Poomprat Yanothai

Poomprat Yanothai

แชร์

Hello! my name is Poomprat. A passionate freelance Sound engineer , Musician and Production crew based in Thailand and world services. I'm Poomprat Yanothai.

02/10/2022

สวัสดีครับ นานๆทีจะได้มาพบปะทุกคนเหมือนวันเก่า พอดีวันนี้มีการแจ้งเตือนจากเมื่อ 10 ปีที่อบอุ่นมาให้เห็น เลยอยากจะเอามาฝาก

" แชร์ให้ตัวเองรู้ว่าสมัยตอนยังทำ Drum Cover Poomprat Yanothai สุดจะจริงจังมาก วางมุมกล้องแน่นอนของแต่ละเพลง เพื่อซัพพอร์ทการเก็บภาพความโดดเด่นของแต่ละเพลง เซ็ทอัพกลอง ตารางการซ้อม ทุกอย่างถูกวางแผนหมด (ดีเท่าที่เด็กม.ปลายจะทำได้)

สนุกมาก เป็นประสพการชีวิตและพื้นฐานของอาชีพในทุกวันนี้เลย ขอบคุณทุกอย่างจริงๆ "

Audio Technique by Poomprat 28/06/2020

“พี่ๆขอมอร์นิเตอร์ขึ้นหน่อย”

สวัสดีครับ...
วันนี้ผมจะมานำเสนอมวยคู่เอกสักคู่หนึ่งให้ทุกคนได้ชมกัน ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันของสองผู้ยิ่งใหญ่บนเวที ที่จัดได้ว่ามีผลต่อตัวนักดนตรีและความไหลลื่นในการแสดงเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ “In Ear Monitor” และ “Monitor Speaker” เราจะมาทำความรู้จักกันว่าเจ้าสองสิ่งนี้คืออะไร ทำหน้าที่อะไร แตกต่างกันที่ตรงไหนและเราควรเลือกใช้งานยังไง

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับเรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ก่อนดีกว่าครับ เชื่อว่าหลายๆคนคงมีประสบการณ์กับการชมดนตรีสด ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กบ้างงานใหญ่บ้าง สำหรับในมุมของผู้ฟังนั้นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้ยินเสียงที่นักดนตรีกำลังบรรเลงอย่างดุเดือดอยู่บนเวทีก็คือ “PA System” หรือเรียกภาษาง่ายๆก็คือชุดลำโพงหลักครับ ซึ่งก็มีหน้าที่ขยับขยายเสียงให้ดังขึ้นและกระจายออกไปยังพื้นที่ต่างๆที่ผู้ฟังอยู่ โดยก็จะมีเทคนิคมากมายหลายแบบในการใช้งานแตกต่างกันไปตามแต่ทีมงานจะออกแบบ ซึ่งในมุมของตัวนักดนตรีเมื่อพวกเขาต้องขึ้นเล่นบนเวที สิ่งที่มันต่างออกไปจากเวลาอยู่ในห้องซ้อมก็คือ ขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้นทำให้เสียงจากเครื่องดนตรีของแต่ละคน ไม่สามารถส่งเสียงได้ดังพอที่จะทำให้ทุกๆคนในวงได้ยินกันเอง และนั่นคือปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งเลยในการเล่นดนตรีสด เพราะ เมื่อเราไม่ได้ยินเสียงของคนอื่นในวง จะทำให้นักดนตรีไม่สามารถควบคุมจังหวะได้ดี ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครกำลังเล่นอะไรหรือร้ายที่สุดอาจไม่ได้ยินเสียงที่ตัวเองกำลังเล่นเสียด้วยซ้ำ โดยปัญหาเหล่านี้ถูกแก้ไขโดยการคิดค้นลำโพงประเภทหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ “Monitor Speaker” ซึ่งมีหน้าที่คอยแสดงเสียงต่างๆที่นักดนตรีต้องการออกมาให้พวกเขาได้ยิน เพื่อให้ง่ายต่อการแสดงสดของพวกเขา

แต่เดิมนักดนตรีอาศัยการฟังบนเวทีผ่านลำโพงที่เรียกว่า “Monitor Speaker” (หรือเรียกเฉพาะลงไปอีก คือ Stage Monitor) ซึ่งก็มีหน้าตารูปร่างแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ความแม่นยำของเสียง ความทนทานก็แตกต่างกันไปตามราคา โดยมันยังคงทำหน้าที่นี้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายๆอย่างที่เหมือนเงาตามตัว นั่นเองคือสิ่งที่นักดนตรีรวมทั้งเหล่า Technical ต่างรอคอยสิ่งประดิฐอะไรสักอย่างที่จะมาแก้ปัญหาเหล่านี้ จนอยู่มาวันหนึ่งจึงมีการคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า “In Ear Monitor” หรือ “IEM” ขึ้นมา มันคือหูฟังชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก สามารถเสียบเข้าไปในหูได้อย่างกระชับและแนบเนียน ถือเป็นการเปิดประตูบานใหม่ของวงการดนตรีสดเลยก็ว่าได้
..Monitor Speaker VS In Ear Monitor...
ทั้งสองอย่างล้วนมีจุดร่วมทางด้านหน้าที่ที่เหมือนกัน คือ ทำให้นักดนตรีได้ยินเสียงตัวเองและเสียงของเพื่อนๆในวง เพื่อความไหลลื่นในการเล่นดนตรีสด แต่ทั้งคู่ก็มีเอกลักษณ์ ข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกันไปดังนี้

Monitor Speaker
สำหรับลำโพง Monitor ลักษณะโดยทั่วไปจะเป็นลำโพงที่วางอยู่กับพื้น แหงนหน้าเพื่อเปิดองศากระจายเสียงเข้าหาตัวนักดนตรี สังเกตได้ง่ายๆมันคือลำโพงที่วางอยู่หน้านักดนตรีนั่นแหละครับ แต่ก็จะมีรูปแบบอื่นๆอีกบ้าง เช่น Side Fill Monitor คือ ลำโพงที่จะวางอยู่ซ้าย-ขวาของเวทีหันเข้าด้านข้างของนักดนตรี หรือ Monitor ของมือกลองที่จะมีการเสริม Sub Bass เข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มย่านเสียงความถี่ต่ำสำหรับแสดงเสียง Bass Drum เป็นต้น แต่วันนี้จะขอพูดถึงแต่กรณีของ Monitor Speaker ทั่วๆไปหรือ Floor Monitor กันก่อน เพราะ พบเจอได้ง่ายและบ่อยที่สุด
ข้อดี
- ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก มีราคาให้เลือกหลากหลาย หลักการพื้นฐานคล้ายกับลำโพงทั่วๆไป (บางทีก็ใช้ตู้ 12”, 15” มาวางเป็น Monitor เลยก็มี)
- นักดนตรีฟังแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่า ไม่ต้องปรับตัวมาก เสียงเหมือนฟังลำโพงปกติ
- สะดวกในการปรับแต่งเสียงได้ง่าย เพราะ คนปรับและคนฟัง ได้ยินเสียงจากลำโพงใบเดียวกัน
- นักดนตรีไม่ต้องเตรียมไปเอง เพราะ Monitor Speaker ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์มาตรฐานที่ทางเครื่องเช่าต้องเตรียมไปให้นักดนตรีใช้งานที่หน้างาน
ข้อเสีย
- น้ำหนักมาก มีขนาดใหญ่และการจะกระจายเสียงให้ครบทุกตำแหน่งและครอบคลุมจุดต่างๆ อาจต้องใช้ลำโพงนับสิบๆใบ
- ลำโพงไม่สามารถขยับตามนักดนตรีได้ ทำให้เวลานักดนตรีขยับตัวออกจากมุมของลำโพง จึงทำให้คุณภาพการฟังลดลงไป
- หากวางในตำแหน่งที่ไม่ดีหรือตั้งค่าไม่ถูกต้อง อาจเกิดการ Feedback หรือการหอนได้
- หากเปิดความดังมากเกินไป อาจรบกวนไปยังนักดนตรีคนอื่นหรือรบกวนเข้าไปยังไมโครโฟนได้ในบางกรณี
- มีนักดนตรีจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาจากการฟัง Monitor Speaker ดังเกินไป จนทำให้เกิดอันตรายต่อหู
- ในปัจจุบันวงดนตรีจำนวนไม่น้อยที่มีการแสดงสดไปพร้อมกับการเปิด Data หรือ MD ซึ่งจะมีการใส่เสียง Metronome มาด้วยสำหรับให้จังหวะ กรณีนี้จึงไม่สามารถเปิดฟังผ่าน Monitor Speaker ได้
**แต่ทั้งนี้ข้อดีและข้อเสียต่างๆอาจมีข้อปลีกย่อยและแตกต่างกันไปบ้างในบางกรณี แต่โดยรวมแล้วก็จะมีเอกลักษณ์ประมาณนี้ครับ

In Ear Monitor หรือ IEM
ถ้านึกภาพไม่ออกว่าหน้าตาเป็นยังไง ให้นึกถึงเวลาเราดูคอนเสิร์ตหรือเห็นภาพถ่ายจากคอนเสิร์ต แล้วนักดนตรีใส่หูฟังอยู่ที่หู นั่นแหละครับคือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง ลักษณะการใส่เข้าไปในรูหูก็จะเหมือนหูฟัง In Ear ทั่วๆไป แต่จะต่างกันที่ทรงของตัวหูฟังจะแนบสนิทและเข้าไปอยู่ในตัวหูมากกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกและไม่เกะกะนักดนตรีเวลาทำการแสดง นอกจากนี้ In Ear Monitor ยังแบ่งย่อยลงไปได้อีก 2ประเภท ตามลักษณะภายนอก คือ Universal In Ear Monitor (UIEM) หรือหูฟัง IEM ที่มี Body ขนาดมาตรฐานจากโรงงานใส่ได้ทุกคน และ Custom In Ear Monitor (CIEM) หรือหูฟัง IEM ที่ได้รับการขึ้นรูป Body มาแบบเฉพาะสำหรับผู้สวมใส่แต่ละคน ทำให้ใช้งานร่วมกับคนอื่นไม่ได้หรือเรียกง่ายๆว่า Custom for your fit นั่นเอง นอกจากนี้ยังแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อีก 2ประเภท คือ Wireless IEM หรือชุดหูฟังไร้สาย(เพิ่มตัวรับ-ตัวส่งเข้ามา) และ IEM ปกติที่ไม่ไร้สาย สำหรับ IEM อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นหูมากนักและไม่ได้พบเจอบ่อยมาก มีข้อดีและข้อเสียทั่วๆไปดังนี้ครับ
ข้อดี
- มีขนาดเล็ก พกพาง่าย สามารถติดตั้งใช้งานได้สะดวกกินพื้นที่น้อย
- สามารถลดเสียงรบจากภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากนอกเวที เสียงจากเพื่อนๆนักดนตรีคนอื่น
- สามารถเลือกได้อย่างละเอียดว่าต้องการเสียงอะไรดัง-เบาแค่ไหนหรือถ้า System ดีมากๆก็จะสามารถแยกการฟังเป็นซ้าย-ขวาได้เลย เช่น กีตาร์ออกหูซ้าย คีย์บอดออกหูขวาหรือ Pan เสียงกลองให้อยู่ในองศาต่างๆ เป็นต้น
- แก้ปัญหาเรื่อง Feedback และเสียงที่ล้นจากการใช้ Monitor Speaker ที่อาจดังเกินไปได้
- สามารถแยกการฟังของแต่ละคนได้อย่างอิสระ (ในกรณีของ Monitor อาจได้ยินเสียงจากลำโพงของคนอื่นได้บ้าง)
- สามารถใช้งาน Data หรือ MD พร้อมกับฟัง Monitor ไปในตัวเวลาเล่นสดได้อย่างอิสระ
- ไม่ว่านักดนตรีจะเดินไปจุดไหน คุณภาพการฟังก็จะไม่ลดลงตาม (ไม่นับกรณีสัญาณ Wireless ขาดหาย)
ข้อเสีย
- นักดนตรีจะต้องมีหูฟัง IEM เป็นของตัวเองและถ้าหากจะใช้ Wireless ก็ต้องมีเป็นของตัวเองเช่นกัน เพราะ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับเครื่องเช่าทั่วไป รวมทั้งข้อจำกัดด้านสุขลักษณะด้วย
- กรณีงานไม่ใหญ่มาก มักจะไม่มีตำแหน่ง Mix Monitor Engineer ซึ่งจะคอยดูแลระบบเสียง Monitor โดยเฉพาะทำให้ Workload ของงานส่วนนี้ไปตกอยู่กับ Live Engineer หรือ FOH Engineer ส่งผลให้ไม่สามารถดูแลเสียงที่จะส่งไปยัง IEM ของนักดนตรีได้ดีนัก จนทำรายละเอียดเสียงต่างๆผิดเพี้ยนไปได้
- จากกรณีข้างต้น การฟังเสียงผ่าน IEM สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชินหรือไม่เคยลองใช้ อาจรู้สึกถึงเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่ชินกับมิติเสียง บวกกับหากไม่มีการทำโทนและปรับแต่งเสียงที่ส่งเข้ามาในระบบ IEM ของนักดนตรี ก็อาจทำให้ปัญหานี้แย่ลงไปได้อีก
- ในกรณีที่มีเสียงดังมากๆกะทันหันเกิดขึ้น เช่น เสียงดึง/เสียบสายสัญญาณ, มีเสียงสัญญาณที่ดังมากๆเข้ามา ด้วยความที่ IEM เป็นหูฟัง เสียงดังมากๆเหล่านี้จึงเป็นอันตรายต่อหูของผู้ใช้งานได้
- ด้วยความที่มันตัดเสียงรบกวนจากภายนอกออก อาจทะให้อรรถรถในการเล่นโชว์ถดถอยลงไป จากการที่เราได้ยินเสียงจากเหล่าแฟนเพลงน้อยลงและการใส่นานๆอาจก่อให้เกิดอาการล้าหรือบาดเจ็บของหูได้
**แต่ทั้งนี้ข้อดีและข้อเสียต่างๆอาจมีข้อปลีกย่อยและแตกต่างกันไปบ้างในบางกรณี แต่โดยรวมแล้วก็จะมีเอกลักษณ์ประมาณนี้ครับ

มาถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะได้รู้จักเอกลักษณะของ Monitor ทั้งสองแบบกันแล้วครับ อย่างที่ผมบอกไปว่าทั้งสองแบบนั้นล้วนแล้วแต่มีจุดร่วมทางการใช้งานเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่รูปแบบการทำงาน ดังนั้นจะเลือกใช้แบบไหนก็ลองพิจารณาดูตามความเหมาะสมแล้วกันครับ แต่สำหรับผมเองใช้ฐานะมือกลองผมมักจะเลือกใช้งานทั้งสองอย่าง คือ Monitor Speaker สำหรับสร้างบรรยากาศและสำหรับสร้างแรงกระแทกจากเสียงเบสของตัวลำโพง ส่วน IEM ก็ใส่เพื่อฟัง Data พร้อมทั้งฟังรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ Monitor Speaker ให้ไม่ได้ครับ

ในโอกาสต่อไปผมจะพาไปลงลึกถึงรายละเอียดปลีกย่อยของทั้ง Monitor Speaker และ In Ear Monitor กันนะครับ

สนใจหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมส่ง inbox มาได้เลย!!

ชอบถูกใจ กดไลค์ กดแชร์ ให้ด้วยนะครับ

#รับบันทึกเสียงทั่วราชอาณาจักร #รับบันทึกเสียงทั่วปฐพี

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการถ่ายภาพ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

ที่อยู่


Bangkok
10220