Bottom Line

Bottom Line

แชร์

News Magazine Online | นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร และความรู้

13/01/2025

#สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ จัดงาน ‘Innovation Thailand Public Forum: EV-Innovation towards Innovation Nation’ ขึ้นที่ ห้อง The Crystal Box ชั้น 19 เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท เกษร ทาวเวอร์ เพื่อนำเสนอความรู้ และนวัตกรรมในภาคนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV-Innovation) ที่ครอบคลุม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ รวมทั้งขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตในทุกมิติ โดยวิทยากรที่มีชื่อเสียงและผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง
งานครั้งนี้ มีผู้บริหารจากหน่วยงานชั้นนำ ในเครือข่าย #ระบบนิเวศนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV-Innovation Ecosystem) ของประเทศไทยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน และสามารถรับชมการถ่ายทอดสด (Live Streaming) และชมย้อนหลังผ่านช่องทางออนไลน์ของ NIA ได้อีกด้วย
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีให้สังคมไทยในวงกว้างเกิดความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV-Innovation) และระบบนิเวศนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย รวมถึงแนวโน้มการลงทุนของอุตสาหกรรมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย “เราต้องสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมให้ได้”

Photos from Bottom Line's post 04/06/2023

ขบวนแห่ Bangkok Pride Parade 2023 ผู้คนร่วมขบวนนับหมื่น
4 มิ.ย.2566 เวลา 15.00 น. มีการจัดขบวนเดินเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย โดยเริ่มต้นจาก แยกปทุมวัน ไปยัง แยกราชประสงค์
งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และมีคนดังร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยในขบวนงานมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมดังกล่าว
โดยระหว่างร่วมขบวนแห่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, แพทองธาร ชินวัตร - น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว - ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย, ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมวางดอกไม้รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม ปี 2553 บริเวณหน้าวัดปทุมวนารามอีกด้วย
ภาพ : กอบภัค พรหมเรขา ศุกร์ภมร เฮงประภากร​ #พรรคเพื่อไทย #พรรคก้าวไกล

08/04/2022

ทำไมเรื่องที่ดูไกลตัวอย่าง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” จึงสำคัญ และเกี่ยวกันอย่างมากกับเงินในกระเป๋าสตางค์ของเรา ?
แค่ชื่อหลายคนอาจจะไม่คุ้นด้วยซ้ำ แต่รู้ไหมว่า “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” นอกจากจะมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจแล้ว ดอกเบี้ยตัวดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเรื่องปากท้องหรือ “ค่าครองชีพ” ของเราอีกด้วย
แม้เราจะคุ้นเคยกับ “อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก” และ “อัตราดอกเบี้ยเงินกู้” กันมากกว่า แต่แท้จริงแล้วอัตราดอกเบี้ยนโยบายนี้เองที่อยู่เบื้องหลังการขึ้น-ลงของดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ แถมยังมีส่วนช่วยควบคุมทิศทางของ “อัตราเงินเฟ้อ” และ “ค่าเงินบาท” ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่มีผลต่อค่าครองชีพของเราทั้งสิ้น
📌ผลกระทบต่อ “อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้”
เมื่อมีการประกาศปรับขึ้น-ลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงตัวเดียว ก็สามารถบอกได้ถึงการขึ้นหรือลงของดอกเบี้ยตัวที่เหลือได้ เพราะหากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น โดยปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้จะมีทิศทางขาขึ้นตามไปด้วย
ในทางตรงข้าม ถ้าเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้จะอยู่ในขาลงด้วยเช่นกัน
ดังนั้น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงมีผลต่อเราในแง่แรงจูงใจต่อการฝากเงินกับธนาคารที่มากขึ้น เพราะได้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยจากการฝากสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็จะส่งผลให้เรามีแรงจูงใจต่อการกู้เงินต่ำลง เพราะต้นทุนหรือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมีจำนวนสูงขึ้น และหากมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ผลกระทบต่อแรงจูงในการฝากเงินและกู้เงินก็จะเป็นไปทางตรงกันข้ามกับพฤติกรรมที่ได้กล่าวไป
📌 ผลกระทบต่อ “อัตราเงินเฟ้อ”
หากถามว่า “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” เกี่ยวข้องอะไรกับภาวะเงินเฟ้อ? คงต้องบอกเลยว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายตัวนี้เองที่มีผลต่อการควบคุมเงินเฟ้อ และยังนับว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการลดระดับความรุนแรงของภาวะเงินเฟ้ออีกด้วย
แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่ได้มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อโดยตรง แต่การที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีผลต่อแรงจูงใจในการ “ฝากเงิน” และ “กู้เงิน” ของเรานี้เอง ที่จะทำให้การปรับอัตราดอกเบี้ยมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ
โดยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบธนาคารมากขึ้น เท่ากับว่า เงินหรือสภาพคล่องที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจก็จะลดลง นำไปสู่การปรับลดลงระดับราคาสินค้าและบริการ ท้ายที่สุดจึงทำให้อัตราเงินเฟ้อต่ำลง
สรุปง่ายๆ ก็คือ เมื่อใดที่ค่าครองชีพสูงหรือเกิดภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงเกินไป การ “ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” จึงถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่สามารถใช้แก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้
📌 ผลกระทบต่อ “ค่าเงินบาท”
อีกหนึ่งตัวแปรที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นั่นคือ “ค่าเงินบาท” ที่ไม่ว่าจะ “อ่อนค่า” หรือ “แข็งค่า” ก็ล้วนมีผลต่อระดับเงินเฟ้อในประเทศ
เศรษฐกิจไทยที่มีลักษณะเปิด (Open Economy) หรือมีการทำการค้าขายกับต่างประเทศ และมีการปล่อยให้เกิดการเคลื่อนย้ายทุนระหว่างประเทศอย่างเสรี สิ่งนี้เองที่ทำให้การปรับขึ้น-ลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีผลต่อการควบคุมทิศทางค่าเงินบาท
หากใครเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เงินจะไหลจากที่ต่ำไปยังที่สูง” ในทีนี้หมายถึงไหลจากพื้นที่ที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปยังพื้นที่ที่มีผลตอบแทนสูง
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างประเทศต่างๆ หากระดับอัตราดอกเบี้ยในไทยต่ำกว่าต่างประเทศ จะส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากประเทศ
เมื่อเกิดการไหลออกของเงินดังข้างต้น เงินบาทจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลง เนื่องจากมีความต้องการขายเงินบาท เพื่อแลกซื้อเงินตราต่างประเทศที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของค่าเงินที่เปลี่ยนไปอาจไม่ได้มาจากเพียงการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่สามารถเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นได้ด้วยเช่นกัน อาทิ ความเชื่อมั่นที่มีต่อค่าเงินสกุลนั้นๆ เป็นต้น จึงเป็นที่มาให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายคือหนึ่งในเครื่องมือช่วยปรับทิศทางของค่าเงิน เพราะสามารถส่งผลกระทบถึงกันได้
ทั้งนี้ทิศทางของค่าเงินยังส่งผลต่อระดับเงินเฟ้อและค่าครองชีพ โดยการอ่อนค่าของเงินจะมีผลให้ “สินค้านำเข้า” ราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าที่สำคัญและจำเป็นอย่าง สินค้าพลังงานหรือ “น้ำมัน” ที่เมื่อราคาแพงขึ้น ก็ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย
ในทางตรงกันข้าม ประเทศไทยที่พึ่งพาภาคการส่งออกราว 70% ของจีดีพี เมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า ก็มีผลให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขัน เพราะต่างประเทศต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าไทย ซึ่งกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย
ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงมักถูกปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ เช่น หากค่าเงินบาทแข็งค่าเกินไป ก็อาจมีการพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบาย เป็นต้น
มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเห็นภาพแล้วว่าทำไม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายกลายเป็นวาระที่สำคัญทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ เพราะนอกจากจะมีผลต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาคแล้ว ยังมีผลต่อภาระค่าครองชีพของคนทั่วไปเช่นเราด้วย
อ่านเพิ่มเติม : https://www.bangkokbiznews.com/business/998114
เรื่อง : กมลวรรณ มาดายัง

06/04/2022

เวลาไปกินข้าวนอกบ้าน หลังจ่ายเงินค่าอาหารแล้ว ทางร้านจะยื่น #ใบกำกับภาษี ให้ลูกค้าเพื่อแสดงราคาสินค้าและบริการทั้งหมดที่เราจ่ายไป ซึ่งจะมีค่า 7% ในนั้นด้วย
แล้ว VAT 7% คืออะไร? ทำไมผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มจากราคาสินค้า?
ลองสังเกตดู เวลาซื้อสินค้าและบริการ หรือจ่ายค่าอาหารในร้านอาหารต่างๆ ทางร้านจะให้กระดาษใบเล็กๆ กลับมา (เรามักพูดติดปากกันว่าใบเสร็จ/บิล) ซึ่งกระดาษใบเล็กๆ นั้นก็คือ “ใบกำกับภาษี”
“ใบกำกับภาษี” เป็นเอกสารหรือหลักฐานที่ทางร้านค้าต่างๆ ส่งให้เมื่อเรา หลังจากเราชำระเงินค่าสินค้าเรียบร้อย โดยจะมีตัวเลขบอกว่าเงินที่เราจ่ายไป มี “VAT” อยู่ในนั้นเท่าไร

ทั้งนี้ คำว่า VAT ย่อมาจาก Value Added Tax แปลว่า #ภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึง ภาษีประเภทหนึ่งที่เก็บจากการขายสินค้าหรือบริการที่เข้าเงื่อนไข โดยปัจจุบันประเทศไทยกำหนดให้เก็บในอัตรา 7% ของราคาขายสินค้าหรือบริการ
📌หมายเหตุ : ในบางกรณีจะพบว่า ยอดรวมค่าอาหาร/สินค้า จะเป็นตัวเลขที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มให้แล้ว อันนี้จะเรียกว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ”
ยกตัวอย่างเช่น ซื้อสินค้าในราคา 500 บาท หากดูรายละเอียดใน “ใบกำกับภาษี” เราจะเห็นตัวเลขค่าสินค้าราคา 500 บาท และ ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 30 บาท รวมทั้งสิ้นที่ต้องจ่ายเป็น 530 บาทนั่นเอง
เนื่องจาก “ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)” เป็นภาษีทางอ้อม ที่ทางผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถเลือกที่จะผลักภาระให้กับผู้บริโภคอย่างเราได้ จึงทำให้ผู้บริโภคมีหน้าที่ที่ต้องจ่ายค่าสินค้าหรือบริการ รวมถึงจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
โดยผู้ขายหรือผู้ประกอบการมีหน้าที่เก็บในส่วนของภาษีดังกล่าว แล้วนำไปส่งให้กับกรมสรรพากร เพื่อเข้าสู่คลังของประเทศ (ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้เข้าร้านแต่อย่างใด)
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ทางร้านค้าหรือผู้ประกอบการ (ที่จดทะเบียน VAT) เรียกเก็บภาษีได้ไม่ครบถ้วน หรือ มีข้อผิดพลาดในการจัดเก็บภาษีใดๆ ก็ตาม ร้านค้านั้นๆ ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว เพราะถือว่ามีหน้าที่เรียกเก็บแล้วแต่ไม่สามารถเก็บได้ครบถ้วน
สำหรับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ประชาชนต้องจ่ายไปในทุกๆ การซื้อสินค้าและบริการนั้น จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนำไปเป็นงบประมาณในการบริหารราชการแผ่นดิน, นำไปบริหารจัดการในรูปแบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมืองในประเทศ
โดยจะถูกจัดสรรไปเป็นงบประมาณตามลักษณะงาน ดังนี้ (อิงตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี)
1. งบการศึกษา
2. งบสวัสดิการผู้สูงอายุ
3. งบด้านความมั่นคง
4. งบการขนส่ง
5. งบสาธารณสุขอื่น (รวมถึงบัตรทอง)
6. งบโรงพยาบาล
7. งบตำรวจ
8. งบในลักษณะงานอื่นๆ
อ่านต่อ : https://www.bangkokbiznews.com/business/997610
กราฟิก : วิชัย นาคสุวรรณ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


1854 ถ. บางนา-ตราด บางนา
Bangkok
10260