T.M.T Engineering and Service
รับออกแบบติดตั้งและให้คำปรึกษาด้านระบบดับเพลิง สุขาภิบาล ระบบน้ำดีน้ำเสีย ระบบปรับอากาศ
08/08/2025
🔥 หัวสปริงเกอร์ K5.6 vs K8.0 ต่างกันอย่างไร? ใช้กับพื้นที่แบบไหน?
การเลือกขนาดหัวสปริงเกอร์ (Sprinkler Head) ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข "K-Factor" เท่านั้น แต่มีผลโดยตรงต่อการกระจายน้ำ, แรงดันในระบบ, และประสิทธิภาพในการควบคุมไฟหรือดับไฟในพื้นที่นั้น ๆ
🧩 K-Factor คืออะไร?
K-Factor หรือ “ค่าสัมประสิทธิ์การไหล” คือค่าที่แสดงถึงอัตราการไหลของน้ำผ่านหัวสปริงเกอร์ ขึ้นอยู่กับขนาดของรูหัวฉีดและโครงสร้างภายในของหัว
สูตรพื้นฐานคือ: Q=K×√P
- Q = อัตราการไหล (gpm)
- K = ค่าหัว (เช่น 5.6 หรือ 8.0)
- P = แรงดัน (psi)
🔸 K5.6: หัวสปริงเกอร์มาตรฐานสำหรับพื้นที่ทั่วไป
• ✅ ใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง
เช่น สำนักงาน, ห้องประชุม, อาคารพักอาศัย, โรงเรียน
• ✅ ตอบสนองไฟไหม้เบื้องต้นได้ดี
• ✅ ติดตั้งง่าย ใช้งานแพร่หลาย
• 📌 มาตรฐานสากลระบุว่าเหมาะกับ Light Hazard และ Ordinary Hazard Group 1
ตัวอย่างพื้นที่ที่เหมาะสม
• อาคารสำนักงาน
• คอนโดมิเนียม
• โรงเรียน
• ร้านค้า
________________________________________
🔸 K8.0: หัวสปริงเกอร์สำหรับพื้นที่ต้องการน้ำมาก
• ✅ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องใช้ปริมาณน้ำมากขึ้น เพื่อควบคุมหรือระงับไฟได้อย่างรวดเร็ว
• ✅ เหมาะกับพื้นที่ที่มีวัสดุติดไฟง่าย หรือเก็บของหนาแน่น
• ✅ ช่วยลดจำนวนหัวที่ต้องติดตั้ง เพราะหัวเดียวจ่ายน้ำได้มากกว่า
• 📌 เหมาะกับ Ordinary Hazard Group 2 และ High Hazard
ตัวอย่างพื้นที่ที่เหมาะสม
• คลังสินค้า
• ศูนย์กระจายสินค้า
• โรงงานอุตสาหกรรม
• โกดังเก็บของ
________________________________________
💬 สรุปเปรียบเทียบ
• หัวสปริงเกอร์ = K5.6
- ค่า K = 5.6
- ปริมาณน้ำ (ลิตร/นาที ที่ 1 บาร์) = ~5.6 ลิตร/นาที
- เหมาะกับพื้นที่ = สำนักงาน, คอนโด
• หัวสปริงเกอร์ = K8.0
- ค่า K = 8.0
- ปริมาณน้ำ (ลิตร/นาที ที่ 1 บาร์) = ~8.0 ลิตร/นาที
- เหมาะกับพื้นที่ = คลังสินค้า, โรงงาน
________________________________________
❗️เลือกหัวผิด = ประสิทธิภาพระบบลดลง
หากเลือกหัวที่ไม่เหมาะกับพื้นที่ เช่น ใช้ K5.6 ในคลังสินค้าขนาดใหญ่ อาจทำให้ระบบจ่ายน้ำไม่พอเพียงเมื่อเกิดไฟไหม้ ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ในทางกลับกัน หากใช้ K8.0 ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็น อาจทำให้ระบบต้องลงทุนกับขนาดท่อหรือปั๊มน้ำที่ใหญ่เกินจำเป็น
________________________________________
📌 สนใจปรึกษาเรื่องการเลือกหัวสปริงเกอร์?
T.M.T. Engineering and Services Co.,Ltd.
เรามีทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านระบบดับเพลิงโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการ
• ออกแบบระบบดับเพลิงตามมาตรฐาน
• เลือกและติดตั้งหัวสปริงเกอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
• ตรวจสอบระบบ และ PM ประจำปี
• พร้อมออกใบรับรองตามกฎหมาย
📞 โทร. 090-907-6111 (คุณฉัตรเฉลิม)
________________________________________
#ระบบดับเพลิง #หัวสปริงเกอร์ #เลือกหัวสปริงเกอร์ให้เหมาะสม
06/08/2025
🔥 ระบบ Fire Alarm เสีย = เสี่ยงผิด พ.ร.บ.อาคาร!
สิ่งที่เจ้าของอาคารต้องรู้ และตรวจให้ทัน
ระบบ Fire Alarm (ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้) ไม่ใช่ของ “ฟุ่มเฟือย” และไม่ใช่แค่ติดไว้ให้ “ผ่านการตรวจ” เท่านั้น — หากระบบเสีย ไม่ทำงาน หรือไม่ตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด เจ้าของอาคารอาจถูกดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้ทันที!
🏛 ทำไม Fire Alarm ถึง “สำคัญทางกฎหมาย”?
พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายลำดับรอง เช่น กฎกระทรวงฯ กำหนดชัดว่า
“อาคารที่เข้าข่ายต้องติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ต้องบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา”
และ
“ต้องตรวจสอบโดยวิศวกรหรือผู้มีใบอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนด”
หากฝ่าฝืน มีโทษทั้ง
❌ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
❌ ปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท
❌ เสี่ยงโดน สั่งปิดอาคาร ในกรณีร้ายแรง
📌 อาคารแบบไหนที่ต้องติด Fire Alarm?
-คอนโดมิเนียม
-หอพัก
-อาคารสำนักงาน
-โรงงาน
-โรงเรียน โรงพยาบาล
-ห้างสรรพสินค้า
(เรียกง่ายๆ ว่า “อาคารสาธารณะหรือมีผู้คนจำนวนมาก”)
🔧 ระบบ Fire Alarm พังตรงไหน เสี่ยงตรงนั้น
ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อย:
🔇 เสียงไซเรนไม่ดังเมื่อเกิดควัน
🚫 ระบบไม่ตรวจจับไฟไหม้เพราะหัว Detector เสีย
🔌 Battery ของตู้ควบคุมหมดอายุ ไฟไม่ติด
🚫 ไม่ได้ Test ระบบตามรอบ (เช่น Monthly หรือ Yearly)
ทุกกรณี = ถือว่าระบบ “ใช้งานไม่ได้”
👉 เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย
✅ เจ้าของอาคารควรทำอย่างไร?
-ตรวจสอบระบบ Fire Alarm อย่างสม่ำเสมอ
-ตรวจสายไฟ, เสียงไซเรน, หัวตรวจจับ ฯลฯ
-บันทึกผลการตรวจอย่างมีหลักฐาน
-จ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบตามมาตรฐาน
เช่น มาตรฐาน NFPA 72 (มาตรฐานสากล)
-ตรวจสอบปีละครั้งเป็นอย่างน้อย
-ซ่อมแซมทันที หากพบว่าระบบใดเสีย
🧯 บริการตรวจสอบ Fire Alarm แบบมืออาชีพ
บริษัทของเราสามารถช่วยตรวจสอบระบบ Fire Alarm
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมออกเอกสารยืนยันผล
เพื่อป้องกันการโดนปรับ และปกป้องชีวิตผู้อยู่อาศัยในอาคาร
📣 สรุปสั้นๆ สำหรับเจ้าของอาคาร
Fire Alarm เสีย = ผิดกฎหมาย
-มีโทษทั้งปรับ, รายวัน, และเสี่ยงสั่งปิด
-ต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบ
-ใช้บริษัทมืออาชีพเท่านั้นในการตรวจสอบ
🧠 บริษัทของเราเชี่ยวชาญด้านนี้
หากคุณต้องการความมั่นใจในประสิทธิภาพของระบบดับเพลิง
เราคือผู้ให้บริการ ตรวจสอบ ออกแบบ ติดตั้ง และทำ PM ระบบดับเพลิง
โดยใช้อุปกรณ์มาตรฐาน และมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญรับรองทุกขั้นตอน
________________________________________
📞 สนใจสอบถามข้อมูลหรือขอใบเสนอราคา
โทร. 090-907-6111 (คุณฉัตรเฉลิม)
#ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ #ตรวจสอบระบบไฟร์อลาม
#พรบอาคาร #มาตรฐานความปลอดภัยอาคาร #ระบบดับเพลิงในอาคาร
#เจ้าของอาคารต้องรู้ #ตรวจเช็คFireAlarm #ระบบไฟไหม้เตือนล่วงหน้า
#กฎหมายควบคุมอาคาร ืออะไร #ระบบดับเพลิง #หัวทดสอบดับเพลิง #ดับเพลิงอาคาร #วิศวกรรมดับเพลิง #ตรวจสอบระบบดับเพลิง #หัวจ่ายน้ำดับเพลิง #ความปลอดภัยอาคาร #มาตรฐานดับเพลิง #ระบบดับเพลิงในคอนโด
21/07/2025
🔍 Pitot Tube ใช้วัดแรงดันน้ำในท่อได้อย่างไร?
การตรวจสอบแรงดันและอัตราการไหลของน้ำในระบบดับเพลิง เช่น Standpipe หรือ Fire Pump จำเป็นต้องมีอุปกรณ์วัดที่แม่นยำและพกพาสะดวก “Pitot Tube” คือหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการวัดแรงดันแบบไดนามิก เพื่อประเมินปริมาณน้ำที่ปล่อยออกจากหัวจ่าย
________________________________________
✅ หลักการทำงานของ Pitot Tube
Pitot Tube (อ่านว่า “ปิโตต์ทิวบ์”) เป็นอุปกรณ์วัดแรงดันที่อาศัยหลักการความดันรวม (Total Pressure) และความดันสถิต (Static Pressure)
โดยหลักการคือ:
• หัวของ Pitot Tube จะหันตรงเข้ากับทิศทางการไหลของน้ำ
• เครื่องจะวัด "แรงดันแบบ Dynamic" (คือแรงดันที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของน้ำ)
• ค่าที่วัดได้สามารถนำมาใช้คำนวณความเร็วของน้ำ (Velocity) และแปลงเป็นอัตราการไหล (Flow rate)
🔧 การใช้งานในสนามจริง
ในงานทดสอบระบบดับเพลิง เช่น Flow Test จากหัวจ่าย Fire Hose หรือ Hydrant
Pitot Tube จะถูกติดตั้งที่:
• ตำแหน่งปลายหัวจ่ายที่เปิดน้ำไหลออกเต็มที่ (Fully Open)
• หันปลายท่อ Pitot Tube เข้าทิศทางการไหลตรงกลางของกระแสน้ำ
• เชื่อมต่อกับ Pressure Gauge เพื่ออ่านค่าแรงดันแบบทันที
ข้อควรระวัง:
• หัวจ่ายต้องเปิดเต็มที่
• น้ำต้องไหลต่อเนื่องไม่สะดุด
• ห้ามเบี่ยงปลาย Pitot Tube ออกจากทิศทางตรงกลางของกระแสน้ำ มิฉะนั้นค่าที่อ่านจะผิดเพี้ยน
________________________________________
📊 ค่าที่ได้สามารถแปลผลยังไง?
หลังจากได้ค่าแรงดันจาก Pitot Tube (เช่น 25 psi) ต้องนำไปแปลงเป็นอัตราการไหล (gallons per minute) ด้วยตารางหรือสูตรเฉพาะ
ค่าที่ได้สามารถนำไป:
• เปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน (เช่นจาก NFPA 25)
• ตรวจสอบว่า Fire Pump หรือระบบหัวจ่ายยังให้แรงดันและอัตราการไหลเพียงพอหรือไม่
• วิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบก่อนและหลัง PM
🧠 สรุป
• Pitot Tube คืออุปกรณ์วัดแรงดันเชิงปฏิบัติที่ใช้งานง่าย วัดค่าความเร็วการไหลของน้ำได้โดยตรง เหมาะกับงานทดสอบประสิทธิภาพของหัวจ่ายในระบบดับเพลิง หากใช้อย่างถูกต้อง จะได้ค่าที่แม่นยำและสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลประเมินสภาพระบบได้อย่างดี
________________________________________
🔧 บริษัท T.M.T Engineering & Service ให้บริการอะไรบ้าง?
บริษัทของเราให้บริการแบบครบวงจร:
✅ ออกแบบและติดตั้ง ตามมาตรฐาน
✅ ตรวจสอบและทดสอบ Fire Pump Performance Test
✅ ใช้เครื่องมือทันสมัย
✅ ดำเนินการโดยทีมงานวิศวกรที่มีประสบการณ์ พร้อมใบรับรองผลการทดสอบ
________________________________________
📞 สนใจสอบถามข้อมูลหรือขอใบเสนอราคา โทร. 090-907-6111 (คุณฉัตรเฉลิม) ________________________________________
ืออะไร #วัดแรงดันน้ำในท่อ #ระบบดับเพลิง
#ตรวจสอบระบบดับเพลิง #วิศวกรรมอัคคีภัย #หัวตรวจวัดแรงดัน #ปั๊มน้ำดับเพลิง
#เครื่องมือช่างวิศวกรรม #ช่างระบบดับเพลิง #ทดสอบระบบน้ำดับเพลิง
ับเพลิง #ดูแลความปลอดภัยอาคาร
#อาคารสูงปลอดภัย #วิศวกรเครื่องกล
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:30 - 17:00 |
| อังคาร | 08:30 - 17:00 |
| พุธ | 08:30 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 08:30 - 17:00 |
| ศุกร์ | 08:30 - 17:00 |
| เสาร์ | 08:30 - 17:00 |
| อาทิตย์ | 08:30 - 17:00 |