ICDevelop

ICDevelop

แชร์

รับพัฒนา Web site, Web Application และ Mobile Application

02/02/2026

# # **เบื่อไหมกับการจัด Layout PDF? ลองเปลี่ยนมาใช้ Web Skills ทำ Report กันดีกว่า**

ในการพัฒนา Web Application ด้วย Node.js หนึ่งในโจทย์ที่ Developer มักจะเจอคือการทำ **"Export PDF Report"** ซึ่งหลายคนมักจะนึกถึง Library อย่าง PDFKit หรือ jsPDF เป็นอันดับแรกๆ แต่ปัญหาที่ตามมาคือการต้องมานั่งคำนวณพิกัด หรือวาดตารางที่ซับซ้อน ซึ่งใช้เวลาและ "ปวดหัว" ไม่ใช่น้อย

วันนี้เรามีอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น คือการใช้ **HTML + CSS และ Chrome Core** ครับ

# # # **แนวคิด: "ถ้าแสดงผลบนเว็บได้ ก็เป็น PDF ได้"**

แทนที่เราจะวาด PDF ด้วยโค้ดคำสั่งที่ยุ่งยาก เราเปลี่ยนมาใช้สิ่งที่ Web Developer ถนัดที่สุดนั่นคือการเขียน HTML เพื่อวางโครงสร้าง และใช้ CSS (รวมถึง Flexbox หรือ Grid) เพื่อจัดดีไซน์ให้สวยงาม จากนั้นจึงสั่งให้ **Headless Chrome** (เบื้องหลังของ Browser ที่เราใช้กัน) ทำการ "Print" หน้าเว็บนั้นออกมาเป็น PDF ครับ

# # # **ทำไมวิธีนี้ถึงน่าสนใจ?**

1. **Pixel Perfect:** คุณสามารถใช้ CSS Media Queries สำหรับ `print` เพื่อกำหนดขนาดกระดาษ (A4, Letter), ระยะขอบ (Margins) หรือแม้แต่การขึ้นหน้าใหม่ (Page Breaks) ได้อย่างแม่นยำ
2. **No New Learning Curve:** ไม่ต้องเรียนรู้ Syntax ของ Library ใหม่ แค่ใช้ความรู้ Web Development ที่มีอยู่ก็สร้าง Report อลังการได้แล้ว
3. **Modern Tools:** ในโลกของ Node.js เรามี Library อย่าง **Puppeteer** หรือ **Playwright** ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมไปสั่งงาน Chrome Core ให้ Generate PDF ได้ด้วยโค้ดไม่กี่บรรทัด
4. **Reusable Components:** สามารถใช้ Component เดียวกับที่แสดงผลบนหน้าจอ (Dashboard) มาทำเป็น Report ได้ทันที

# # # **สรุป**

การใช้ Chrome Core ทำ Report เป็นทางเลือกที่ **"High Quality, Low Effort"** สำหรับสายงานเอกสารที่ต้องการความเนี้ยบของดีไซน์ หากโปรเจกต์หน้าของคุณต้องทำ PDF ลองพิจารณาวิธีนี้ดูครับ แล้วคุณจะลืมการนั่งเล็งพิกัดแบบเดิมๆ ไปเลย

13/01/2026

IT News

ดีลแห่งปี Apple เลือกโมเดล Google พัฒนา Apple Intelligence และ Siri
หลังจากมีข่าวลือกันไปลือกันมาระยะหนึ่ง ล่าสุดมีประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Apple เตรียมใช้โมเดล ของ Google พัฒนา Apple Intelligence ในอนาคต รวมถึง Siri ด้วย
ในแถลงการณ์ร่วมจาก Google และ Apple บอกว่า

“ Apple และ Google ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะยาว โดย Apple Foundation Models รุ่นต่อไปจะใช้โมเดล Gemini และเทคโนโลยีคลาวด์ของ Google เป็นพื้นฐานในการช่วยขับเคลื่อนฟีเจอร์ Apple Intelligence ในอนาคต รวมถึง Siri ในเวอร์ชันที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งจะเปิดตัวในปีนี้

หลังจากการประเมินอย่างรอบคอบแล้ว Apple พบว่าเทคโนโลยี AI ของ Google มีศักยภาพสำหรับ Apple Foundation Models และรู้สึกตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่ ๆ จะเปิดให้ผู้ใช้ Apple ได้สัมผัส Apple Intelligence ซึ่งจะยังคงทำงานบนอุปกรณ์ Apple และ Private Cloud Compute ต่อไป พร้อมทั้งรักษามาตรฐานความเป็นส่วนตัวชั้นนำของอุตสาหกรรมของ Apple ไว้”
ถือเป็นข่าวใหญ่รับต้นปี 2026 ซึ่งเป็นปีที่แฟนๆ Apple คาดหวังกับ Apple Intelligence และ Siri เวอร์ชั่นใหม่เพื่อให้แข่งขันกับตลาด AI Phone ที่เริ่มจุดติดมาตั้งแต่ปี 2024 ได้ โดย Apple Intelligence ก่อนหน้านี้มีการเลือกใช้โมเดล ChatGPT ด้วย ต้องจับตาดูต่อไปว่า โมเดล ChatGPT จะมีการใช้งานร่วมกับ Apple อย่างไรเมื่อโมเดล Gemini บน Apple มาถึง

10/01/2026

📈 ช่วยลูกค้าตามทัน NVIDIA: Broadcom (AVGO) ชี้ “ดีมานด์ชิป AI ยังเร่ง” — Backlog AI ทะลุ $73B และยังมีโอกาสโตต่อ

ในศึก AI Infrastructure ตอนนี้ ไม่ได้มีแค่ NVIDIA GPU อีกต่อไป—ฝั่ง Hyperscaler เดินเกม “Custom Silicon / ASIC” หนักขึ้น (เช่น Google TPU) และหนึ่งในผู้ได้อานิสงส์ชัด ๆ คือ Broadcom (AVGO) ที่เป็นทั้ง “หลังบ้าน” ด้านชิปเร่ง AI และ “ท่อส่งข้อมูล” ของดาต้าเซ็นเตอร์

ไฮไลต์ที่ต้องรู้
• Broadcom เปิดเผย AI-related backlog ราว $73B (ส่งมอบภายใน ~6 ไตรมาส/18 เดือน) และผู้บริหารย้ำว่า backlog มีความ “dynamic” และมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีก 
• แนวโน้มสำคัญคือ ลูกค้าที่ใช้ TPU มอง TPU เป็นทางเลือกต่อ GPU (สะท้อนการ “กระจายความเสี่ยง” ออกจาก GPU ตลาดกลาง) 
• ฝั่งซัพพลายเชนก็สะท้อนภาพเดียวกัน: Google เดินหมาก multi-sourcing และมีรายงานว่า MediaTek เข้าไปมีบทบาทกับ TPU รุ่นถัดไป (เช่น v7e / v8e) พร้อมแรงกดดันให้ขยายกำลังผลิต/แพ็กเกจจิ้งขั้นสูง 
• นักวิจัยตลาดอย่าง Omdia เคยชี้ว่าความต้องการ TPU โตเร็วพอจะมากระทบ “ความเป็นเจ้าตลาด” ของ NVIDIA ได้ในระยะถัดไป 

ทำไมลูกค้า/ผู้บริหาร IT ต้องสนใจ?
• ปีนี้ “เกม” เปลี่ยนจาก ซื้อ GPU อย่างเดียว → ไปสู่ ผสมผสาน GPU + Custom ASIC + Networking/Optics
• ผู้ชนะไม่ใช่แค่คนขายชิปเร่ง AI แต่คือคนที่คุม ระบบทั้งแร็ค + สวิตช์/เครือข่าย + ออปติคัล ให้สเกลได้ (ซึ่ง Broadcom ยืนอยู่ตรงกลางพอดี) 

สิ่งที่ควรจับตาต่อ
1. สัดส่วนงาน “ระบบ/แร็ค” จะดันรายได้แค่ไหน (แต่ก็อาจกดมาร์จิ้น) 
2. ความเร็วในการขยายกำลังผลิตชิป/แพ็กเกจจิ้ง (CoWoS/advanced packaging) ของห่วงโซ่อุปทาน 
3. การแข่งขัน “แพลตฟอร์ม” (CUDA ecosystem vs TPU/ASIC stack) จะชี้ว่าดีมานด์ไหลไปทางไหนในปี 2026+

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


ลาดพร้าว
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00