GROUNDCONTROL

GROUNDCONTROL

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก GROUNDCONTROL, ศิลปะ, 23 Trok Rongnamkhaeng, Si Phraya Pier, Yota Road, Sampantawong, Bangkok.

23/06/2026

Ai Weiwei เตรียมจำลองประสบการณ์ถูกคุมขังอีกครั้ง ผ่าน Performance Art ยาว 24 ชั่วโมงครั้งแรกในชีวิต
อ้าย เว่ยเว่ย ศิลปินและนักเคลื่อนไหวชาวจีนผู้เป็นที่รู้จักในฐานะนักวิจารณ์รัฐบาลจีนอย่างเปิดเผย กำลังจะหวนกลับไปเผชิญหน้ากับหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาอีกครั้ง ผ่านผลงาน Performance Art แบบต่อเนื่อง (Durational Performance) ชิ้นแรกในชีวิตที่ชื่อว่า Sewing a Button ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่อาวีวา สตูดิโอส์ เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศสหราชอาณาจักร
ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้น 15 ปีหลังจากอ้าย เว่ยเว่ย ถูกทางการจีนควบคุมตัวในปี 2011 โดยเขาจะใช้เวลา 24 ชั่วโมงเต็มภายในห้องขังจำลองขนาด 25.92 ตารางเมตร ซึ่งสร้างขึ้นจากแบบห้องขังจริงที่เขาเคยถูกกักตัวเป็นเวลานาน 81 วัน
ภายใน Performance ผู้ชมจะได้เห็นกิจวัตรประจำวันของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นการนอน รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย อาบน้ำ เขียนหนังสือ รวมถึงการถูกซักถามในประเด็นส่วนตัว การเมือง และปรัชญา โดยมีผู้ดำเนินรายการชาวอังกฤษ นิฮาล อาร์ธานายาเก นักเขียนชาวไอริช เอ็มมา ดาบิรี กวีและนักเขียนชาวอังกฤษ เล็มน์ ซิสเซย์ และนักข่าวชาวสิงคโปร์ ซิง จ์เจิง เข้าร่วมทำหน้าที่ตั้งคำถาม ขณะที่นักแสดงอีก 9 คนจะรับบทเป็นทหารและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อจำลองบรรยากาศการควบคุมตัวอย่างใกล้เคียงความจริงที่สุด
อ้าย เว่ยเว่ย เปิดเผยว่าการกลับมาทบทวนประสบการณ์ดังกล่าวในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่สะท้อนถึงสถานการณ์ร่วมสมัยที่การละเมิดสิทธิและการใช้อำนาจโดยรัฐยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก
การควบคุมตัวของอ้าย เว่ยเว่ย ในปี 2011 ถือเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมาก แม้ทางการจีนจะอ้างเหตุผลด้านภาษี แต่หลายฝ่ายเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของเขา รวมถึงผลงานศิลปะที่ตั้งคำถามต่ออำนาจรัฐและการสืบสวนรายชื่อเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวเสฉวนในปี 2008
ก่อนหน้านี้อ้าย เว่ยเว่ย เคยนำประสบการณ์ดังกล่าวมาสร้างเป็นผลงานหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นชุด Diorama S.A.C.R.E.D. (2011–2013) หรือมิวสิกวิดีโอเพลง Du***ss (2013) แต่ Sewing a Button นับเป็นครั้งแรกที่เขากลับไปเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นั้นด้วยร่างกายของตนเองแบบสด ๆ และต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากตัว Performance แล้ว ยังมีการสร้าง Soundscape ประกอบโดย สเปซ แอฟริกา ดูโออิเล็กทรอนิกส์จากแมนเชสเตอร์และเบอร์ลิน พร้อมกิจกรรมอื่น ๆ เช่น โรงน้ำชาจีนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันผู้ชมทั่วโลกยังสามารถรับชมภาพถ่ายทอดสดจากกล้องวงจรปิดภายในพื้นที่แสดง ผ่านเว็บไซต์ของแฟกทอรี อินเตอร์เนชันแนล รวมถึงจุดฉายสาธารณะในหลายเมืองทั่วโลก เช่น เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย, บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และพิคคาดิลลี เซอร์คัส กรุงลอนดอน
สำหรับอ้าย เว่ยเว่ย ผลงานชิ้นนี้อาจไม่ใช่เพียงการย้อนกลับไปเล่าเรื่องอดีต แต่เป็นการตั้งคำถามต่อสภาพสังคมร่วมสมัย ที่เส้นแบ่งระหว่างอำนาจ การควบคุม และเสรีภาพ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเผชิญหน้าอยู่เสมอ

Photos from GROUNDCONTROL's post 23/06/2026

Artist on our radar: สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ศิลปะ’ ฉบับ ‘ANCHI’ ศิลปินผู้จัดเก็บสถานที่พิเศษลงบนภาพวาด
การเดินทาง คือ หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกสบายใจ อิสระ และเป็นการเปิดขอบเขตสายตา เปิดประสบการณ์ และเปิดจินตนาการ ให้มองเห็นโลกกว้างได้กระจ่างขึ้น การเดินทางมักมาพร้อมกับการทำบันทึก บางคนเลือกบันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย หรืองานเขียน และถ้าคุณเป็นศิลปินที่ชอบการเดินทาง แน่นอนว่าต้องเป็นการวาดภาพแน่นอน
เหมือนกับที่ 'ANCHI' หรือ 'อันชิ - อัญชิสา อัศวเหม' ศิลปินที่เลือกเก็บทุกอย่างไว้บนภาพวาด เธอบอกกับเราว่า ธีมในการทำงานของเธอมักจะวนเวียนอยู่กับสิ่งที่หลายคนคุ้นชินในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำในวันธรรมดา สถานที่พิเศษที่ติดอยู่ในใจ หรือสิ่งของทั่วไปที่แบกเรื่องราวเอาไว้มากกว่าตาเห็น
เธอเล่าว่า “เราคิดว่า ชีวิตประกอบขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ เพราะสิ่งเล็ก ๆ ไม่ว่าจะคำพูดที่ครอบครัวพูดกับเราอยู่เสมอ อย่างแจกันของคุณยายที่เราเห็นทุกวัน จริง ๆ แล้วมันยังมีความทรงจำมากมายที่มาพร้อมกับแจกันใบนี้ หรือสถานที่ที่อาจจะดูธรรมดาทั่วไป แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ที่แห่งนั้นติดอยู่ในใจ เรารู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้นี่แหละคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เราเป็นเราทุกวันนี้”
และสิ่งที่เธอพบในการทำงานคือ บางทีความทรงจำส่วนตัวก็อาจจะเป็นความทรงจำร่วมก็เป็นได้ “เรารู้สึกว่าบางทีมนุษย์ก็ใกล้ชิดกันมากกว่าที่เราคิด สถานที่บางที่ในภาพที่เราวาดมีคนจดจำได้ในทันทีที่เห็น ภาพวาดของคุณยายที่ถูกทักว่า เหมือนคุณย่าของเขาเลย คำพูดเหล่านี้จากผู้ที่ผ่านมาพบเห็นงานเรา พร้อมรอยยิ้มหรือเรื่องราวที่ตามมาหลังจากได้พูดคุยกัน”
“เรารู้สึกว่ามันสวยงามมาก ๆ ที่คนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนสามารถยืนคุยกันได้นานนับนาทีเพียงเพราะเสี้ยววินาทีในอดีตเราเคยไปเยือนที่เดียวกัน หรือเติบโตมาแบบใกล้เคียงกัน”
เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจ เธอหยิบสองสิ่งขึ้นมาเล่าให้เราฟัง หนึ่งคือความชอบในวัยเด็ก และอย่างที่สองคือเรื่องการเดินทาง เธออธิบาย “แรงบันดาลใจสำคัญน่าจะมาจากความชอบในวัยเด็ก อย่างแรกคือภาพวาดในยุคอิมเพรสชันนิสม์ เราชอบภาพสไตล์นี้เพราะแค่มองก็เหมือนจะรู้สึกได้ถึงไอความอบอุ่น สดใส ออกมาจากภาพ หรือแม้กระทั่งภาพที่ดูหม่นหมองก็ยังทำให้รู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้”
“อีกอย่างคือ ผลงานของ เวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson) โดยเฉพาะ Fantastic Mr. Fox (2009) เป็นแอนิเมชันที่ดูบ่อยที่สุด และอยู่กับเราในเกือบทุกช่วงเวลาของชีวิตเลยก็ว่าได้ ทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่เรานึกถึงในตอนแรกที่เริ่มสร้างสรรค์ผลงาน แต่มีหลายคนที่ทักถึงสองสิ่งนี้บ่อยมาก และพอมามองดูก็คิดว่า งานเราได้รับแรงบันดาลใจจากความชอบวัยเด็กนี้มาไม่น้อยเลย”
“ส่วนแรงบันดาลใจที่ทำให้เริ่มทำงานสไตล์นี้ น่าจะมาจากการเดินทาง การออกไปเห็นโลกกว้าง เจอคนจากหลาย ๆ ที่บนโลกใบนี้ เรียกว่า เป็นความฝันอันดับหนึ่งเลยก็ได้ เราเริ่มต้นจากการวาดภาพสถานที่ในความทรงจำ ตึกรามบ้านช่องในมุมมองของเราคือสิ่งที่สื่อถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนได้เป็นอย่างดี การใช้สีหรือวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองมันน่าสนใจดี ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราอยากวาดภาพเหล่านี้ออกมา และเพิ่มเติมความเป็นตัวเรา หรือความรู้สึกเราเข้าไปในภาพผ่านสีสัน”
ยังมีเรื่องเอกลักษณ์ในงานที่หลายคนสังเกตเห็นว่า เธอมักเลือกใช้สีสันสดใส ลายเส้นที่มีความเป็นเด็ก และพื้นผิวของเทคนิคผสมที่เธอใช้ ซึ่งอันชิก็ตอบว่า ทั้งหมดล้วนมาจากการเลือกที่ตั้งใจ
“เราเป็นคนชอบงานที่มีผิวสัมผัสมาก ๆ อย่างรอยพู่กันที่มีความไม่สมบูรณ์แบบในตัว เลยเลือกใช้เทคนิคผสมเพื่อให้งานมีพื้นผิวที่โดดเด่นขึ้น และยังเป็นเทคนิคที่ทำให้เกิดสีสันที่สดใสด้วย โดยเฉพาะสีกวอชที่มีเม็ดสีแน่น ๆ ตอนนี้ก็ยังเรียนรู้การใช้เทคนิคนี้ไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่ายังสำรวจวิธีการใหม่ ๆ รวมถึงเอฟเฟกต์ที่สีเหล่านี้สร้างขึ้นได้อีกมาก”
เธอยังยกตัวอย่างถึงโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ด้วยว่า “โปรเจกต์ที่กำลังจะทำในตอนนี้จะเป็นโปรเจกต์ที่อยากเล่าถึงประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเรา ตอนอายุ 16 ปี เราได้มีโอกาสไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ฮังการีเป็นระยะเวลาเกือบ ๆ หนึ่งปี มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาในชีวิตที่เรารักและคิดถึงมากที่สุด ฮังการีเป็นที่ที่ทำให้เราเติบโตอย่างแข็งแรง ได้เห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น พบเจอมิตรภาพมากมาย และเป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้ค้นพบตัวเองอย่างเต็มที่ เราเลยอยากถ่ายทอดความคิดถึงนั้นออกมาเป็นภาพวาด”
เธอยังยกอีกหนึ่งตัวอย่าง ด้วยการแชร์ถึงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อปี 2025 ด้วยว่า “ในปี 2025 เราได้มีโอกาสไปทำนิทรรศการเดี่ยวเล็ก ๆ ครั้งแรกชื่อว่า ‘Finding Me at Nangloeng’ เราได้ไปทำงานในย่านชุมชนนางเลิ้ง แล้วก็ค้นพบชุมชนที่น่ารักและเรื่องราวที่สวยงามมาก ๆ ของชุมชนนี้ เราเลยตั้งใจว่าในอนาคตอยากจะเดินทางไปอีกหลาย ๆ ที่ ไปพบเจอเรื่องราวใหม่ ๆ พบผู้คนจากหลายวัฒนธรรม เรารู้สึกว่ายังมีอีกหลายนับพันที่บนโลกนี้ที่รอให้ผู้คนได้ไปสัมผัสถึงความพิเศษและเรื่องราวใหม่ ๆ เสมอ”
“เราเลยอยากจะเป็นคนที่ได้ไปพบเจอความพิเศษเหล่านั้น แล้วมาบันทึกไว้ผ่านภาพวาดของเรา และจริง ๆ เราเป็นคนชอบทำงานกระดาษมาก เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนได้หยั่งรากลงกับสิ่งที่ทำในเวลาที่สร้างชิ้นงานขึ้นมา ในอนาคตก็คิดว่าคงจะได้เห็นงานที่ผสมคอลลาจเข้ากับเทคนิคผสมที่เราใช้ หรือการวาดลงบนงานประติมากรรมกระดาษ”
ไม่แปลกใจเลยที่งานของ ANCHI ให้ความรู้สึกคล้ายกับโปสการ์ดที่ถูกส่งต่อไปกับจดหมาย ที่คอยบอกเล่าว่าที่นั่นที่นี่มีอะไรรออยู่ เป็นจดหมายที่ชี้ชวนให้เราอยากออกไปสัมผัสโลกใบนั้นด้วยตัวเองบ้างสักครั้ง
ใครที่สนใจอยากติดตามผลงานของเธอสามารถตามได้ที่ Instagram: /
เรื่อง: บงกชกร คำปุ๊ก
กราฟิก: นภกร มีเจตนี

23/06/2026

ก่อนจะจบเดือนมิถุนายน ลองเรียนรู้เรื่อง ‘ความเข้าใจและความเคารพ’ ผ่านหนังกันอีกครั้ง ในเทศกาล Bangkok LGBTQ+ Film Festival ซึ่งงานนี้จัดโดยองค์กรที่สนับสนุนและผลักดันความเท่าเทียมทางเพศโดยเฉพาะ!
BATURU องค์กรวัฒนธรรมเพื่อสตรีและ LGBTIQ+ ระดับโลก ประกาศจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ Bangkok LGBTQ+ Film Festival เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่จัดขึ้นในช่วง Pride Month โดยมุ่งนำเสนอผลงานภาพยนตร์จากผู้สร้างภาพยนตร์หลากหลายประเทศ เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน วัฒนธรรม และประเด็นทางสังคมร่วมสมัยผ่านสื่อภาพยนตร์
ไฮไลท์งานนี้คือภาพยนตร์คัดสรร 14 เรื่อง จากผู้กำกับในชุมชนเควียร์หรือผลงานที่มีเนื้อหาขับเคลื่อนและสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชน LGBTIQ+ จากทั่วทุกมุมโลก ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์ดรามา และแอนิเมชัน จากประเทศต่างๆ อาทิ เม็กซิโก, เยอรมนี, แคนาดา, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และแน่นอน รวมถึงประเทศไทย
นอกเหนือจากการฉายภาพยนตร์แล้ว เทศกาลนี้ยังมีจุดเด่นที่เน้นกิจกรรมระหว่างคนทำภาพยนตร์และผู้ชม โดยผู้กำกับภาพยนตร์นานาชาติจะเดินทางมาเข้าร่วมงานที่กรุงเทพฯ ด้วยตัวเองเพื่อเปิดโอกาสให้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองผ่านกิจกรรมเสวนา (Panel Discussions) เวิร์กช็อป (Workshops) และช่วงถาม-ตอบ (Q&A)
ใครสนใจเข้าร่วมชมภาพยนตร์และกิจกรรมต่างๆ ก็สามารถติดตามรายละเอียดโปรแกรมฉาย ตารางกิจกรรมเวิร์กช็อป และการสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ช่องทางของ baturuofficial เลย
Bangkok LGBTQ+ Film Festival 2026
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2569
ที่ Lido Connect, Jim Thompson Art Center และ Baturu Space
ดูรายละเอียดโปรแกรมฉายที่เพจ baturuofficial

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ศิลปะและความบันเทิง ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


23 Trok Rongnamkhaeng, Si Phraya Pier, Yota Road, Sampantawong
Bangkok
10100