Network Training Center
Network Training Center, also known as NTC, the leading training center in Thailand.
04/06/2026
Network ไม่ได้ล่มทั้งองค์กร แต่บางทีมกลับทำงานต่อไม่ได้ แล้วคำถามก็มักย้อนมาที่ทีม IT ว่า “ติดตรงไหนกันแน่?”
คำตอบก็มักไม่ได้อยู่ที่จุดเดียว อาการแบบนี้จึงใช้เวลาของทีม IT ไม่น้อย เพราะเมื่อระบบล่มชัดเจน ทีมมักพอเห็นขอบเขตของปัญหาได้เร็วกว่า แต่เมื่อทุกอย่างดูเหมือนปกติ การหาว่าส่วนไหนทำงานผิดพลาดกลับเป็นเรื่องที่ยากกว่า
บางวันระบบหลักขององค์กรดูเหมือนยังปกติ อินเทอร์เน็ตใช้งานได้ อีเมลรับส่งได้ ห้องประชุมออนไลน์เข้าได้ ไม่มีอุปกรณ์ตัวไหนดับ และหน้าจอ Monitoring ก็ยังไม่แสดงสัญญาณผิดปกติ
แต่ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายบัญชีบางเครื่องเข้าเว็บภายในไม่ได้ ทีมขายเปิดระบบ CRM แล้วระบบตอบสนองช้าหรือค้างเป็นช่วงๆ เครื่องพิมพ์ของแผนกหนึ่งหายไปจาก Network และบางคนต่อ Wi-Fi ได้ สัญญาณเต็ม แต่กลับเข้า Server กลางไม่ได้
ปัญหาแบบนี้เป็นอาการที่หลายองค์กรคุ้นเคย เพราะมันไม่ชัดพอจะสรุปว่าระบบล่ม และไม่ง่ายพอจะบอกว่าเครื่องผู้ใช้เสีย คนหนึ่งใช้งานได้ แต่อีกคนเข้าไม่ได้ ระบบหนึ่งตอบสนอง แต่อีกระบบเงียบ หรือบางจุด Ping ถึงปลายทางได้ แต่ Application ยังเปิดใช้งานไม่ได้ แม้เครื่องจะติดต่อถึงปลายทางได้บางส่วนแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่า Application จะใช้งานได้ทันที ทีมจึงต้องตรวจสอบต่อว่าไปติดที่ Port, Service, DNS หรือกฎควบคุมการเข้าถึงอย่าง ACL หรือไม่
สำหรับทีมที่ดูแลหน้างาน สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกว่าต้นตอของปัญหาอยู่ที่จุดใดกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องผู้ใช้, สายสัญญาณ, Switch Port, VLAN, IP Address, Default Gateway, Routing, DNS, ACL หรือระบบปลายทาง
ในมุมของหัวหน้าทีม การมีลำดับการตรวจสอบที่ทีมเข้าใจตรงกัน ทำให้การวิเคราะห์ปัญหาส่งต่อกันได้เป็นระบบมากขึ้น
เมื่อทีมมีพื้นฐานร่วมกัน การ Troubleshooting จะไล่ตรวจสอบได้เป็นลำดับ เช่น Port/VLAN ของเครื่องถูกต้องไหม เครื่องได้รับ IP และ Gateway ครบหรือไม่ ARP เห็นปลายทางหรือเปล่า Route ไปถึง Segment ปลายทางไหม มี ACL กรอง Traffic บาง Port อยู่หรือไม่ และสุดท้าย Service/Port ปลายทางเปิดรับอยู่จริงหรือเปล่า
หนึ่งในพื้นฐานที่ช่วยให้ทีมไล่ปัญหาได้เป็นลำดับ คือการเข้าใจเส้นทางการเดินทางของข้อมูล ตั้งแต่เครื่องผู้ใช้ไปจนถึงระบบปลายทาง
“Packet Delivery” คือการส่งต่อข้อมูลจากเครื่องต้นทางไปยังปลายทางทีละช่วง หรือที่เรียกว่า hop คล้ายการส่งเอกสารในองค์กรที่ต้องรู้ว่าเริ่มจากใคร ส่งถึงใคร ผ่านจุดไหนบ้าง และอาจติดอยู่ที่จุดรับส่งใด
ในงาน Network ก็เช่นกัน ข้อมูลจากเครื่องผู้ใช้ไม่ได้ส่งต่อไปถึงระบบปลายทางโดยตรง แต่ต้องผ่านหลายชั้น ตั้งแต่ Layer 2 ที่เกี่ยวกับการสื่อสารในวง LAN, MAC Address, Switch และ ARP ไปจนถึง Layer 3 ที่เกี่ยวกับ IP Address, Gateway และ Routing หากมีจุดใดจุดหนึ่งไม่ถูกต้อง สำหรับผู้ใช้ สิ่งที่พบคือการที่ระบบ “เข้าไม่ได้” แต่สำหรับทีม IT คำนี้อาจต้องไล่ตรวจสอบหลายชั้น ตั้งแต่เครื่องผู้ใช้ เส้นทางเครือข่าย ไปจนถึงระบบปลายทาง
นี่คือเหตุผลที่พื้นฐาน Network ยังเป็นทักษะสำคัญ แม้หลายระบบจะย้ายขึ้น Cloud มากขึ้น หรือมีเครื่องมือ Monitoring ที่ดีกว่าเดิม เครื่องมือช่วยให้เห็นสัญญาณได้เร็วขึ้น แต่คนในทีมยังต้องตีความให้ได้ว่าสัญญาณนั้นชี้ไปที่ปัญหา Layer ไหน เส้นทางข้อมูลติดที่จุดใด และควรตรวจสอบต่อที่ไหนเป็นลำดับถัดไป
สิ่งที่องค์กรได้จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาให้จบเป็นครั้งๆ แต่คือการทำให้ทีมสื่อสารกันด้วยภาษาเดียวกัน ส่งต่อเคสระหว่างทีมได้ชัดขึ้น ลดการวิเคราะห์อาการเดิมซ้ำหลายรอบ และค่อยๆ เปลี่ยนความรู้ในการไล่ปัญหาให้เป็นแนวทางที่ทีมใช้ร่วมกันได้
ทั้งหมดนี้ช่วยให้หัวหน้าทีมวางมาตรฐานการทำงานของทีม IT ได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรที่มีหลายแผนก หลายระบบ และหลายอุปกรณ์ที่ต้องพึ่งพา Network ตลอดทั้งวัน
และเมื่อทีมเข้าใจเส้นทางข้อมูลทั้งระบบ การออกแบบ VLAN, IP, Gateway, Routing และ ACL ตั้งแต่แรกก็แม่นยำขึ้น ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ และทำให้ทีมออกแบบระบบโดยมองเห็นผลกระทบต่อการใช้งานจริงได้ครบมิติกว่าเดิม
สำหรับองค์กรที่อยากวางพื้นฐาน Network ให้ทีมเห็นภาพการทำงานทั้งระบบอย่างเป็นลำดับ
หลักสูตร Implementing and Administering Cisco Solutions (CCNA) ช่วยวางพื้นฐาน Network อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทำงานของ Switch, Router, IPv4/IPv6, VLAN, Routing, Packet Delivery, Troubleshooting, ACL ไปจนถึงการดูแลอุปกรณ์ Cisco ผ่าน Hands-on Labs สำหรับฝึกตั้งค่า ตรวจสอบ และ Troubleshooting ในสถานการณ์จำลองที่เชื่อมโยงกับงาน
เปิดอบรมทั้งแบบ Public Class, Virtual Class และ In-House Training รองรับทั้งผู้เรียนรายบุคคล และองค์กรที่ต้องการพัฒนาทีมให้มีพื้นฐาน Network เป็นมาตรฐานเดียวกัน
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ
- อบรม 5 วันเต็ม
- เอกสารประกอบการอบรมที่อ้างอิงเนื้อหาตามหลักสูตร CCNA ของ Cisco
- Hands-on Labs สำหรับฝึกตั้งค่าและ Troubleshooting ในสถานการณ์ใกล้เคียงงานจริง
- Certificate of Completion หลังจบหลักสูตร
รอบอบรม CCNA: 15-19 มิ.ย. 2569 และ 20-24 ก.ค. 2569
ค่าอบรม 51,000 บาท (ไม่รวม VAT 7%) โปรพิเศษ 1 FREE 1
สมัครอบรมได้ที่: https://www.trainingcenter.co.th/shared/Course/CCNA/
สำหรับผู้ที่ต้องการสอบ Certification CCNA ของ Cisco สามารถสมัครสอบผ่านศูนย์สอบ Pearson VUE ที่ NTC ได้ในที่เดียว ช่วยให้การเรียน การเตรียมตัว และการสอบอยู่ในเส้นทางที่วางแผนได้ต่อเนื่อง
เนื่องจากเป็นคลาสที่เน้นการฝึกปฏิบัติ ที่นั่งแต่ละรอบจึงมีจำนวนจำกัด หากต้องการสอบถามรายละเอียด วางแผนอบรมให้ทีม หรือเลือกเส้นทางที่เหมาะกับพื้นฐานของผู้เรียน สามารถทักมาคุยกับทีม NTC ได้ที่ -LINE
02/06/2026
IT Support ที่ดี เริ่มจากการแก้ปัญหาให้ผู้ใช้กลับไปทำงานต่อได้ทันเวลา และลดผลกระทบต่อทีมรอบข้างให้มากที่สุด
ในหนึ่งวัน ทีม Support อาจเจอเคสหลายรูปแบบ ตั้งแต่เช้ามีคน Login ระบบไม่ได้ ช่วงสาย Wi-Fi ของแผนกการตลาดหลุดเป็นช่วงๆ ตอนบ่ายฝ่ายบัญชีพิมพ์เอกสารไม่ออก บางคนเปิดโปรแกรมหลักแล้วเครื่องค้าง หรือบางเครื่องเพิ่งอัปเดต Windows เมื่อคืน แล้วเช้านี้อุปกรณ์ต่อพ่วงหรือการตั้งค่าบางอย่างส่งผลให้ใช้งานได้ไม่เหมือนเดิม
เรื่องเหล่านี้ดูเหมือนเป็นปัญหาประจำวันของฝ่าย IT แต่ในมุมขององค์กร ทุกนาทีที่ผู้ใช้ทำงานต่อไม่ได้ อาจกระทบต่อการส่งงาน การประชุม การบริการลูกค้า หรือขั้นตอนสำคัญของหลายทีม
งาน Support จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูแลเครื่องทีละตัว เพราะหลายครั้งปัญหาที่ผู้ใช้เจออาจเชื่อมโยงกับหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งตัวเครื่อง ระบบปฏิบัติการ (OS) Network สิทธิ์การใช้งาน หรือบริการฝั่งหลังบ้านที่ผู้ใช้มองไม่เห็น
พื้นฐานที่เป็นระบบจะช่วยให้ทีมค่อยๆ ไล่ตรวจปัญหาได้เป็นลำดับ เห็นความเป็นไปได้ชัดขึ้น และสื่อสารกับผู้ใช้ได้เข้าใจง่ายตั้งแต่รับเคสจนถึงปิดเคส
ตัวอย่างเคสที่ดูเหมือนไม่ซับซ้อน อย่าง “เครื่องช้า” แต่สาเหตุจริงอาจเกิดจาก Disk เต็ม, RAM ไม่พอ, โปรแกรมบางตัวทำงานค้างอยู่เบื้องหลัง, Driver มีปัญหาหลังอัปเดต Windows หรือการสแกนของ Antivirus ที่ใช้ทรัพยากรเครื่องสูงผิดปกติ
ถ้าทีม Support มีแนวทางตรวจสอบที่ชัดเจน จะช่วยให้ทีมแยกความเป็นไปได้ เก็บข้อมูล ตรวจสอบผล และอธิบายสาเหตุให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่าย กระบวนการแบบนี้ช่วยให้การทำงานดูเป็นมาตรฐาน และยังทำให้ทีมสามารถบันทึกความรู้จากงานจริงไว้ใช้ต่อได้ ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งเมื่อเจอสถานการณ์คล้ายกัน
ผลที่เห็นชัดที่สุดคือทีมตัดสินใจหน้างานเร็วขึ้น ทั้งเรื่อง Hardware, Windows, Application, Network พื้นฐาน รวมถึง Mobile Devices, Printers, การดูแลความปลอดภัยของอุปกรณ์ผู้ใช้ และที่สำคัญคือรู้ว่าเคสไหนควรจบเองได้ เคสไหนต้องส่งต่อ
ทีมจะเห็นชัดขึ้นว่าแต่ละส่วนเชื่อมกันอย่างไร และควรอธิบายกับผู้ใช้อย่างไรให้ลดความสับสน ในมุมองค์กร การมีทีมที่เข้าใจพื้นฐานเดียวกัน ช่วยให้การสื่อสารภายในทีมเร็วขึ้น ส่งงานต่อกันได้ง่ายขึ้น และทำให้การดูแลผู้ใช้มีแนวทางที่ใกล้เคียงกันมากกว่าเดิม
อีกมุมที่สำคัญคือ “IT Support” เป็นบทบาทที่ต้องใช้ทั้ง Technical Skills และ Communication Skills พร้อมกัน
ผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจไม่ได้อธิบายปัญหาด้วยคำศัพท์เทคนิค บางคนมีงานด่วน กังวลเพราะไฟล์สำคัญเปิดไม่ได้ หรือบางแผนกต้องรีบส่งเอกสารให้ทันเวลา ทีม Support จึงต้องฟังให้เข้าใจ แปลงข้อมูลจากผู้ใช้ให้กลายเป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้ และอธิบายแนวทางแก้ไขกลับไปอย่างเรียบง่าย
“ทักษะนี้ช่วยให้ทีม IT Support เข้าใจปัญหาของผู้ใช้ได้เร็วขึ้น อธิบายแนวทางแก้ไขได้ชัดขึ้น และทำให้การปิดเคสไม่จบแค่ในระบบ Ticket และผู้ใช้กลับไปทำงานต่อได้จริง”
สำหรับผู้ที่อยู่ในสาย PC Support Specialist และ IT Support Specialist การมีพื้นฐานที่ครอบคลุมยังช่วยเปิดมุมมองการทำงานให้กว้างขึ้น จากเดิมที่อาจดูแลเฉพาะเครื่องผู้ใช้หรือรับเคสรายวัน ก็จะเริ่มเห็นภาพรวมของระบบมากขึ้น เข้าใจความเกี่ยวข้องระหว่าง Hardware, Operating System, Network, Security, Cloud, Virtualization และการทำ Documentation ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตต่อไปในสาย IT ไม่ว่าจะเป็น System Support, Network Support, Security Support หรือบทบาท IT Operations ในอนาคต
หลักสูตร CompTIA A+ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการวางพื้นฐานให้ทีม Support อย่างเป็นระบบ รวมถึงผู้ที่อยากอัปสกิลเพื่อทำงานสาย IT Support ได้มั่นใจขึ้น โดยอ้างอิงเนื้อหา CompTIA A+ Core Series เวอร์ชันล่าสุด 220-1201 และ 220-1202 ซึ่งผู้เรียนต้องสอบ Core 1 และ Core 2 จากซีรีส์เดียวกัน
เนื้อหาครอบคลุมทักษะพื้นฐานที่ทีม Support มักต้องใช้ในการดูแลผู้ใช้และอุปกรณ์ในองค์กร โดยสรุปเป็นกลุ่มสำคัญได้ดังนี้
- Hardware และ Mobile Devices: การติดตั้ง ดูแล และแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์พกพา
- Software: Windows, Applications และการ Troubleshooting ปัญหาการใช้งาน
- Network: ระบบเครือข่ายพื้นฐาน, Printers และการเชื่อมต่ออุปกรณ์
- Security, Virtualization และ Cloud: ความปลอดภัยระดับเครื่องผู้ใช้ พื้นฐาน Virtualization และ Cloud
- Documentation และ Communication: การบันทึกข้อมูลเคส การจัดทำเอกสาร และการสื่อสารกับผู้ใช้
ในมุมของผู้เรียนและองค์กร CompTIA A+ เป็นใบรับรองระดับเริ่มต้นที่ช่วยสะท้อนพื้นฐานด้าน IT Support ได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสายงาน Technical Support และ Help Desk
สำหรับผู้ที่สนใจอัปสกิลด้าน IT Support และต่อยอดสู่ใบรับรองมาตรฐานสากล NTC เปิดอบรมหลักสูตร CompTIA A+ ระยะเวลาอบรม 5 วัน ในรอบต่อไปดังนี้
15-19 มิ.ย. 2569
13-17 ก.ค. 2569
17-21 ส.ค. 2569
ค่าอบรมลดพิเศษ 31,450 บาท (ไม่รวม Vat 7%)
รวมค่าสอบ CompTIA A+ ทั้ง 2 พาร์ท Core 1 และ Core 2
จากปกติ 37,000 บาท
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางสาย IT Support หรือองค์กรที่ต้องการพัฒนาทีมให้มีพื้นฐานรอบด้าน ทำงานเป็นระบบ และส่งต่อเคสได้ชัดเจนขึ้น
สนใจสมัครอบรมพร้อมรับราคาพิเศษ ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่: https://www.trainingcenter.co.th/shared/Course/Comptia-A-Plus/
สำหรับองค์กรที่ต้องการอบรมเป็นทีม NTC มีบริการจัดอบรมแบบ Group Training และ In-house Training โดยสามารถปรับรูปแบบการอบรมให้เหมาะกับเป้าหมาย บทบาทงาน และพื้นฐานของผู้เรียนในองค์กรได้
หากต้องการปรึกษาแนวทางอบรมสำหรับทีม ทักเพิ่มเติมได้ที่ -LINE นะคะ
#ใบรับรองไอที #อบรมไอที
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
177/1, ถนนสุรวงค์
Bangkok
10500
เวลาทำการ
| จันทร์ | 08:00 - 17:00 |
| อังคาร | 08:00 - 17:00 |
| พุธ | 08:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 08:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 08:00 - 17:00 |