Next Level Learning Center
สถาบันสอนและพัฒนานักเทรด จากเริ่ม?
21/07/2025
วันนี้หลายคนเข้าสู่ตลาด Forex ด้วยความเชื่อว่า
การ Trade Forex นั้นได้เงินเร็ว ง่าย ใคร ๆ ก็ Trade ได้
Next Level ว่าเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกไม่ผิดครับ
ความหมายคือ ถ้าคุณศึกษา หาความรู้
มีวิธีคิด วิธีการที่ถูกต้อง
การ Trade Forex มี Leverage
ที่จะช่วยให้คุณทำเงินได้เร็วและง่ายจริง ๆ
แต่ถ้าคุณไม่ได้ศึกษา ไม่ได้หาความรู้
เกี่ยวกับการ Trade Forex เลย
แล้วมา Trade แบบนักเสี่ยงโชค
ที่หวังจะรวยทางลัด หวังจะหากำไร
ก็อาจเหมือนการรอรถไฟที่สนามบิน
คือไม่มีวันเกิดขึ้นจริงนั่นเอง
#ก่อนจะคิดหากำไรต้องคิดหาความรู้ก่อนนะครับ
#ยกระดับความรู้เคียงคู่นักลงทุน
I’m on the next level #ฉันอยู่เหนือระดับ
14/07/2025
Forex คืออะไร และทำไมถึงได้รับความนิยม?
Forex (Foreign Exchange) คือ ตลาดการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงกว่าตลาดหุ้นหลายเท่า การซื้อขายในตลาดนี้จะทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่าง ๆ เช่น EUR/USD, USD/JPY
เหตุผลที่ Forex ได้รับความนิยม:
สภาพคล่องสูง: สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์
ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง: มีเลเวอเรจ (Leverage) ช่วยขยายกำไรและขาดทุน
เข้าถึงง่าย: แค่มีอินเทอร์เน็ตและบัญชีเทรดก็สามารถเทรดได้
📈Double Bottom คือ รูปแบบขาลงจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นที่เกิดรอบระดับแนวรับสำคัญ รูปแบบนี้ช่วยให้จับสัญญาณการเริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ พบได้ง่ายและพบเห็นได้ในทุกคู่สกุลเงิน
👉 รูปแบบ Double bottom เริ่มต้นจากแนวโน้มขาลงที่ทำให้เกิดจุดต่ำสุดใหม่ต่ำลง จากนั้น ราคาปรับตัวขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดจุดต่ำสุดแรก หลังการปรับฐานแล้ว ราคาขยับลงต่ำอีกครั้งและกลับมาที่ระดับจุดต่ำสุดแรกอีกครั้งหรือภายใน 2-4 Pip ของจุดต่ำแรก
เทรดรูปแบบDOUBLE BOTTOM อย่างไร
ควรซื้อทันทีที่ราคาทะลุระดับแนวต้านหรือลงแล้วขึ้นต่อ (Throwback)* หากราคาทะลุระดับแนวต้าน ทำให้ระดับแนวต้านเดิมจะกลายเป็นแนวรับใหม่และคาดการณ์ว่าราคาน่าจะสูงขึ้น
👉 จุด Stop loss โดยปรกติแล้ว จะอยู่ต่ำกว่า Double bottom ในการยืนยันรูปแบบ Double bottom ความแตกต่างระหว่างจุดต่ำสุดที่ต่ำที่สุดกับระดับแนวต้าน ควรจะห่างอย่างน้อย 10%
#สอนเทรด
01/07/2025
#เงินสี่ด้านงานสี่ประเภท #เหตุผลที่ควรเป็นนักลงทุน
Next Level เชื่อว่า ถ้าย้อนไปซัก 20 ปีที่แล้ว
เมื่อพูดถึงหนังสือ Best Seller บนโลกใบนี้
คนจะนึกถึง Rich Dad the Series
พ่อรวยสอนลูก โดย Robert Kiyosaki อย่างแน่นอน
หนังสือเล่มที่ 2 ของ Series นี้ คือ Cashflow Quadrant
หรือชื่อภาษาไทยคือ เงินสี่ด้านงานสี่ประเภท
โดย Robert ได้บอกเอาไว้ว่า
งานบนโลกใบนี้ อาจจะมีเป็นพัน เป็นหมื่นอาชีพ
แต่ก็จะถูกจำแนกออกได้เป็นเพียง 4 ประเภท
คือ E / S / B / I
E = Employee ลูกจ้าง คนที่ทำงานให้กับระบบ
เป็นเสมือนฟันเฟืองตัวหนึ่งของระบบ
ต้องใช้แรง+เวลา เพื่อแลกกับรายได้
เมื่อคนไม่อยากเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต
จะเริ่มคิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
S = Self-Employed ธุรกิจส่วนตัว เราเป็นระบบ
เหมือนเราเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่คนที่เป็น S
หลายครั้งก็จะพบว่า ธุรกิจต่างหากที่เป็นเจ้าของเรา
จากชีวิตลูกจ้างที่ยังพอมีเวลาพักหลังเลิกงาน
แต่เมื่อทำธุรกิจส่วนตัว แรงและเวลาทั้งหมด
ก็อาจหมดไปกับการดูแลธุรกิจนั่นเอง
B = Business Owner เจ้าของธุรกิจ เจ้าของระบบ
คือการที่มีคนมาทำงานให้กับเราในระบบ
ใช้ระบบในการทำงาน เพื่อสร้างรายได้ให้กับเรา
ตัวเราไม่ใช่สาเหตุของรายได้
ดังนั้น เราจึงมีอิสรภาพทางเวลามากขึ้น
I = Investor นักลงทุน ผู้ลงทุนในระบบ
คือการนำเงินเข้าไปลงทุนในระบบของผู้อื่น
หรือการใช้เงินในการลงทุน เพื่อให้ผลิดอกออกผล
ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เงินปันผล ดอกเบี้ย
หรือที่คนมักจะเรียกกันว่า ใช้เงินต่อเงินนั่นเอง
E กับ S จะอยู่ในฝั่งซ้ายของเงินสี่ด้าน
และได้รับรายได้แบบที่เรียกว่า Active Income
คือการต้องเอาแรง + เวลา ไปแลกกับรายได้
ในขณะที่ B กับ I จะอยู่ในฝั่งขวาของเงินสี่ด้าน
และได้รับรายได้แบบที่เรียกว่า Passive Income
คือการที่ใช้แรง+เวลา ไปสร้างทรัพย์สิน
แล้วทรัพย์สินเป็นตัวก่อให้เกิดรายได้
คนบนโลกใบนี้ประมาณ 80% จะอยู่ในฝั่งซ้าย
มีคนเพียงประมาณ 20% ที่อยู่ในฝั่งขวา
นี่คือสาเหตุที่คนรวยมีน้อยกว่าคนจน
นี่คือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่
ต้องใช้แรงและเวลาทำงานแลกเงินไปจนวันเกษียณ
คำถามที่น่าสนใจคือ แล้ววันนี้คุณอยากอยู่ด้านไหน ?
อยากเป็นคนฝั่งซ้าย หรือคนฝั่งขวาของเงินสี่ด้าน
อยากใช้แรงทำงานเพื่อเงินไปจนตาย หรือ
อยากมีชีวิตที่อยู่สบายด้วยการใช้เงินทำงาน
ถ้าคำตอบ คือ คุณอยากเป็นคนฝั่งขวา
Next Level คิดว่า คุณคงได้คำตอบแล้วว่า
ทำไมวันนี้ เราควรเป็นนักลงทุน
คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะลงทุนอะไรดี ?
Next Level คงตอบว่า เลือกเอาที่เราถนัด
เลือกลงทุนในสิ่งที่เรามีความรู้
เพราะความรู้สำคัญมากสำหรับการลงทุน
ถ้าคุณบอกว่า คุณไม่มีความรู้อะไรเลย
ไม่ถนัดอะไรเลย ถ้าเป็นเช่นนั้น
Next Level ก็จะขอบอกว่า
ให้คุณเริ่มลงทุนที่การหาความรู้ก่อนเลย #เพราะการลงทุนให้กับความรู้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
#ยกระดับความรู้เคียงคู่นักลงทุน
I’m on the next level #ฉันอยู่เหนือระดับ
23/06/2025
📉📈 รูปแบบธงขาขึ้น (bullish flag) คือรูปแบบการพักตัวของราคาในช่วงตลาดขาขึ้นรูปแบบหนึ่ง โดยรูปแบบนี้จะเป็นช่วงที่ดีในการเข้าทำกำไรของหุ้น ทองคำ หรือค่าเงิน ไม่ว่าคุณจะเทรดอะไรถ้าเจอรูปแบบนี้ ผมแนะนำให้มองหาสัญญาณแท่งเทียนกลับตัว ตอนอยู่ในกรอบราคา แล้วเข้าออเดอร์ buy ตามเทรนด์ขึ้นได้เลย เนื่องจากจังหวะเข้าออเดอร์ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ปลอดภัย เพราะราคาได้อยู่ในช่วง sideway สะสมโวลุ่ม รอการระเบิดของเทรนด์เพื่อไปต่อ
👉 ส่วนอีกวิธี ที่เทรดเดอร์ชอบใช้เข้า order กันคือ จะเข้าซื้อเมื่อ ราคาเบรคแนวต้านด้านบนของธงพร้อมกับมี volume เข้าซื้ออย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจจะพิจารณาจาก indicator หรือใช้วิธีดูแท่งเทียนเอา ถ้าเป็นแท่งสีเขียวตันๆ ระเบิดทะลุกรอบขึ้นไป แบบนี้คือเข้าตาม Follow Buy ได้เลย
👉 ข้อสังเกตในการเทรด bullish flag มีง่ายๆดังนี้
1.จะต้องมีการปรับตัวขึ้นของราคารุนแรง ก่อนจะเกิด Bull flag
2.ราคาต้องวิ่งในกรอบ แชนแนล เห็นเป็นรูปแบบชัดเจน
3.เข้าซื้อตอนราคาเบรคกรอบราคาเส้นบนขึ้นไป
#สอนเทรด
22/06/2025
หลายคนถาม Next Level ว่า
ทำไมต้องเสียเวลาหาความรู้ด้วย ?
ขอลงทุนแบบง่าย ๆ ทุนไม่หาย กำไรเยอะ ๆ
ลงทุนสั้น ๆ แป๊บเดียวได้เงินคืนมีไหม ?
Next Level ขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่า มีครับ ...
มีคนที่พร้อมจะโฆษณาชวนเชื่อคุณ
ด้วยคำพูดแบบนี้เยอะเลย
แต่ในความเป็นจริง บนโลกใบนี้ ไม่มีหรอกครับ
การลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง เงินต้นไม่มีวันหาย
แถมใช้เวลาไม่นานได้กำไรเยอะ ๆ ด้วย
ลองนึกดูครับ ถ้ามีการลงทุนแบบนี้จริง ๆ
บนโลกนี้ จะมีคนจนหรือ ?
การลงทุน Forex ถือเป็นการลงทุนที่ใช้เวลาไม่นาน
สามารถได้กำไรเยอะจริงครับ เพราะ Leverage สูง
ซึ่งกำไรที่งดงาม ก็มาพร้อมความเสี่ยงเช่นกัน
ดังนั้น โอกาสที่เงินต้นจะหายจึงมีครับ
ไม่มีใครรับประกันได้ ว่าเงินต้นจะไม่มีวันหาย
ถ้ามีใครมาการันตี ให้เดาไว้ก่อนเลยว่า หลอกลวงครับ
แต่ตามที่ Next Level บอกไว้เสมอ ๆ
ตอนนี้หมดยุคของ High Rish High Return
ต้องเสี่ยงมาก ๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากไปแล้ว
ยุคนี้คือ High Knowledge Low Risk High Return
มีความรู้มาก ความเสี่ยงน้อย และผลตอบแทนสูงได้
ความรู้คือสิ่งสำคัญจริง ๆ ครับ
ไม่ว่าจะลงทุนกับอะไรก็ตามไม่เกี่ยวว่าต้องเป็น Forex
จะเป็นเล่นหุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์
คุณก็ควรต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น ก่อนที่คุณจะลงทุน
เพราะการลงทุนกับความรู้ ความรู้จะช่วยให้คุณหาเงินได้
แต่ถ้าคุณลงทุนกับสิ่งที่ไม่รู้ ความไม่รู้จะทำให้คุณเสียเงิน
#เพราะการจ่ายให้กับความไม่รู้นั้นมักจะราคาแพงเสมอ
#ยกระดับความรู้เคียงคู่นักลงทุน
I’m on the next level #ฉันอยู่เหนือระดับ
16/06/2025
3 เหตุผลที่ควรลงทุนในตลาด ได้แก่
1) สภาพคล่องสูง
ซื้อง่ายขายคล่อง โดยตลาดเปิดซื้อขาย
ได้ตลอด 24 ชม.ผ่าน Interbank
ในวันจันทร์ถึงศุกร์ หยุดวันเสาร์อาทิตย์
2) เก็งกำไรได้ทั้งสองช่องทาง
ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง
ถ้าเราคิดว่าจะสูงขึ้น ก็เลือก Buy แล้วรอให้สูงขึ้น
ถ้าเราคิดว่าจะลดลง ก็เลือก Sell แล้วรอให้ราคาลงนั่นเอง
3) Leverage สูง จึงเริ่มต้นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ
คือการที่ทาง Broker ให้เครื่องมือ
เพื่อช่วยให้เราซื้อสินทรัพย์ได้เพิ่มขึ้น
เป็นจำนวน ... เท่าของเงินทุน ตามที่เราเลือกไว้นั่นเอง
เช่น 100 เท่า 200 เท่า 500 เท่า 1000 เท่า
อย่างไรก็ตามเนื่องจากค่าเงินมีความผันผวนสูง
ถ้าเราไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ ก็อาจขาดทุนได้ง่าย
อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายไทยรองรับ
ทำให้นักเทรดต้องรับความเสี่ยงเอง
ทั้งความเสี่ยงจากการขาดทุน
และความเสี่ยงจากการฉ้อโกงของโบรกเกอร์
ดังนั้น ถ้าจะเทรดก็ควรต้องเลือก
โบรกเกอร์ Forex ที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
้อุ่นใจต้องมีโบรกเกอร์ที่น่าไว้ใจเคียงคู่กัน
#ยกระดับความรู้เคียงคู่นักลงทุน
I’m on the next level
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
2/219
Bangkok
10240