้งคำถามกับ "Assumptions" หรือสมมติฐานเดิมของตัวเอง⁣

• พฤติกรรมที่เห็น: พนักงานเริ่มตั้งคำถามว่า "ทำไมเราถึงต้องใช้วิธีเดิมๆ?" หรือ "สิ่งที่เรียนมามันช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ หรือเปล่า?"⁣
• การเปลี่ยนแปลง: พฤติกรรมในระดับนี้จะยั่งยืนกว่า เพราะเขาไม่ใช่แค่เปลี่ยนวิธีทำ แต่เปลี่ยนวิธีคิดก่อนลงมือทำ⁣
• Key Question: "ความเชื่อหรือมุมมองเดิมของเรา ยังใช้ได้อยู่ไหม?"⁣


❸ Triple-Loop: เปลี่ยนบริบท⁣

นี่คือ "จุดสูงสุด" ของการเรียนรู้ที่ไม่ได้มองแค่ปัญหาหน้างาน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนรากฐานทางวัฒนธรรม (Context) และค่านิยม (Identity) ทั้งของบุคคลและองค์กร⁣

• พฤติกรรมที่เห็น: พนักงานไม่ได้เพียงแค่ทำตามสิ่งที่เรียนมา แต่เกิดการ "เรียนรู้ที่จะเรียนรู้" (Learning how to learn) อย่างแท้จริง โดยยึด "เป้าหมายและคุณค่า" (Purpose & Values) เป็นเข็มทิศในการตัดสินใจแทนการรอคำสั่ง⁣
• ผลลัพธ์: พฤติกรรมใหม่กลายเป็น "Identity" (อัตลักษณ์) ของบุคคลและ "DNA" ของทีม จนกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครคอยกำกับหรือตรวจสอบ⁣
• Key Message: เมื่อพนักงานเข้าใจว่า 'ทำไม' (Why) งานนี้ถึงมีความหมายต่อเขาและองค์กรอย่างแท้จริง พฤติกรรมใหม่จะเปลี่ยนจาก 'สิ่งที่ถูกสั่ง' กลายเป็น 'ส่วนหนึ่งของตัวตน' อย่างถาวร"⁣

________________________________________⁣
Results ทำหน้าที่เป็น "Feedback Loop" (สายพานย้อนกลับ)⁣

• Single Loop: เมื่อผลลัพธ์ไม่ดี (Results) ย้อนกลับไปปรับ Actions (การกระทำ) ใหม่⁣
• Double Loop: ปรับการกระทำแล้วก็ยังไม่ดี? แสดงว่าวิธีคิดเราอาจจะผิด ย้อนกลับไปดูที่ Assumptions (วิธีคิด)⁣
• Triple Loop: เมื่อวิธีคิดก็ปรับแล้ว แต่ Results ก็ยังไม่ดีขึ้น เราต้องย้อนไปดูที่ Context หรือตัวตนของเราเลย⁣




สนใจออกแบบ Training ที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ และพาวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ | สามารถติดต่อ Ayla ได้ที่📞: 061-559-0354 📧: [email protected]
──────────⁣



20/04/2026

ความรู้ที่เคยใช้ได้วันนี้.. อาจใช้ไม่ได้ในวันพรุ่งนี้...⁣
สิ่งที่เคยเป็น Best Practice อาจกลายเป็นข้อจำกัดโดยไม่รู้ตัว⁣
ี่นี่คือความจริงที่สุดในพ.ศ.นี้!⁣

ดังนั้น องค์กรจึงไม่ได้ต้องการแค่ “คนเก่ง”⁣
แต่ต้องการคนที่ ปรับตัวเก่ง⁣

→ กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่⁣
→ กล้าที่จะปล่อยของเดิมที่ไม่ตอบโจทย์⁣
→ และกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ แม้จะยังไม่มั่นใจ⁣

เพราะการเติบโตในวันนี้⁣
ไม่ได้มาจากการสะสมความรู้เพิ่มขึ้นอย่างเดียว⁣
แต่คือการ “ปล่อยวาง” สิ่งที่ไม่จำเป็น⁣
เพื่อเปิดพื้นที่ให้สิ่งใหม่เข้ามา⁣

นี่คือเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่⁣
ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดเวลา⁣
ไม่ใช่แค่ Training เป็นครั้งคราว⁣
แต่เป็นวัฒนธรรมที่คน “เรียนรู้ ปรับ และลองใหม่” ได้ทุกวัน⁣

เพราะสุดท้ายแล้ว⁣
ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครรู้มากกว่า”⁣
แต่อยู่ที่ว่า ใครเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วกว่า⁣



สนใจออกแบบ Training ที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ และพาวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ | สามารถติดต่อ Ayla ได้ที่📞: 061-559-0354 📧: [email protected]
──────────⁣


18/04/2026

เรามักถูกทำให้เชื่อว่า ความเป็นผู้นำคือเรื่องของ “บารมี” หรือ “บุคลิกภาพ” ที่ต้องมีความกล้าหาญ มั่นใจ หรือพูดเก่งมาแต่กำเนิด แต่ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ⁣

งานวิจัยและเคสการพัฒนาองค์กรทั่วโลกต่างยืนยันว่า Leadership คือเรื่องของพฤติกรรม (Behaviors) และที่สำคัญกว่านั้น มันคือ การออกแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ⁣

________⁣
📍ทำไม Personality ถึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย?⁣

หากเราเชื่อว่าความเป็นผู้นำเป็นเรื่องของบุคลิกภาพ เราจะติดกับดักที่ว่า “คนบางคนเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ” แต่ในความเป็นจริง ผู้นำที่ประสบความสำเร็จมีทั้งคนที่เป็น Introvert ที่เงียบขรึม หรือ Extrovert ที่สดใส สิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นมีเหมือนกันไม่ใช่ “นิสัย” แต่เป็น “ชุดพฤติกรรม” ที่ตอบโจทย์เป้าหมายและทีมงาน⁣

________⁣
📍3 เสาหลักของการออกแบบพฤติกรรมผู้นำ (Behavioral Design)⁣

❶ จาก "ตัวตน" สู่ "ระบบการกระทำ" (System of Actions)⁣

ความเป็นผู้นำไม่ใช่การโชว์ฟอร์มครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่มันคือการสร้างระบบพฤติกรรม เช่น แทนที่จะพยายามเป็นคน "ใส่ใจ" ให้เปลี่ยนเป็นการออกแบบตารางเวลาเพื่อทำ 1-on-1 Check-in กับทีมทุกสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ เมื่อพฤติกรรมนี้ถูกออกแบบให้ทำง่ายและทำซ้ำจนเป็นนิสัย มันจะกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานในที่สุด⁣


❷ ความสม่ำเสมอคือ Growth Mindset ในเชิงปฏิบัติ⁣

ตามหลัก Neuroplasticity สมองของเราจะสร้างเส้นใยประสาทที่แข็งแรงขึ้นผ่านการทำซ้ำ ผู้นำที่เก่งคือคนที่ออกแบบพฤติกรรมให้เกิด "Small Wins" เช่น การให้ Feedback ทันทีแทนการรอประเมินปลายปี การฝึกตั้งคำถามแทนการออกคำสั่ง พฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้เมื่อทำซ้ำๆ จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางจิตวิทยาของทีม (Psychological Safety) ได้มากกว่าการพูดสร้างแรงบันดาลใจบนเวทีเพียงอย่างเดียว⁣


❸ การออกแบบสภาพแวดล้อม (Choice Architecture)⁣

ผู้นำที่เข้าใจการออกแบบพฤติกรรม จะไม่ฝืนใช้แต่ "ความพยายาม" (Willpower) แต่จะออกแบบสภาพแวดล้อมให้พฤติกรรมที่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด เช่น หากต้องการให้ทีมกล้าแสดงความเห็น ผู้นำต้องออกแบบ "กติกาการประชุม" ใหม่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เขียนไอเดียก่อนเริ่มพูด⁣

________⁣
📍 บทสรุปสำหรับผู้นำ⁣

ความเป็นผู้นำจึงไม่ใช่สิ่งที่เรา "เป็น" (Who you are) แต่คือสิ่งที่เรา "ทำ" (What you do) อย่างสม่ำเสมอ⁣

การเลิกโฟกัสที่บุคลิกภาพ แล้วหันมาสนใจ "การออกแบบพฤติกรรมซ้ำๆ" จะช่วยปลดล็อกให้ทุกคนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้ในแบบฉบับของตัวเอง เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นผู้นำไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องอบรม แต่ถูกสร้างขึ้นในทุกๆ วันผ่านพฤติกรรมที่เราเลือกทำซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเอง⁣



สนใจออกแบบ Training ที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์ และพาวัฒนธรรมองค์กรไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ | สามารถติดต่อ Ayla ได้ที่📞: 061-559-0354 📧: [email protected]
──────────⁣



ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง วาณิชย์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


Bangkok