Science_NBR

Science_NBR

แชร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย

28/09/2023
16/04/2023

พวกเรารักสงบ ไม่แบ่งแยก งานวิจัยใหม่ที่ติดตามผลมาหลายปีเผยว่า แมวทราย (Sand Cat) นั้นชอบใช้ชีวิตแบบแร่ร่อนมากกว่าที่จะแบ่งอาณาเขตกันเหมือนญาติของมันในสายพันธุ์อื่น ๆ การค้นพบนี้จะมีผลต่อสถานะการอนุรักษ์อย่างมากจาก ‘กังวลน้อย’ เป็น ‘ใกล้ถูกคุกคาม’
รายงานนี้เผยแพร่ในวารสาร Journal of Arid Environments โดยศึกษาแมวทรายจำนวน 22 ตัวระหว่างปี 2015 ถึงปี 2019 ได้เผยให้เห็นว่าพื้นที่หากินของมันนั้นกว้างถึง 1,758 ตารางกิโลเมตร นั่นกว้างกว่าพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ที่ 1,568 ตารางกิโลเมตร
สิ่งนี้ทำให้เจ้าตัวเล็กพวกนี้มีบ้านใหญ่กว่าแมวตัวใหญ่กว่าอื่น ๆ เช่นแมวป่าแอฟริกา ปลอกคอ GPS ได้เผยให้เห็นว่าพวกมันชอบเดินไปเดินมาราวกับคนแร่รอนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ไปมีเรื่องกับแมวทรายตัวอื่น ๆ เลย
ทุกตัวอยู่ในสภาพดี ไม่มีบาดแผล และฟันก็อยู่ครบถ้วนทุกซี่ ช่างเป็นสัตว์ที่รักสงบและไม่แบ่งแยก นักวิจัยชี้ว่านี่เป็นพฤติกรรมที่คุณจะไม่ได้เห็นในแมวตัวใหญ่อื่น ๆ ที่จะมีอาณาเขตของใครของมัน และถ้าเจอกันก็จะต้องมีเรื่องกันตลอด แต่ไม่ใช่กับแมวทรายตัวจิ๋วนี้
“เหลือเชื่อ พวกมันเป็นคู่แข่งกับแมวที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างเสือดาว โดยแมวทรายหนึ่งตัวกินพื้นที่ประมาณ 1,758 ตารากิโลเมตรในระยะเวลา 6.5 เดือน” ทีมวิจัยกล่าว “เราตั้งสมมติฐานว่าแมวทรายมีความอดทนต่อกันและกัน รวมถึงมีแนวโน้มว่าจะไม่มีอาณาเขต”
การค้นพบนี้จะเปลี่ยนสถานะการอนุรักษ์ของมัน หากขอบเขตหากินของแมวทรายได้รับการยืนยัน แสดงว่ามันจะต้องมีจำนวนในป่าน้อยกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดไว้ เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาอ้างอิงจำนวนประชากรกับพื้นที่ขนาดเล็ก
ทางองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN ได้จัดตั้งสถานะของแมวไว้ว่า ‘กังวลน้อย’ เพราะคิดว่ามันมีพื้นที่หากินเล็ก และจากจำนวนที่พบก็อยู่ในระดับที่ไม่ค่อยน่ากังวล แต่เมื่อพื้นที่ขยายใหญ่ขึ้น จำนวนเท่าเดิม พวกมันจึงเสี่ยงมากขึ้นและกลายเป็น ‘ใกล้ถูกคุกคาม’ (Near Threatened)
“หากเขตบ้านมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดไว้จริง ๆ และพวกมันครอบครองพื้นที่บางส่วนของทะเลทรายตามที่การศึกษาของเราเสนอแนะ พวกมันอาจได้รับการปรับปรุงเป็น Near Threatened อย่างสมเหตุสมผล ซึ่งทำให้เราเพิ่มความพยายามในการอนุรักษ์ของเราเป็นสองเท่า”
ยังมีสิ่งที่ต้องให้เรียนรู้อีกมากสำหรับแมวทรายตัวเล็กชนิดนี้ที่พบได้ในทะเลทราย ซาฮาร่า อราเบียน อิหร่าน ปากีสถาน
ที่มา
Journal of Arid Environments : Home ranges of African sand cats (Felis margarita margarita)
IFLSCIENCE : Tiny Sand Cats' Huge Range Reveals Behavior Never Seen In Wild Cats
Panthera : New Sand Cat Science Revealed
Treehugger : Morocco’s Tiny Sand Cats Reveal Behavior Never Before Seen in Wild Cats
Photo : Grégory Breton/Panthera

20/11/2022

ตูวาลูหวังอัปโหลดประเทศขึ้นเมตาเวิร์ส ก่อนจะจมหายไปกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ไซมอน โคเฟ (Simon Kofe) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของตูวาลู (Tuvalu) ได้กล่าวในการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศ COP27 ว่าเขาต้องการให้ทั้งประเทศอัปโหลดตัวเองขึ้นสู่ระบบเสมือนจริงหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ‘เมตาเวิร์ส (Metaverse)’ เพื่อรักษาและอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของตนเองก่อนที่ทั้งประเทศจะจมหายอยู่ใต้น้ำ เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นตลอดเวลาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“แผ่นดินของเรา มหาสมุทรของเรา วัฒนธรรมของเรา เป็นทรัพย์สินที่มีค่าทีสุดของมนุษย์ และเพื่อให้พวกเขาปลอดภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกทางกายภาพ เราจะย้ายพวกเขาไปยังคลาวด์ (Cloud)” ไซมอนกล่าวผ่านวีดีโอที่เขายืนอยู่บนเกาะจำลองดิจิทัลที่ถูกคุกคามจากระดับน้ำทะเล “แนวคิดคือการทำงานในฐานะประเทศหนึ่งต่อไป และนอกเหนือจากนั้นคือเพื่อรักษาวัฒนธรรมของเรา ความรู้ของเรา และประวัติศาสตร์ของเราในพื้นที่ดิจิทัล”
ตูวาลู (Tuvalu) เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างออสเตรเลียและฮาวาย มีจำนวนทั้งหมด 9 เกาะและมีประชากร 12,000 คน พวกเขาเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในปัจจุบันมีพื้นที่มากถึงร้อยละ 40 ของเมืองหลวงที่จมอยู่ใต้น้ำเมื่ออยู่ในช่วงน้ำขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าทั้งประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำภายในสิ้นศตวรรษนี้ ตูวาลูจำเป็นต้องดำเนินการบางอย่าง เพราะประเทศอื่น ๆ ในโลกยังดำเนินการไม่มากพอ
ความสิ้นหวังนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ตูวาลูอาจเป็นประเทศแรกในโลกที่ดำรงอยู่ในรูปแบบดิจิทัลเพียงอย่างเดียว ถ้าภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไป และตูวาลูจะไม่เป็นประเทศสุดท้าย อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่สิ่งที่โคเฟต้องการจริง ๆ แต่เขาต้องการให้ทุกคนบนโลกได้รับรู้ถึงความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นและมุ่งเน้นไปยังสิ่งที่หลายประเทศกระทำอยู่ในโลกแห่งความจริง
“หากไม่มีมโนธรรมอันเป็นสากลและความมุ่งมั่นระดับโลกเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีร่วมกันของมนุษย์ ท้ายที่สุด เราอาจพบว่าคนทั้งโลกที่เหลือจะเข้าร่วมกับเราทางออนไลน์ เมื่อดินแดนของพวกเขาหายไป” โคเฟกล่าว
ตามค่านิยมด้านการทูตของตูวาลูอันได้แก่ ‘olaga fakafenua (ระบบความเป็นอยู่ร่วมกัน)’, ‘kaitasi (ความรับผิดชอบร่วมกัน)’ และ ‘fale-pili (การเป็นเพื่อนบ้านที่ดี)’ โคเฟหวังว่าคำเหล่านี้จะกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ เข้าใจถึงความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเพื่อบรรลุความเป็นอยู่ที่ดีทั่วโลก
ดินแดนในโลกดิจิทัลที่สามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับความงามตามธรรมชาติของตูวาลู และวัฒนธรรมในโลกดิจิทัลที่ทำให้ชาวตูวาลูมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันทั้งภาษาและขนบธรรมเนียม ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนบนโลกต่อไป ‘เมตาเวิร์ส’ อาจช่วยให้โลกยังมี ‘ตูวาลู’ อยู่ แต่เราต้องการให้เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือและนั่นนำไปสู่คำถามที่ว่า โลกทำสิ่งต่าง ๆ ให้ ‘ตูวาลู’ ได้แค่นั้นจริง ๆ หรือ
สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

04/11/2022

คืน 21 - เช้า 22 ตุลาคม 2565 ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (อัตราการตก 20 ดวงต่อชั่วโมง) สังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 22:30 น. จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ศูนย์กลางกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวนายพราน
ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวนายพราน จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 2 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน ของทุกปี ปีนี้คาดว่ามีอัตราการตกสูงสุดในคืน 21 - 22 ตุลาคม 2565 สามารถสังเกตเห็นตั้งแต่เวลาประมาณ 22:30 น. จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม 2565 มีศูนย์กลางการกระจายอยู่ทางทิศตะวันออก บริเวณแขนของกลุ่มดาวนายพราน อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง
ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" เกิดจากโลกเคลื่อนที่ตัดผ่านเส้นทางการโคจรของดาวหางฮัลเลย์ (1P/Halley) ที่หลงเหลือเศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กจำนวนมากทิ้งไว้ในวงโคจรขณะเคลื่อนที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์เมื่อปี 2529 แรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดเศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กเข้ามาเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการลุกไหม้ เห็นเป็นแสงวาบคล้ายลูกไฟพุ่งกระจายตัวออกมาบริเวณกลุ่มดาวนายพราน มีสีเหลืองและเขียว สวยงามพาดผ่านท้องฟ้า
ที่มา

https://www.facebook.com/watch/?v=663750854936156&extid=NS-UNK-UNK-UNK-IOS_GK0T-GK1C&ref=sharing

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3137685973026495&id=1523107561151019

26/09/2022

27 กันยายนนี้ จับตายาน DART พุ่งชนดาวเคราะห์น้อย ในภารกิจซ้อมปกป้องโลก

ภารกิจ DART ยานสำรวจดาวเคราะห์น้อย มีกำหนดพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยไดมอร์ฟอส (Dimorphos) ในวันที่ 27 กันยายนที่จะถึงนี้ เวลา 6:14 น. (ตามเวลาประเทศไทย) หลังส่งขึ้นสู่อวกาศไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา

ภารกิจ DART ย่อมากจาก Double Asteroid Redirection Test มีวัตถุประสงค์หลักคือ การพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็ก นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ภารกิจสำรวจอวกาศ ที่กำหนดให้ยานพุ่งชนวัตถุเป้าหมาย เพื่อศึกษาถึงการเบี่ยงวิถีของดาวเคราะห์น้อยที่เสี่ยงต่อการพุ่งชนโลกในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจพบและศึกษาวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยเกือบ 30,000 ดวงในระบบสุริยะที่มีวงโคจรใกล้โลก ซึ่งดาวเคราะห์น้อยที่มีวงโคจรตัดผ่านวงโคจรโลก ก็จะมีความเสี่ยงต่อการพุ่งชนโลกมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจึงต้องการเตรียมพร้อมตั้งรับความเสี่ยงที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกในอนาคต

ตามทฤษฎีแล้ว หากนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบดาวเคราะห์น้อยที่มีวิถีการโคจรพุ่งชนโลก องค์การอวกาศจะส่งยานสำหรับพุ่งชน (Impactor) เพื่อเบี่ยงวิถีของดาวเคราะห์น้อยให้พ้นจากโลก แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่ต้องการให้แนวคิดนี้เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น ต้องมีการทดลองจริงเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต

จากเป้าหมายข้างต้น จึงมีการริเริ่มภารกิจ DART ขึ้นมา โดยยานจะพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กชื่อ “ไดมอร์ฟอส” (Dimorphos) ที่โคจรรอบดาวเคราะห์น้อยชื่อ “ดีดิมอส” (Didymos) ซึ่งดาวเคราะห์น้อยทั้งสองดวงไม่มีความเสี่ยงที่จะพุ่งชนโลก และการพุ่งชนของยาน DART จะไม่เพิ่มความเสี่ยงแต่อย่างใด นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าการพุ่งชนของยาน DART จะส่งผลต่อการโคจรของไดมอร์ฟอส

ขณะนี้ไดมอร์ฟอสกำลังโคจรรอบดีดิมอสด้วยคาบ 11 ชั่วโมง 55 นาที โดยนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า หลังการพุ่งชนของ DART จะทำให้คาบการโคจรสั้นลงประมาณ 10 นาที ทั้งนี้ การสังเกตการณ์ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของคาบการโคจรจากทางทฤษฎี ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับดาวเคราะห์น้อยที่อาจพุ่งชนโลกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ยาน DART จะพลาดเป้าในการพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยไดมอร์ฟอสก็มีความเป็นไปได้ (แม้จะน้อยมาก) และหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจะนำข้อมูลและประสบการณ์จากยาน DART ในฐานะภารกิจทดสอบ มาเป็นรากฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเพื่อเบี่ยงวิถีของดาวเคราะห์น้อยต่อไป

แปลและเรียบเรียง : พิสิฏฐ นิธิยานันท์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สดร.

ที่มา : https://www.space.com/dart-asteroid-mission-1st-planetary-defense-test

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


333 ถนนไทยรามัญ เขตคลองสามวา
Bangkok
10510