Junez.m

Junez.m

แชร์

I'm an alluring lady, solo traveler,
7 tattooed and ESTJ. Say 'yes' to new adventures!!

Photos from Junez.m's post 03/05/2026

นี่คือการกลับมาที่รอมา 20 ปีจริงๆ 💥

“The Devil Wears Prada 2” ไม่ใช่แค่ภาคต่อ
แต่มันคือการพาเรากลับไปเจอโลกเดิม…ในเวอร์ชันที่โตขึ้น เข้มข้นขึ้น และสมจริงขึ้นมาก

การกลับมาเจอกันของ แอนเดรีย มิแรนด้า และเอมิลี่ ในรอบ 20 ปี
เคมีเดิมยังอยู่ครบ แต่ความสัมพันธ์มัน “ลึกขึ้น” แบบเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะพาร์ทของ มิแรนด้า กับ แอนเดรีย
อันนี้คือพีคมาก 🖤

ตอนแรก มิแรนด้าทำเหมือน “จำแอนเดรียไม่ได้” ด้วยซ้ำ
เย็นชา ห่างเหิน เหมือนทุกอย่างที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น

แต่พอแอนเดรียกลับเข้ามา
และเป็นคนที่ “ช่วยกู้วิกฤติให้ Runway” ได้จริง

มิแรนด้ากลับพูดว่า
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องเป็นคนสำคัญ”

ประโยคนี้ทำเอางงเลย…
ไหนตอนแรกเหมือนไม่รู้จัก?

หรือจริงๆ แล้ว มิแรนด้า “จำได้ตั้งแต่แรก”
แต่เลือกจะไม่แสดงออก
เพราะในโลกของเธอ คนที่จะยืนอยู่ตรงนี้ได้ ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งเสมอ

มันเลยไม่ใช่แค่เรื่องความจำ
แต่มันคือ “วิธีมองคน” ของมิแรนด้า

และนี่แหละที่ทำให้ความต่อเนื่องจากภาค 1 มันดีมาก
เหมือนเราได้เห็นชีวิตตัวละครที่เดินต่อจริงๆ ไม่ได้จบแค่ตอนนั้น

ส่วนตัวละครโปรด จูนยังยกให้ “เอมิลี่” เหมือนเดิม
แซ่บเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีมุมที่ลึกขึ้น ดูแล้วทั้งเอ็นดูทั้ง respect 🔥

ใครที่คิดถึงฟีลแฟชั่นจัดเต็ม + บทพูดคมๆ + ดราม่าที่ดูแล้วจุกนิดๆ
เรื่องนี้คือ “ต้องดู”

📅 เข้าฉายวันที่ 30 เมษายน 2569
📍 ไปดูได้ที่ Major Cineplex ทุกสาขาเลยนะ

#นางมารสวมปราด้า2

Photos from Junez.m's post 09/04/2026

Ready or Not 2 – Dolby Vision + Atmos

วันนี้จูนพามาลองโรงภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่าเป็น “ที่สุดของภาพและเสียง”
ที่ Esplanade Cineplex Ratchadaphisek กับระบบ Dolby Vision + Atmos

โรงนี้เป็นแห่งแรกใน Southeast Asia และประเทศไทยที่ใช้ระบบนี้แบบเต็มรูปแบบ

เริ่มจากภาพก่อน Dolby Vision ให้สีมากกว่าโรงทั่วไปถึง 3 เท่า
ความสว่างมากขึ้นประมาณ 2 เท่า
และที่สำคัญคือ “สีดำลึกมาก” ลึกกว่าปกติถึงระดับที่เห็นรายละเอียดในฉากมืดครบทุกมิติ
Contrast ก็สูงกว่าโรงทั่วไปแบบคนละระดับ ทำให้ภาพดูมีมิติ สมจริงมากขึ้น

ส่วนระบบเสียง Dolby Atmos เป็นเสียงแบบหลายมิติจริง ๆ
ลำโพงจะล้อมรอบทั้งด้านข้างและด้านบน ทำให้เสียงเคลื่อนที่ได้รอบตัวเรา
ไม่ใช่แค่ซ้ายขวา แต่มีมิติบน-ล่างด้วย

และยังเป็นระบบเสียงแบบ object-based
ที่สามารถแยกเสียงได้ละเอียดมาก รองรับได้สูงสุดถึง 128 แทร็กเสียง
ทำให้แต่ละเสียงในหนังมีตำแหน่งชัดเจนมาก เช่น เสียงเดิน เสียงกระซิบ หรือเสียงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ

พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่แค่ดู แต่เหมือน “เข้าไปอยู่ในฉากนั้นจริง ๆ”

สำหรับเรื่องที่จูนดูวันนี้คือ Ready or Not 2

นอกจากความลุ้นและความระทึกที่ยังคงเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้
สิ่งที่น่าสนใจมากในภาคนี้คือ “ประเด็นความสัมพันธ์ของพี่น้อง” และ “การถูกทอดทิ้ง”

หนังไม่ได้มีแค่การเอาชีวิตรอด แต่ยังเล่าเรื่องความผูกพันที่บิดเบี้ยว
ระหว่างคนในครอบครัวเดียวกัน ที่ทั้งรัก ทั้งแข่งขัน และทั้งไม่ไว้ใจกัน

ความรู้สึกของการถูกทิ้ง หรือการต้องเอาตัวรอดเพียงลำพัง
ถูกใส่เข้ามาในตัวละครแบบชัดเจนมาก
ทำให้เราเข้าใจแรงจูงใจของแต่ละคนมากขึ้น ว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น

มันเลยไม่ใช่แค่หนังลุ้นเอาชีวิตรอด
แต่เป็นหนังที่มีมิติของอารมณ์ และความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างเข้มข้น

และพอมาอยู่ในโรง Dolby Vision + Atmos
ทั้งภาพที่กดดันและเสียงที่โอบล้อม
ยิ่งทำให้อารมณ์ของ “ความโดดเดี่ยว” และ “ความตึงเครียดในครอบครัว” มันชัดขึ้นไปอีก

Ready or Not 2 เข้าฉายแล้ววันนี้
ใครอยากได้ทั้งความลุ้น และดราม่าที่มีมิติ
แนะนำให้มาดูที่ Esplanade Cineplex Ratchadaphisek กับระบบ Dolby Vision + Atmos
แล้วจะเข้าใจเลยว่าภาพและเสียงที่ดี มันพาเราอินได้ลึกขนาดไหน

#เอสพลานาดรัชดา

Photos from Junez.m's post 21/03/2026

“อ้ายต้าวเอวหวาน” เป็นหนังที่จูนรู้สึกว่าไม่ได้พยายามจะยิ่งใหญ่เลย แต่มันเล่าเรื่องแบบตรงๆ บ้านๆ แล้วกลับกลายเป็นจุดแข็งของมัน

ตัวหนังพาเราไปอยู่กับวิถีชีวิตของตัวละครในชุมชนแบบเรียบง่ายมาก เห็นทั้งความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ แล้วก็ความฝันเล็กๆ ของแต่ละคน การดำเนินเรื่องมันไม่ได้เร่ง ไม่ได้พีคอะไรตลอดเวลา แต่เป็นฟีลค่อยๆ ไหล ดูไปเรื่อยๆ แล้วมันเพลินแบบไม่ต้องพยายามอิน

เรื่องเพลงคือเป็นอีกอย่างที่ช่วยพยุงหนังไว้เลย มีทั้งลูกทุ่งกับหมอลำที่ใส่มาแบบถูกจังหวะ พอขึ้นเพลงทีไร มันทำให้บรรยากาศมันมีชีวิตขึ้นมาเลย แล้วเป็นเพลงที่ฟังแล้วอยากขยับตัวจริงๆ ไม่ได้แค่ประกอบฉากเฉยๆ

พาร์ทคอมเมดี้ จูนว่ามันเวิร์คตรงที่มันไม่ฝืน มันมาจากตัวละครล้วนๆ โดยเฉพาะตอนที่ตัวแม่ๆ มาอยู่รวมกัน ซีนพวกนี้คือชัดมากว่าหนังรู้ว่าของดีมันอยู่ตรงไหน การใช้คำพูด การแซะกัน มันมีจังหวะของมัน แล้วมันขำเพราะความเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่มุกที่เขียนมาให้ขำอย่างเดียว

ถ้ามองลึกลงไป เนื้อเรื่องจริงๆ มันพูดถึงการเป็นตัวเอง กับการอยู่ในสังคมที่บางทีมันก็ไม่ได้เปิดรับเราขนาดนั้น แต่หนังเลือกเล่ามันในโทนเบาๆ ไม่ได้กดดันคนดู เลยทำให้มันดูง่าย แต่ยังมีอะไรให้คิดอยู่

อีกจุดที่ชอบคือความวายป่วงของกลุ่มตัวละครสายวาทะศิลป์ คือมันไม่ได้มาแค่สร้างสีสัน แต่มันเป็นพลังของเรื่องเลย ทุกคนมีคาแรกเตอร์ชัด แล้วพอมาอยู่รวมกันมันเลยยิ่งเดือด แต่เป็นความเดือดที่ดูสนุกมากกว่าเครียด

นักแสดงโดยรวมคือเอาอยู่ เล่นเป็นธรรมชาติ แล้วก็เข้ากับโทนหนัง ผู้กำกับก็คุมทิศทางได้ดี ทำให้หนังมันไม่หลุดจากความเป็นหนังบ้านๆ ที่ตั้งใจจะเป็น

สรุปสำหรับจูน เรื่องนี้มันไม่ได้หวือหวา แต่มันดูเพลิน มีเสน่ห์ แล้วก็มีความจริงใจอยู่ในนั้น เหมาะกับวันที่อยากดูอะไรเบาๆ แต่ไม่กลวง

ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ทุกสาขา

#อ้ายต้าววเอวหวาน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ บุคคลสาธารณะ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บุคคลสาธารณะ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok