BEST IT CLINIC

BEST IT CLINIC

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก BEST IT CLINIC, บริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, โลตัส อ่อนนุช (สุขุมวิท 50) กรุงเทพฯ, Bangkok.

Photos from BEST IT CLINIC's post 07/11/2020

Apple ปล่อย macOS Catalina 10.15.7 (Supplemental Update) ให้ผู้ใช้อัปเดต มี รายละเอียด ดังต่อไปนี้
# macOS Catalina 10.15.7
macOS Catalina 10.15.7 มีการอัพเดทด้านความปลอดภัยที่สำคัญและการแก้ไขข้อบกพร่องสำหรับ Mac
- แก้ไขปัญหาที่ macOS ไม่เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi โดยอัตโนมัติ
- แก้ไขปัญหาที่อาจป้องกันไม่ให้ซิงค์ไฟล์ผ่าน iCloud Drive
- แก้ไขปัญหากราฟิกที่อาจเกิดขึ้นบน iMac (Retina 5K, 27 นิ้ว, ปี 2020) ด้วย Radeon Pro 5700 XT
คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางพื้นที่หรือบนอุปกรณ์ Apple บางอย่าง
////////////////////////////////////////////////////////
Mac รุ่นที่รองรับ macOS Catalina 10.15.7
////////////////////////////////////////////////////////
- MacBook (2015 หรือใหม่กว่า)
- MacBook Air (2012 หรือใหม่กว่า)
- MacBook Pro (2012 หรือใหม่กว่า)
- Mac mini (2012 หรือใหม่กว่า)
- iMac (2012 หรือใหม่กว่า)
- iMac Pro (2017 หรือใหม่กว่า)
- Mac Pro (2013 หรือใหม่กว่า)
//////////////////////////////////////////////////
วิธีอัปเดต เป็น macOS Catalina 10.15.7
//////////////////////////////////////////////////
ก่อนทำการอัปเดตเป็น macOS Catalina 10.15.7 ผู้ใช้ควรสำรองข้อมูลก่อนเพื่อความปลอดภัย และควรตรวจสอบพื้นที่ว่างให้เพียงพอก่อนการอัปเดต
=====
ขั้นตอน
=====
- อัปเดตเป็น macOS Catalina ไปที่  โลโก้ Apple > คลิกรายการอัปเดตซอฟต์แวร์ > อัปเดตตอนนี้

Photos from BEST IT CLINIC's post 09/08/2020

4 สัญญาณที่บ่งบอกว่า มือถือ Android ของคุณโดนมัลแวร์เล่นงานเข้าให้แล้ว พร้อม 5 วิธีแก้ไขสำหรับกำจัดและป้องกันมัลแวร์ต่าง ๆ ให้หมดไป

มัลแวร์นั้นจัดเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่คนใช้ โทรศัพท์ มือถือ Android ในยุคปัจจุบันมีโอกาสพบเจอค่อนข้างมากหากไม่ระมัดระวัง โดยมัลแวร์มักจะแฝงตัวมากับแอปฯ ปลอมหรือแอปฯ จากผู้พัฒนาที่ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อหลงติดตั้งแอปฯ ไปแล้วมันก็จะหลอกให้กดอนุญาตการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ภายในเครื่อง จากนั้นมันก็จะสามารถขโมยข้อมูลสำคัญของเหยื่อส่งไปให้แฮกเกอร์ รวมทั้งแสดงโฆษณาและส่งสแปมไปให้คนรู้จักเพื่อหาเหยื่อรายต่อไปอีกเป็นทอด ๆ ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวก็คือ มือถือหลายคนอาจโดนมัลแวร์แล้วแต่กลับยังไม่รู้ตัว หรือไม่รู้ว่าต้องจัดการกับมันยังไง วันนี้เราก็เลยจะมาบอกกล่าวให้ได้เข้าใจกัน

==============================
สัญญาณที่บอกว่าโดนมัลแวร์แล้วมีอะไรบ้าง ?
==============================

1. มีโฆษณาเดิม ๆ แสดงขึ้นมาประจำ ไม่ว่าจะกำลังใช้งานแอปฯ อะไรอยู่
2. ติดตั้งแอปฯ ใหม่แล้ว แต่กลับไม่พบไอคอนแอปฯ นั้นบนหน้าจอ
3. แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
4. พบแอปฯ ที่ไม่คุ้นหรือไม่เคยติดตั้งอยู่ในเครื่อง

========================
แล้วจะป้องกันและจัดการกับมัลแวร์ในเครื่องได้อย่างไร ?
========================

1. อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปฯ ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเสมอ เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้มัลแวร์สามารถทำงานได้
2. เช็กแอปฯ ในเครื่องว่ามีการเข้าถึงข้อมูลเกินความจำเป็นหรือไม่ เช่น เป็นแอปฯ เกมแต่กลับขออนุญาตในการส่ง SMS ซึ่งไม่จำเป็นต่อการเล่นเกม จึงถือว่าเข้าข่ายไม่น่าไว้วางใจ
3. ลบแอปฯ ที่ไม่น่าไว้วางใจ ในกรณีที่หาไอคอนแอปฯ ไม่เจอ ให้เข้าไปลบในหน้า Settings > Apps
4. ติดตั้งแอปฯ แอนตี้ไวรัสเพื่อช่วยป้องกันและกำหนดทั้งไวรัสและมัลแวร์ต่าง ๆ
5. หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปฯ นอก Google Play Store เนื่องจากไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากกูเกิล

ถึงแม้ว่ามัลแวร์จะเป็นภัยคุกคามอันดับต้น ๆ ของคนใช้มือถือ Android แต่ถ้าหากเรารู้และเข้าใจถึงวิธีการป้องกันและวิธีการแก้ไข ก็จะช่วยให้เราปลอดภัยจากมัลแวร์ได้มากขึ้นเยอะเลยทีเดียวล่ะ

22/10/2019

แอปเปิลเตือน iPhone รุ่นเก่าให้อัปเดต iOS ภายใน 3 พ.ย. 62
#ไอโฟน
แอปเปิลประกาศเตือน คนใช้ iPhone และ iPad รุ่นเก่าอัปเดต iOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดภายใน 3 พฤศจิกายน 2562 เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา GPS ทำงานผิดพลาด

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2562 แอปเปิลได้ประกาศเตือนผู้ใช้ iPhone รวมทั้ง iPad รุ่นเก่า ๆ ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2012 หรือเก่ากว่า รีบทำการอัปเดต iOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา GPS บอกตำแหน่งผิดพลาดและวัน-เวลาในเครื่องไม่ตรง ซึ่งปัญหานี้มีการตรวจพบตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว แต่อุปกรณ์ของแอปเปิลจะเริ่มได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกาย นี้ เป็นต้นไป

สำหรับ iPhone 5 และ iPad 4 ให้อัปเดต iOS เป็นเวอร์ชั่น 10.3.4 ส่วน iPhone 4s, iPad mini รุ่นแรก, iPad 2 และ iPad 3 ให้อัปเดตเป็นเวอร์ชั่น 9.3.6 โดย iPad รุ่นที่ได้รับผลกระทบจะเป็นรุ่น Cellular เท่านั้น ส่วนรุ่น Wi-Fi รวมทั้ง iPad touch จะไม่ได้รับผลกระทบนี้

ทั้งนี้ สำหรับอุปกรณ์แอปเปิลรุ่นดังกล่าวที่ไม่ได้อัปเดตก่อนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 อาจพบปัญหาอื่น ๆ ได้อีก รวมทั้งอาจไม่สามารถอัปเดตแบบ OTA ได้ ทำให้เกิดความยุ่งยากเพราะต้องอัปเดตผ่าน iTunes เท่านั้น

ข้อมูลจาก apple

iOS 13 มีอะไรใหม่ และฟีเจอร์อะไรเด็ด 22/06/2019

iOS 13 มีอะไรใหม่ และฟีเจอร์อะไรเด็ด
ีอะไรใหม่ ีเจอร์อะไรเด็ด

แอปเปิลเปิดตัว iOS 13 เวอร์ชั่นใหม่ เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม เพิ่ม Dark Mode
คุณสมบัติของกล้องและรูปภาพ มาดู iOS 13 มีอะไรใหม่อีกบ้าง

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 ที่งาน WWDC 2019 งานสัมมนานักพัฒนาประจำปีของแอปเปิล ได้เปิดตัว iOS 13 ระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ตโฟนเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด โดยเวอร์ชั่นนี้แอปเปิลยังคงเน้นไปที่ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วกว่า iOS 12 ช่วยให้การเปิดแอปฯ รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า ลดขนาดของแอปฯ ที่ดาวน์โหลด และปลดล็อกด้วย Face ID เร็วขึ้นกว่าเดิม 30% รวมถึงเพิ่ม Dark Mode ที่หลายคนรอคอย ช่วยปรับลุคใหม่ให้กับ iPhone และยังปรับปรุงแอปฯ แผนที่ใหม่ ปรับข้อมูลการแสดงผลที่ละเอียดและสวยงามขึ้นกว่าเดิม

- Dark Mode ลุคใหม่ที่ดูโดดเด่นสำหรับ iPhone

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่แฟนแอปเปิลหลายคนรอคอย ล่าสุดก็ความฝันก็กลายเป็นจริง เมื่อแอปเปิลเพิ่ม Dark Mode มาแล้วใน iOS 13 ซึ่ง Dark Mode จะมาพร้อมโทนสีมืดแบบใหม่ที่ใช้งานได้ทั้งระบบและในแอปฯ ที่มาพร้อมเครื่องทั้งหมด และยังช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างบนหน้าจอดูได้ชัดกว่าเดิมโดยเฉพาะในที่ที่มีแสงน้อย และยังเปิดให้นักพัฒนาแอปฯ ภายนอก สามารถพัฒนาแอปฯ ใช้กับ Dark Mode ได้ และ Dark Mode ยังสามารถตั้งให้เปิดทำงานโดยอัตโนมัติหลังพระอาทิตย์ตกดินหรือเวลาใดก็ได้

- ปรับปรุงแอปฯ รูปภาพ (Photos) ค้นหาที่ง่ายกว่าเดิม และเครื่องมือแก้ไขที่ดีขึ้น

iOS 13 ได้ปรับปรุงระบบคัดเลือกไฮไลต์ภาพที่ดีที่สุดด้วย Machine Learning เพื่อจัดเรียงให้ง่ายต่อการดูและค้นหา รวมถึงซ่อนรูปภาพซ้ำในระบบให้อัตโนมัติ เพื่อไม่ให้รบกวนการดูภาพ และยังปรับปรุงเครื่องมือแก้ไขภาพถ่ายให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิม รวมถึงเพิ่มเครื่องมือสำหรับแก้ไขวิดีโอ เช่น สามารถหมุน ครอบตัด หรือใส่ฟิลเตอร์จากแอปฯ รูปภาพ ได้เลย

นอกจากนี้ iOS 13 ยังเพิ่มการปรับแต่งการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลลงในแอปฯ กล้องอีกด้วย โดยสามารถเลื่อนแสงให้เข้าใกล้ตัวแบบมากขึ้นได้แบบเสมือนจริงซึ่งจะช่วยให้ดวงตาดูคมชัดและใบหน้าของตัวแบบดูสว่างและเรียบเนียน หรือเลื่อนแสงให้ห่างออกไปเพื่อสร้างลุคที่ดูนุ่มนวล ไร้ที่ติ เอฟเฟกต์ High-Key Mono ใหม่ช่วยสร้างลุคที่ดูสวยงามในเฉดสีที่ใกล้เคียงกันสำหรับรูปภาพในโหมดภาพถ่ายบุคคล

- Sign In with Apple ทั้งรวดเร็ว ง่ายดาย และเป็นส่วนตัว

รอบนี้แอปเปิลได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น และได้เพิ่ม Sign In with Apple ระบบล็อกอินเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว เพียงแค่ใช้ Apple ID ก็สามารถยืนยันตัวตนได้แล้วโดยไม่ต้องใช้บัญชีโซเซียลมีเดีย กรอกแบบฟอร์ม ยืนยันความถูกต้องของอีเมลหรือเลือกรหัสผ่าน และ Apple จะช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วยการมอบ ID แบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกันให้แก่นักพัฒนา แม้แต่ในกรณีที่นักพัฒนาสอบถามชื่อและที่อยู่อีเมล ผู้ใช้ก็สามารถเลือกที่จะเก็บที่อยู่อีเมลไว้เป็นความลับแล้วให้ข้อมูลที่อยู่อีเมลแบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกันไปแทนได้ Sign In with Apple ช่วยให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนได้อย่างง่ายดายผ่าน Face ID หรือ Touch ID และยังมีการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยในตัวเครื่องที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้อีกระดับด้วย Apple ไม่ได้ใช้ Sign In with Apple เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าหรือกิจกรรมในแอปฯ

- แอปฯ แผนที่ ยกเครื่องใหม่อีกครั้ง

แอปฯ แผนที่แบบใหม่จะครอบคลุมถนนหลายสายมากขึ้น มีข้อมูลทางเท้าที่ดีขึ้น ข้อมูลที่อยู่ที่แม่นยำกว่าเดิม และข้อมูลผืนดินแบบละเอียดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มคุณสมบัติ Look Around ที่ขับเคลื่อนด้วยฐานแผนที่และรูปถ่าย 3 มิติ ที่มีความละเอียดสูงช่วยแสดงภาพมุมมองถนนสวยงามและต่อเนื่องลื่นไหลกว่าเดิม และยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Collections ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งช้อปปิ้งให้กับเพื่อนๆ ได้ และ Favorites สำหรับการนำทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไปบ่อย เช่น บ้าน ที่ทำงาน ยิม หรือโรงเรียนได้ทันทีด้วยการแตะจากหน้าแรกของแอปฯ

สำหรับแอปฯ แผนที่ใหม่พร้อมให้ใช้งานแล้วในเมืองและรัฐบางแห่ง และจะเปิดให้ใช้ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาภายในปี 2019 และปี 2020 สำหรับประเทศอื่น ๆ

==========================
การปรับปรุงอื่น ๆ ที่น่าสนใจใน iOS 13
==========================


- เตือนความจำ (Reminders) ปรับปรุงโฉมใหม่ และมาพร้อมความสามารถที่ฉลาดขึ้นในการสร้างและแก้ไขรายการแจ้งเตือน รวมถึงการจัดระเบียบและติดตามรายการแจ้งเตือนได้หลากหลายวิธียิ่งขึ้น แถบเครื่องมือด่วนช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มเวลา วันที่ สถานที่ และธงได้ง่ายขึ้น หรือจะเพิ่มเอกสารแนบก็ได้ นอกจากนี้ยังใช้งานร่วมกับแอปฯ ข้อความได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้จะสามารถแท็กคนอื่นในการเตือนความจำได้อย่างง่ายดาย และรายการจะแสดงขึ้นมาเมื่อผู้ใช้ส่งข้อความหาผู้ที่อยู่ในแท็ก

- ข้อความ (Messages) สามารถแชร์ชื่อและรูปภาพของผู้ใช้ รวมถึง Memoji หรือ Animoji แบบปรับแต่งได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ระบุได้ทันทีว่าใครอยู่ในบทสนทนาบ้าง Memoji ถูกเปลี่ยนให้เป็นชุดสติ๊กเกอร์ที่มาพร้อมคีย์บอร์ด iOS โดยอัตโนมัติ จึงใช้งานได้ในแอปฯ ข้อความ เมล และแอปฯ อื่น ๆ Memoji ยังมาพร้อมทรงผมใหม่ เครื่องประดับศีรษะ เครื่องสำอาง เครื่องประดับและการเจาะร่างกายแบบต่าง ๆ

- Siri มาพร้อมเสียงใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นและคำสั่งลัด Siri รองรับ Suggested Automations แล้ว คุณสมบัตินี้จะช่วยแนะนำกิจวัตรประจำวันที่ปรับแต่งให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่น การเดินทางไปทำงานหรือไปยิม

- Car Play ได้รับการอัปเดตแดชบอร์ดใหม่ครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งตอนนี้สามารถดูเพลง แผนที่ และอีกมากมายได้แล้วในมุมมองเดียว อีกทั้งยังมีแอปฯ ปฏิทินใหม่และการรองรับ Siri สำหรับการนำทางและแอปฯ ฟังเพลงของบริษัทอื่นอีกด้วย

- HomePod สามารถแยกแยะเสียงของผู้ใช้จากเสียงของคนอื่น ๆ ในบ้านได้แล้ว จึงสามารถทำตามคำขอแบบส่วนบุคคลได้ รวมถึงการส่งข้อความ การฟังเพลง และอื่น ๆ รายการวิทยุสดให้ Siri เข้าถึงสถานีวิทยุกว่า 100,000 สถานีจาก iHeartRadio, radio.com และ TuneIn นอกจากนี้ยังมีตัวตั้งเวลาหยุดเล่นใหม่ที่จะช่วยปิดเพลงตามเวลาที่กำหนดไว้ได้ Handoff ช่วยให้ผู้ใช้ย้ายเพลง พ็อดคาสต์ หรือการสนทนาทางโทรศัพท์ไปยัง HomePod เมื่อกลับถึงบ้านได้อย่างง่ายดาย

- AirPods ช่วยให้ Siri อ่านข้อความที่เข้ามาได้ทันทีจากแอปฯ ข้อความที่มาพร้อมเครื่องหรือแอปฯ ข้อความอื่น ๆ ที่ใช้งานร่วมกับ Siri Kit ได้ คุณสมบัติการแชร์เสียงใหม่ช่วยให้ผู้ใช้ชมภาพยนตร์หรือแชร์เพลงกับเพื่อนได้อย่างง่ายดายเพียงแค่นำหูฟังอีกคู่มาไว้ใกล้ ๆ กับ iPhone หรือ iPad

- การควบคุมด้วยเสียง (Voice Control) ปรับปรุงใหม่ให้ผู้ใช้สามารถควบคุม iPhone, iPad หรือ Mac ด้วยเสียงเพียงอย่างเดียวได้แล้ว นอกจากนี้ เทคโนโลยีการรู้จำคำพูดใหม่ล่าสุดของ Siri ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนคุณสมบัตินี้ยังช่วยให้ผู้ใช้ถอดเสียงและแก้ไขข้อความได้แม่นยำยิ่งกว่าเดิม

- โน้ต (Notes) มาพร้อมมุมมองแกลลอรี่ใหม่ การผสานรวมกับโฟลเดอร์ที่แชร์อย่างทรงพลังยิ่งกว่าเดิม รวมถึงเครื่องมือค้นหาและตัวเลือกรายการตรวจสอบใหม่

- QuickPath ช่วยให้การพิมพ์แบบมือเดียวบนคีย์บอร์ด iOS เป็นไปอย่างง่ายดายด้วยการปัดนิ้วผ่านตัวอักษรของคำที่ต้องการพิมพ์

- การแก้ไขตัวอักษร (Text Editing) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เลื่อนเอกสาร ขยับเคอร์เซอร์ และเลือกตัวอักษรที่ต้องการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

- แอปฯ ไฟล์ (Files) มาพร้อมความสามารถในการแชร์โฟลเดอร์กับ iCloud Drive และการเข้าถึงไฟล์จากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกอย่างการ์ด SD และแฟลชไดร์ฟ USB

- โหลดไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 200MB ผ่านเน็ตมือถือ iOS 13 สามารถเลือกดาวน์โหลดแอปฯ ขนาดใหญ่กว่า 200MB บน App Store เมื่อเชื่อมต่อผ่านเน็ตมือถือได้แล้ว

- สุขภาพ (Health) ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามสุขภาพการได้ยินและเพิ่มวิธีใหม่ ๆ ในการติดตาม แสดงผลด้วยภาพ และคาดการณ์รอบการมีประจำเดือนของผู้หญิงได้

- บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง (Location Services) มาพร้อมการควบคุมใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเพิ่มเติมในการแชร์ตำแหน่งที่ตั้งกับแอปฯ รวมถึงตัวเลือกใหม่ในการแชร์ตำแหน่งที่ตั้งแบบหนึ่งครั้ง และข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อแอปฯ กำลังใช้งานตำแหน่งที่ตั้งอยู่เบื้องหลัง

การปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มเติมทำให้ทั้งระบบตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อกด้วย Face ID ที่รวดเร็วกว่าเดิม
และวิธีการจัดแพ็กเกจแอปฯ iPhone แบบใหม่บน App Store ที่ช่วยให้ขนาดดาวน์โหลดของแอปฯ ลดลงถึง 50% ช่วยให้การอัปเดตแอปฯ เล็กลงกว่า 60%
ซึ่งส่งผลให้การเปิดแอปฯ เร็วขึ้นถึง 2 เท่าอีกด้วย

=========================
อุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดต iOS 13
=========================

- iPhone XS
- iPhone XS Max
- iPhone XR
- iPhone X
- iPhone 8
- iPhone 8 Plus
- iPhone 7
- iPhone 7 Plus
- iPhone 6s
- iPhone 6s Plus
- iPhone SE
- iPod touch (7th generation)

- iPad Pro 12.9 นิ้ว
- iPad Pro 11 นิ้ว
- iPad Pro 10.5 นิ้ว
- iPad Pro 9.7 นิ้ว
- iPad (6th generation)
- iPad (5th generation)
- iPad mini 5 (5th generation)
- iPad mini 4
- iPad Air (3rd generation)
- iPad Air 2

=========================
อุปกรณ์ที่ไม่รองรับการอัปเดต iOS 13
=========================

- iPhone 5s
- iPhone 6
- iPhone 6 Plus
- iPod touch 6th Gen
- iPad mini 2
- iPad mini 3
- iPad Air รุ่นแรก

ทั้งนี้ iOS 13 เวอร์ชั่น Beta สำหรับนักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ส่วนเวอร์ชั่น Public Beta จะปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปทดลองในเดือนกรกฎาคม 2562
และเวอร์ชั่นเต็ม จะปล่อยให้อัปเดตพร้อมกันทั่วโลก ก่อนสิ้นปี 2019 หลังจากเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่

ขอขอบคุณ กระปุก

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ทีมทำอาหาร

เสื้อผ้า

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


โลตัส อ่อนนุช (สุขุมวิท 50) กรุงเทพฯ
Bangkok
10110