sukhum.com
Training and Consulting: IATF16949, ISO 9001,GMP, HACCP, ISO 22000, BRC, BRC-IoP, IFS,ISO 14001,45001
09/06/2026
มาโรงงานลูกค้า ที่นี่ 5ส. จริงจังมากดีมาก ดูตัวอย่างแค่ 5ส.ในห้องน้ำ.
06/06/2026
Failure Mode and Effect Analysis. FMEA Training and Workshop.
02/06/2026
Advance Product Quality Planning APQP 3rd Edition Training
23/05/2026
เกิดอะไรขึ้นกับ Pizza Hut และ Pizza Company
สรุปมหากาพย์ศึกชิงถาด "Pizza Hut ปะทะ The Pizza Company" จากอดีตผัวเมียที่กอดคอสร้างตัว สู่ศัตรูคู่อาฆาตตลอดกาล ฉบับ Droid ภาษาชาวบ้าน... สั้นๆ คือ "เรื่องนี้คือบทเรียนราคาแพงของการทำธุรกิจแฟรนไชส์ครับพี่! ฝั่งไทย (เครือไมเนอร์) เป็นคนปลุกปั้นแบรนด์ 'Pizza Hut' ในไทยจนดังระเบิดมา 20 ปี แต่อยู่ดีๆ ฝรั่งบริษัทแม่ (ไทรคอน) เกิดโลภ อยากดึงแบรนด์กลับไปทำเอง เลยหาเรื่องอ้างว่าฝั่งไทยแอบไปซื้อแบรนด์ไก่ทอดมาแข่งกับ KFC (ซึ่งอยู่เครือเดียวกัน) แล้วสั่งไม่ต่อสัญญา แถมเล่นสกปรกปล่อยข่าวทุบหุ้นไทยร่วง 50% ฝั่งไทยเลยฟิวส์ขาด ฟ้องศาลซัดกันนัว สุดท้ายแบ่งสมบัติ ฝรั่งเอาชื่อ 'Pizza Hut' คืนไป ส่วนไทยยึดหน้าร้าน 116 สาขาทั้งหมด แล้วเปลี่ยนป้ายข้ามคืนเป็น 'The Pizza Company' อัดโปรซื้อ 1 แถม 1 สวนกลับ จนตอนนี้แบรนด์ไทยทุบแบรนด์โลก ขย้ำส่วนแบ่งตลาดไป 70% กินรวบเบอร์หนึ่งยาวๆ เลยครับพี่!"
📍 1. ยุคข้าวใหม่ปลามัน: เสี่ยบิล ไฮเนคกี ผู้มาก่อนกาล
คนไทยไม่กินชีส?: ย้อนไปปี 2523 "คุณบิล ไฮเนคกี" บอสใหญ่แห่งเครือไมเนอร์ (MINT) คิดอยากเอา Pizza Hut เข้ามาขายในไทย ตอนนั้นที่ปรึกษารุมห้ามกันให้ควั่ก บอกว่า "บ้าหรือเปล่า คนไทยกินข้าว ใครจะมานั่งกินขนมปังโรยชีส" * สัญญาสร้างตัว: แต่เสี่ยบิลไม่ฟัง! ได้สิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์มา แล้วเปิดสาขาแรกที่พัทยา (เน้นขายทหารอเมริกันยุคสงครามเวียดนาม) ปรากฏว่าดันขายดีถล่มทลาย เสี่ยบิลลุยขยายสาขาจน Pizza Hut ในไทยกลายเป็นสาขาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเอเชีย โกยส่วนแบ่งตลาดในไทยไปถึง 90% เรียกว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเครือไมเนอร์เลยพี่
📍 2. ชนวนเหตุเตียงหัก: "เพราะไก่ทอดตัวเดียว"
พอธุรกิจโตวันโตคืน ฝรั่งบริษัทแม่ของ Pizza Hut ในตอนนั้น (ชื่อ ไทรคอน หรือ ยัม แบรนด์ส ในปัจจุบัน) เริ่มตาโต อยากฮุบตลาดไทยเอาไปบริหารเองกินรวบคนเดียว เลยเริ่มวางยาสัญญาใหม่ในปี 2542:
ข้ออ้างเหลี่ยมจัด: ฝรั่งแอบเพิ่มข้อสัญญาห้ามฝั่งไทยทำธุรกิจร้านอาหารที่ "แข่งกับเครือบริษัทแม่" พอดีช่วงนั้น เครือไมเนอร์ไปซื้อแฟรนไชส์ไก่ทอดออสเตรเลียชื่อ "Chicken Treat" เข้ามา ฝรั่งแม่ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ KFC ด้วย เลยได้ทีชี้หน้าด่าทันทีว่า "เห้ย! ยูแอบทำธุรกิจไก่ทอดมาแข่งกับ KFC ของไอ ทำผิดสัญญา ไม่ต่อสัญญา Pizza Hut ให้แล้วนะ!"
ทุบหุ้นสั่งสอน: ฝรั่งประกาศหักสัมพันธ์ ดึงแบรนด์คืน แถมแอบไปซื้อโฆษณาลงหนังสือพิมพ์ประจานฝั่งไทยว่าจะเข้ามาทำเอง ทำให้หุ้นของเครือไมเนอร์ร่วงดิ่งเหวทันที 50% ในเวลาแค่ไม่กี่เดือน! เสี่ยบิลแค้นจัด ฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายคืน 6,500 ล้านบาท ซัดกันอยู่เป็นปี
📍 3. แผนล้างแค้น 1 เดือนครึ่ง: กำเนิด "เดอะ พิซซ่า คอมปะนี"
สุดท้ายศาลสั่งให้ประนีประนอม ยุติคดีแบบไม่มีใครจ่ายเงินให้ใคร ฝรั่งได้ชื่อแบรนด์ "Pizza Hut" คืนไปสะใจ แต่เสี่ยบิลบอก "เอาชื่อไปเลยไอ้น้อง แต่หน้าร้าน 116 สาขา อุปกรณ์ เตาอบ และพนักงานทั้งหมด เป็นของกู!"
เปลี่ยนป้ายข้ามคืน: มีนาคม 2544 เครือไมเนอร์สั่งปลดป้าย Pizza Hut ออกหมดทุกสาขา แล้วสวมป้ายใหม่ชื่อ "The Pizza Company" ทันที แปลว่าแบรนด์ใหม่นี้เปิดตัววันแรกก็มี 116 สาขาทั่วประเทศแล้วพี่!
ขบวนรถ 1,000 คัน: วันเปิดตัว เสี่ยบิลแต่งชุดพนักงานส่งพิซซ่า ปล่อยคาราวานมอเตอร์ไซค์เดลิเวอรี 1,000 คัน วิ่งวนรอบสยามสแควร์ให้โลกจำ
หมัดเด็ดขยี้ใจคนไทย: เพราะฝั่งไทยคุมโรงงานและวัตถุดิบเองทั้งหมด (Supply Chain) เลยทำสงครามราคาได้เต็มสูบ คลอดโปรโมชันในตำนาน "ซื้อ 1 แถม 1 ถาด" ออกมาสะเทือนวงการ พร้อมการันตี "ส่งภายใน 30 นาที (ตอนนี้เหลือ 20 นาทีแล้ว) ถ้าเลทกินฟรี!" รสชาติก็ปรับให้ถูกปากคนไทย ใส่ต้มยำกุ้ง ใส่ซีฟู้ดแบบที่ฝรั่งไม่กล้าทำ ผลคือเปิดตัวแค่ 6 เดือน แบรนด์ไทยแจ้งเกิดแซงหน้าแบรนด์โลกทันที!
📍 4. สถานการณ์ปัจจุบัน: แบรนด์ไทยทุบแบรนด์โลกยับเยิน
ตัดภาพกลับมาดูผลลัพธ์ในตลาดพิซซ่ามูลค่าหมื่นล้านบาทในปัจจุบัน (อัปเดตล่าสุดถึงปี 2569):
The Pizza Company (แชมป์ไร้พ่าย): ครองส่วนแบ่งตลาดไปนิ่มๆ 70% มีสาขาในไทยและต่างประเทศเกือบ 600 สาขา
Pizza Hut (ผู้ตามที่เหนื่อยล้า): ครองส่วนแบ่งแค่ 20% มีสาขาเหลืออยู่ร้อยกว่าแห่ง หลังจากฝรั่งดึงกลับไปทำเองแล้วเจ๊งยับ ขยายสาขาไม่ทัน สุดท้ายปี 2560 ฝรั่งต้องยอมแพ้ ขายลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ในไทยต่อให้ "ตระกูลมหากิจศิริ" (PH Capital) มารับไม้ต่อ แข่งกันดุเดือดมาก อย่างเมื่อสองปีก่อน (2567) เพิ่งมีศึกดั๊มป์ราคาถาดกลาง พิซซ่าคอมฯ ขาย 99 บาท พิซซ่าฮัทบลัฟกลับทันทีขาย 98 บาท ถูกกว่าบาทนึง!
ข่าวร้ายระดับโลก: ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว (2568) บริษัทแม่ Yum! Brands ที่อเมริกา ถึงกับกุมขมับ ยอดขาย Pizza Hut ทั่วโลกสู้ Domino's ไม่ได้ จนมีข่าวใหญ่ว่าอาจจะตัดสินใจ "ขายกิจการ Pizza Hut ทิ้ง" หรือแยกบริษัทออกไป เพื่อหนีตายแล้วครับพี่!
🤖 มุมมองจาก Droid
"พี่ครับ... เคสนี้คือกรณีศึกษาที่แสบทรวงที่สุดในประวัติศาสตร์การตลาดไทยเลยพี่"
จุดนัว: เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ชื่อแบรนด์หรูหรา (Brand Name) มีค่าไม่เท่ากับโครงสร้างพื้นฐาน หน้าสาขา และฐานข้อมูลลูกค้า (Infrastructure & Data)" พี่ครับ ฝรั่งคิดว่าชื่อ Pizza Hut แข็งแกร่ง เปิดที่ไหนคนก็กิน แต่ลืมไปว่าในธุรกิจอาหารจานด่วน (QSR) ทำเลหน้าร้านและระบบขนส่งส่งเดลิเวอรีคือหัวใจหลัก พอเสี่ยบิลยึดทำเลทอง 116 แห่งไว้ในมือ ฝรั่งก็เหมือนเสือลำบากที่ต้องไปวิ่งหาเช่าตึกตึกเปิดสาขาใหม่ทีละร้าน แต้มต่อมันห่างกันเกินไปครับพี่!
"สรุปคือ ฝรั่งจะฮุบเขา แต่โดนเขาดัดหลังจนกระดูกหัก... พี่คิดว่าในโลกธุรกิจปัจจุบัน ระหว่าง 'แบรนด์ดิ้งระดับโลกที่คนรู้จัก' กับ 'การคุมระบบโลจิสติกส์และรู้ใจคนท้องถิ่น' อย่างไหนเป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่ากันในระยะยาวครับพี่?"
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-
Bangkok
10250