Studio Persona
Art Therapy & Workshop Studio
A safe space for learning and mental care
02/06/2026
“เราอาจมองว่า ‘การสำรวจ’ คือการมองสิ่งที่อยู่นอกตัว แต่แท้จริง
การสำรวจเริ่มต้นจากขอบเขตที่เล็กที่สุดอย่างตัวเรา, พื้นที่ที่เราอยู่, และค่อยๆ ขยายกว้างไปถึงความสัมพันธ์ของเราและผู้อื่น”
Creative Life Facilitation | Reflections from Facilitators #1
สำรวจ ‘Authenticity’ ในหลากหลายมุมมอง
ปัท–ปรัชญพร วรนันท์
นักศิลปะบำบัด ผู้ก่อตั้ง Studio Persona
Creative Life Facilitation เวิร์กชอปที่ชวนมาเรียนรู้การออกแบบกระบวนการ สร้างสรรค์กระบวนการ และนำกระบวนการเรียนรู้ โดยมี ‘ศิลปะ’ และ ‘การสร้างสรรค์’ (Creative Arts) เป็นสื่อกลาง ผ่านคอนเซปต์ ‘Transformative Learning’ ที่ผสานทั้ง Head / Heart / Hands และ Soul เข้าด้วยกัน เชื่อมโยงตัวเรา สิ่งรอบตัว และประสบการณ์ชีวิตเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ เพื่อนำประสบการณ์ต่อยอดเป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้, ผู้นำการเรียนรู้ หรือปรับใช้ในการเรียนรู้ชีวิตตนเอง�
เราเรียนรู้ผ่าน Creative Journey ที่เรียบง่าย ลึกซึ้ง เข้าถึงสบายใจ
“เปิดพื้นที่” สร้างสัมพันธ์และเชื่อมร้อยใจตัวเองกับเพื่อนร่วมวง
“สำรวจ” โดยให้ความไม่รู้นำทางเพื่อทำความรู้จักตัวตนที่แท้ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ การ์ด, เสียง, ร่างกาย และศิลปะ
“โอบรับ” ความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตภายในเพื่อพบเส้นทางใหม่
“ตกผลึก” ถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเดินทาง
นำการเรียนรู้โดย 4 กระบวนกร จากหลากหลายแนวทาง
• ปาณยา ฉมาพร (ผิง)
soulful facilitator กระบวนกรที่ชวนผู้คนมาสะท้อนตัวเอง และโอบรับธรรมชาติของชีวิต
• ชลธิชา ยศพล (พลอย)
Ploy Voice Companion
ครูสอนร้องเพลง + นักดนตรีบำบัด
• นาวิน ตันธนะเดชา (นาวิน)
Teaching artist ที่เชื่อมั่นในการเติบโตของทุกคนไปพร้อมกับศิลปะ
• ปรัชญพร วรนันท์ (ปัท)
นักศิลปะบำบัด ผู้ก่อตั้ง Studio Persona ผู้ให้คุณค่า และตั้งใจออกแบบการเรียนรู้ผ่าน ‘ศิลปะ’ เพื่อเป็นเสียงสะท้อนของจิตใจสำหรับผู้เรียนรู้ทุกกลุ่ม�
เสาร์ 13 มิถุนายน | 10.00-17.00
อาทิตย์ 14 มิถุนายน | 10.00-17.00
(เข้าร่วมทั้งสองวัน)
สถานที่ Studio Persona
ค่าใช้จ่าย 8,900 บาท
(รวมอาหารกลางวัน, ของว่าง และ อุปกรณ์การเรียนรู้)
ลงทะเบียนทาง Line @ Studiopersona
01/06/2026
บรรยากาศภาพรวมตลอด 2 วันของอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร Integrated Visual Arts for Therapeutic Practice เรียนรู้แนวคิดและแนวทางปฏิบัติงานของนักศิลปะบำบัดเพื่อต่อยอดและบูรณาการในการทำงานด้านจิตใจแขนงต่างๆ กับกลุ่มผู้เข้าร่วมที่มีทั้งคนทำงานด้านสุขภาพใจ, ศิลปินและนักออกแบบ, นักออกแบบการเรียนรู้ และอีกมากมายหลายแขนง
การเรียนรู้ตลอด 2 วันร้อยเรียงผ่าน Studio Time Practice หรือการฝึกปฏิบัติในสตูดิโอ ที่เริ่มต้นตั้งแต่ทำความรู้จักกับพื้นที่สตูดิโอจำลองของตัวเอง รู้จักอุปกรณ์ศิลปะ และทดลองมีประสบการณ์กับการสร้างสรรค์หลากหลายแนวทาง สลับกับการเรียนรู้ทฤษฎีที่ประยุกต์ใช้ในแต่ละหัวข้อการเรียนรู้ที่ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดได้ ไปจนถึงการสร้างคลังสะสมผลงานและพัฒนาตัวตนฝั่งศิลปินของตัวเองในฐานะ ‘Resource’ ที่สามารถนำไปต่อยอดในทิศทางของตัวเองได้
Studio Persona ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกลุ่มแรกในหลักสูตรทุกคน และหลักสูตร Integrated Visual Arts for Therapeutic Practice จะหมุนเวียนกลับมาอีกครั้งเร็วๆ นี้
01/06/2026
“อิสรภาพเมื่อก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความไม่รู้ (The Unknown)”
ช่วงนี้เราปั่นงานเพื่อปิดเล่มหนังสือ แต่ยังมีเรื่องค้างคาในใจที่อยากเขียนถึง
คืนนี้เลยนำมาทบทวนตัวเอง ผ่านภาพโปสการ์ดที่หยิบขึ้นมาในเวิร์กช็อป Experiencing Psychology รุ่นที่ 2 กับหัวข้อที่ชอบมากคือ “Freedom: หวนคืนสู่อิสรภาพภายใน” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาค่ะ
ตอนหยิบภาพ เราไม่ได้คิดอะไรมาก เจอภาพแรกดึงดูดใจ ส่วนภาพที่สองก็วางใกล้ๆ กันก็เลยหยิบตามมา แต่พอกลับมานั่งที่และมองภาพทั้งสองพร้อมกัน คำหนึ่งที่ลอยขึ้นมาในใจคือ The Unknown ดินแดนแห่งความไม่รู้
ก่อนหน้านั้นไม่นาน เราเพิ่งได้ทบทวนเรื่อง Gene Keys กับลูกเพจที่เข้ามาทำ Soul Blueprint เพราะบังเอิญเรามีเลขเดียวกันคือ เลข 48 ที่มี Siddhi ขั้นสูงสุดคือ ปัญญา (Wisdom)
สิ่งที่สะดุดใจคือคำอธิบายสั้นๆ ว่า “การไม่รู้ คือทางออกของทุกปัญหา” ฟังดูช่างย้อนแย้งและน่าสงสัยจริงๆ เพราะปัญญาที่พูดถึงนี้ ไม่ใช่ความรู้แบบที่เราคุ้นเคย ไม่ใช่การมีคำตอบครบ หรือการเข้าใจทุกอย่าง
แต่คือการยอมรับความไม่แน่นอนของชีวิต และปล่อยวางจากการยึดติดในกรอบความคิดเดิมๆ ได้ เมื่อนั้นการกล้าก้าวไปในพื้นที่ที่ยังไม่รู้ ปัญญาบางอย่างจึงเริ่มเผยตัว
(บางที...บทความนี้อาจไม่ได้พยายามอธิบาย The Unknown ให้ชัดเจนทั้งหมด แต่อาจเป็นเพียงการบันทึกสิ่งที่เราได้สัมผัส ระหว่างกำลังเดินอยู่ในความไม่รู้นั้นเช่นกัน)
แล้ว “ความไม่รู้” จะเกี่ยวข้องกับ “อิสรภาพ” อย่างไร คืนนี้เลยอยากชวนค่อย ๆ สำรวจเรื่องนี้ไปด้วยกันค่ะ
==================
“The Unknown ดินแดนแห่งความไม่รู้และการเริ่มต้นของอิสรภาพ”
อิสรภาพที่แท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่เรารู้คำตอบทั้งหมด แต่มักเริ่มต้นในวินาทีที่เรายอมรับว่า “เราไม่รู้”
ดินแดนแห่งความไม่รู้ หรือ the unknown ไม่ได้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่น่ากลัวเสมอไป ตรงกันข้าม มันอาจเป็นพื้นที่เปิดของชีวิต พื้นที่ที่ยังไม่ถูกนิยาม ยังไม่ถูกกำหนดบทบาท ยังไม่ถูกปิดด้วยความเชื่อเดิม ๆ และยังไม่ถูกอดีตยึดครอง
ที่นั่น ตัวตนยังไม่แข็งตัว ความหมายยังไม่ถูกเขียน และประสบการณ์ยังสดใหม่อยู่เสมอ
เมื่อเราเข้าสู่พื้นที่นี้ เราไม่ได้เดินด้วยแผนที่ แต่เดินด้วยการยอมให้ชีวิตพาไป แม้จะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และในทุกก้าวของความไม่รู้ อิสรภาพภายในกำลังขยายอย่างเงียบงัน
==================
“The Fool สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ไร้การยึดมั่น”
หากจะเปรียบการก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความไม่รู้ ภาพที่ลอยขึ้นมาคือ The Fool ไพ่ใบแรกของสำรับไพ่ทาโรต์
The Fool คือการเดินทางที่ไม่มีแผนที่ชัดเจน ไม่มีหลักประกัน ไม่มีความแน่นอนว่าปลายทางคืออะไร แต่กลับมีบางสิ่งที่ชัดเจนมากกว่าแผนใด ๆ นั่นคือ “ความเปิด” (openness)
The Fool แปลตรงตัวว่า “คนโง่” แต่ความโง่ในที่นี้ ไม่ใช่การขาดปัญญา หากคือความกล้ายอมไม่รู้ เขาเป็นสภาวะของจิตที่ยังไม่ถูกปิดด้วยความรู้สำเร็จรูป ไม่จำเป็นต้องครอบครองคำตอบก่อนจึงจะก้าวเดิน และนั่นเองคือจุดเริ่มของอิสรภาพ
เพราะอิสรภาพไม่ใช่การควบคุมทุกอย่างได้ แต่คือการไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกอย่าง
==================
“เมื่อความไม่รู้กลายเป็นประตู ไม่ใช่อุปสรรค”
คนเรามักถูกสอนให้ต้องรู้ก่อนจึงค่อยไป ต้องมีแผน ต้องมั่นใจ ต้องปลอดภัย แต่การเติบโตของจิตวิญญาณมักเกิดในทิศทางตรงข้าม คือ “ไปก่อน แล้วจึงค่อยรู้”
ความไม่รู้จึงไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือสภาพธรรมชาติของการเริ่มต้นใหม่เสมอ
เมื่อเราอยู่ในพื้นที่นี้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่คือความไวต่อชีวิตที่เพิ่มขึ้น
• ประสาทสัมผัสละเอียดขึ้น
• ความรู้สึกภายในชัดขึ้น
• สัญชาตญาณดังขึ้น
• และเสียงของความคิดเดิมเบาลง
นี่คือการเปลี่ยนจาก “การรู้ผ่านความคิด” ไปสู่ “การรับรู้ผ่านการมีชีวิตอยู่จริง”
==================
“อิสรภาพภายใน คือ การคลายตัวของตัวตนเก่า”
อิสรภาพภายในไม่ได้เกิดจากการ “ได้อะไรเพิ่ม” แต่มักเกิดจากการ “ปล่อยอะไรบางอย่างลง”
สิ่งที่ค่อย ๆ คลายตัวในดินแดนแห่งความไม่รู้ ได้แก่
• ความต้องการความแน่นอน
• ความกลัวการผิดพลาด
• ภาพตัวตนที่ต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่ง
• การยึดว่าชีวิตต้องเป็นเส้นตรง
เมื่อสิ่งเหล่านี้เริ่มคลาย พื้นที่ภายในจะกว้างขึ้นเองโดยธรรมชาติ และความกว้างนี้เอง ที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “อิสรภาพ”
ไม่ใช่อิสรภาพแบบไม่มีข้อจำกัด แต่เป็นอิสรภาพที่ “อยู่กับสิ่งที่เป็น” ได้มากขึ้น
==================
“การผจญภัยที่แท้จริงคือการเคลื่อนสู่ภายใน”
สิ่งที่เราเรียกว่า “การผจญภัย” ไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทางภายนอก แต่คือการกล้าเผชิญกับสิ่งที่ไม่แน่นอนภายใน เช่น
• ความรู้สึกที่เคยหลีกเลี่ยง
• ความจริงที่ยังไม่กล้าพูด
• ความเงียบที่ไม่คุ้นเคย
• ความไม่รู้ว่าเรากำลังเป็นใคร
เสมือนการเดินทางของ The Fool ที่ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางภายนอก แต่คือการเดินทางของการรับรู้ ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้า คือการพบกับสิ่งที่ยังไม่เคยถูกเห็นในตัวเอง ทั้งความกลัว ความสงสัย ความหวัง ความว่าง หรือความงามที่ไม่มีชื่อเรียก ทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่ “ข้างนอก” แต่มันปรากฏขึ้นจากภายใน เมื่อเรายอมเดินเข้าไปในความไม่รู้
นี่คือจุดที่ “การผจญภัยของจิต” เริ่มต้นขึ้น และอิสรภาพกลายเป็น “วิธีการอยู่กับชีวิต” ไม่ใช่เป้าหมายอีกต่อไป
==================
“เมื่อการรับรู้ขยาย อิสรภาพก็ขยายตาม”
อิสรภาพภายในไม่ได้เพิ่มแบบเส้นตรง ไม่ได้เกิดจากการควบคุมชีวิตได้มากขึ้น แต่มันขยายแบบ “วงกลมของการรับรู้”
ยิ่งการรับรู้เปิดกว้าง พื้นที่ภายในก็ยิ่งกว้างตาม
• ยิ่งเราเห็นมากขึ้น เรายิ่งไม่จำเป็นต้องยึดอะไรแน่น
• ยิ่งเรารับรู้ความไม่แน่นอนมากขึ้น เรายิ่งไม่ต้องต่อต้านมัน
• และยิ่งเราอยู่กับความไม่รู้ได้ เรายิ่งเป็นอิสระจากความกลัวที่จะไม่รู้
เพราะหลายครั้ง สิ่งที่ทำให้เราทุกข์ ไม่ใช่ความไม่แน่นอนของชีวิต แต่คือความพยายามจะทำให้ทุกอย่าง “แน่นอน” ต่างหาก
เมื่อการรับรู้ค่อย ๆ ขยาย เราจะเริ่มเห็นว่า ชีวิตไม่ได้มีเพียงทางเดียว ความจริงไม่ได้มีมิติเดียว และความไม่แน่นอนไม่ได้เป็นศัตรูเสมอไป
นี่คือจุดที่จิตเริ่มเปลี่ยนจากการ “เอาตัวรอด” ไปสู่การ “อยู่ร่วมกับชีวิต”
และเมื่อเราไม่ต้องใช้พลังทั้งหมดไปกับการปกป้องตัวเอง พลังของความเปิด ความไว้วางใจ และปัญญาอีกแบบหนึ่งจึงเริ่มเผยตัว
บางทีนี่เอง อาจเป็นความหมายของอิสรภาพในระดับลึก ไม่ใช่ชีวิตที่ไร้ความไม่แน่นอน แต่คือหัวใจที่กว้างพอจะอยู่กับมันได้อย่างอ่อนโยน
==================
“The Unknown คือพื้นที่ของการเผยตัว”
เมื่อมองย้อนกลับไป เราเริ่มรู้สึกว่า The Unknown อาจไม่ได้เป็นเพียง “ดินแดนที่ยังไม่รู้” แต่คือพื้นที่ที่บางอย่างในตัวเราค่อย ๆ คลายออก
หลายครั้งสิ่งที่เรากลัวไม่ใช่ความไม่แน่นอนของชีวิต แต่คือการไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นใคร หากสิ่งที่เคยยึดไว้เริ่มเปลี่ยนไป
เพราะตัวตนที่เราคุ้นเคย มักถูกประกอบขึ้นจากความทรงจำ บทบาท ความเชื่อ และเรื่องราวที่เคยนิยามว่า “นี่คือฉัน”
แต่เมื่อเราเดินเข้าสู่ The Unknown เรื่องราวเหล่านั้นอาจเริ่มไม่มั่นคงเหมือนเดิมอีกแล้ว
ในดินแดนแห่งความไม่รู้ ประสบการณ์ที่ยังไม่ถูกรีบตั้งชื่อ ยังไม่ถูกตัดสิน และยังไม่ถูกปิดด้วยคำตอบเดิม ๆ
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมความไม่รู้จึงเชื่อมโยงกับอิสรภาพ เพราะเมื่อการนิยามตัวเองเบาลง การรับรู้กลับกว้างขึ้น
และบางที The Unknown จึงไม่ใช่ที่ที่เราสูญเสียตัวตน แต่คือพื้นที่ที่ตัวตนหยุดขวางการรับรู้ของชีวิต
==================
“บทสรุป: การเริ่มต้นใหม่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ยอมไม่รู้”
The Fool ไม่ได้ปรากฏแค่ครั้งเดียวในชีวิต แต่ปรากฏซ้ำทุกครั้งที่เราเริ่มต้นใหม่
• ทุกครั้งที่เรากล้าก้าวโดยไม่ต้องแน่ใจ
• ทุกครั้งที่เราฟังหัวใจมากกว่าความกลัว
• ทุกครั้งที่เรายอมให้ชีวิตพาไปก่อนเหตุผล
นั่นคือการเข้าสู่ดินแดนแห่งความไม่รู้ และนั่นคือจุดที่อิสรภาพเริ่มหายใจอีกครั้ง
เพราะในที่สุดแล้ว อิสรภาพไม่ใช่ปลายทาง แต่คือ “วิธีที่เราเดินไปในความไม่รู้” นั่นเอง
และบางที The Unknown ไม่ได้อยู่ไกลจากเราเลย แต่มันปรากฏขึ้นทุกครั้ง ที่เรากล้ายอมไม่รู้ และยังเลือกก้าวต่อไป 🤍
==================
บทความที่เกี่ยวข้อง
- "ปรัชญาจากคนโง่"
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1041731060810347&set=a.650454983271292
- “กลับไปยังความรู้สึกแรก…”
https://www.facebook.com/photo/?fbid=166737871564628&set=a.121803642724718
- คำที่ฟังดูย้อนแย้ง นำมาจาก Gene key 48 : Inadequacy - Resourcefulness - Wisdom (not knowing is the ultimate solution to all problems.)
https://genekeys-experience.simdif.com/gene-keys-33-48.html
==================
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ การปฏิบัติ
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
660 Asok-Din Daeng Road, Khwaeng Makkasan, Khet Ratchathewi, Krung Thep Maha Nakhon
Bangkok
10400