Flobookstore
Art & Design Bookstore at Sukhumvit 36, Bangkok, Thailand
23/04/2026
วิทร้า แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มาสเตอร์พีซมากมายหลายชิ้นจากฝีมือการออกแบบของนักออกแบบระดับโลกหลายสิบชีวิต
-
วิทร้าถูกก่อตั้งในปี 1950 เริ่มแรกนั้นเป็นเพียงร้านขายของ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ เอริก้าและวิลลี่ เฟลบาห์ม สองผู้ก่อตั้งเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกา แล้วตกหลุมรักเฟอร์นิเจอร์ของ ชาร์ล และ เรย์ อีมส์ เป็นอย่างมาก จึงติดต่อซื้อลิขสิทธิ์จากบริษัทผู้ผลิตอย่าง เฮอร์แมน มิลเลอร์ เพื่อมาผลิตขายในทวีปยุโรป จากนั้นสินค้าที่ออกแบบโดยอีมส์ก็ขายดิบขายดี และทำให้วิทร้ามีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างมาก
-
กว่าที่วิทร้าจะมีเก้าอี้ตัวแรกที่จ้างนักออกแบบเพื่อผลิตภายแบรนด์ตัวเองนั้น เวลาก็ล่วงเลยมาถึงปี 1967 แต่ก็เป็นการรอคอยที่คุ้มค่าเพราะเก้าอี้ตัวนั้นคือ แพนทอน แชร์ (Panton Chair) โดย เวอร์เนอร์ แพนทอน เก้าอี้พลาสติกตัวแรกของโลกที่ใช้โครงสร้างแบบคานทีลีเวอร์ (Cantilever) หรือเก้าอี้แบบที่ไม่มีขาหลัง แต่โครงสร้างพนังผิงและพื้นนั่งนั้นยื่นออกมาจากขาหน้า สีแดงสดของพลาสติกกับรูปทรงที่ไหลลื่นนั้นกลายเป็นไอคอนในทันที และเป็นจุดที่วิทร้าเริ่มทำงานกับนักออกแบบชื่อดังมากขึ้น เช่น แจสเปอร์ มอร์ริสัน, พี่น้องบูรูเล็ค, อันโตนิโอ ซิทเทริโอ้ เป็นการสร้างผลงานที่แตกต่างและมีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ
-
หากใครเคยไปที่เมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์ แล้วเดินทางขึ้นเหนือไปเล็กน้อย ข้ามเขตแดนสวิสสู่ประเทศเยอรมัน เข้าไปยังเมือง ไวล์ แอม ไรน์ ก็จะได้พบกับความยิ่งใหญ่ของวิทร้า แคมปัส ดินแดนในฝันของคนรักการออกแบบ โดยเฉพาะการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพราะในพื้นที่กว่าร้อยห้าสิบไร่นี้ประกอบไปด้วย โรงงานเฟอร์นิเจอร์ พิพิธภัณฑ์การออกแบบ พิพิธภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ โกดังเฟอร์นิเจอร์ โชว์รูม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือและของที่ระลึก สวน รวมไปถึงสไลเดอร์!
-
วิสัยทัศน์ทางการออกแบบของวิทร้านั้นกว้างไกล ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์แต่รวมไปถึงสถาปัตยกรรม เรื่องราวต่างๆที่ถูกบันทึกไว้ในมิวเซียม ประสบการณ์พิเศษที่เราได้รับจากแบรนด์ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้นั้นถูกสรรค์สร้างและบริหารจัดการโดยทายาทรุ่นที่สอง รอล์ฟ เฟลบาห์ม ผู้ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจครอบครัวได้อย่างงดงาม
-
VITRA : The Anatomy of a Design Company
Price : 3,000 Baht
21/04/2026
งานไม้ของญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อน ละเอียดอ่อน ผ่านการสืบต่อความรู้มายาวนาน การออกแบบอาคารหรือสถาปัตยกรรมไม้ที่แข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศ และมากไปกว่านั้นคือทนทานแผ่นดินไหวได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องอาศัยทั้งความรู้ความเข้าใจและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและส่งผ่านความรู้เพื่อให้ทักษะนี้ยังคงอยู่
-
หนังสือเล่มนี้รวมรวมภาพ Joinery หรือการเข้าไม้ในรูปแบบต่างๆของญี่ปุ่น ซึ่งโดยมากใช้ในงานสถาปัตยกรรม เป็นภาพขาวดำสวยงามจนเหมือนงานศิลปะ เหมาะกับคนรักงานไม้หรือนักออกแบบที่ต้องการแรงบันดาลใจจากงานไม้ของญี่ปุ่นครับ
-
The Art of Japanese Joinery
Price : 1,100 Baht
19/04/2026
The Düsseldorf School of Photography หรือที่รู้จักในชื่อ Becher-Schule คือหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนสถานะของภาพถ่ายจากสื่อบันทึกเหตุการณ์ไปสู่ระดับวิจิตรศิลป์ร่วมสมัย โดยมีจุดเริ่มต้นจากการสอนของ Bernd และ Hilla Becher ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 แนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของสำนักนี้คือการใช้สไตล์แบบ “Deadpan” ซึ่งเน้นความเรียบเฉย การวางองค์ประกอบที่กึ่งกลางอย่างสมมาตร และการถ่ายภาพในสภาวะแสงที่สม่ำเสมอเพื่อลดทอนอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวของช่างภาพลง ให้เหลือเพียงความซื่อตรงของวัตถุตรงหน้า โดยเฉพาะการบันทึกโครงสร้างทางอุตสาหกรรมในรูปแบบที่เรียกว่า Typologies ซึ่งเป็นการจัดหมวดหมู่สิ่งก่อสร้างประเภทเดียวกันมาวางเรียงต่อกัน เพื่อให้ผู้ชมได้สังเกตเห็นความงามของรูปทรง (Form) และฟังก์ชัน (Function) ที่แตกต่างกันออกไปอย่างเป็นระบบและมีระเบียบแบบแผน
-
อิทธิพลของแนวคิดนี้ถูกส่งต่อไปยังกลุ่มลูกศิษย์ที่กลายเป็นศิลปินระดับโลก ซึ่งแต่ละคนต่างขยายขอบเขตของ “ความเป็นภววิสัย” ออกไปในทิศทางที่หลากหลาย Andreas Gursky นำเสนอภาพขนาดมหึมาที่แสดงถึงโครงสร้างอันซับซ้อนของโลกทุนนิยมและโลกาภิวัฒน์ ขณะที่ Candida Höfer เลือกบันทึกความว่างที่มีระเบียบภายในพื้นที่สาธารณะและสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ ส่วน Thomas Struth และ Thomas Ruff ต่างตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ระหว่างภาพถ่ายกับความจริงผ่านภาพพอร์ตเทรตและพื้นที่วัฒนธรรม
-
งานในกลุ่มนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การบันทึกภาพสถาปัตยกรรมหรือผู้คน แต่เป็นการนำเสนอความงามเชิงโครงสร้าง (Structural Beauty) และจังหวะที่ลงตัวของพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ประณีต และการตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อเผยให้เห็นแก่นแท้ของวัสดุและรูปทรงอย่างแท้จริง
-
The Düsseldorf School of Photography
Price : 1,980 Baht
06/06/2025
Standard Chair (ออกแบบในปี 1934) ออกแบบโดย Jean Prouvé เก้าอี้ตัวนี้มีความพิเศษในความเรียบง่ายในรูปทรง รวมไปถึงความเรียบง่ายในการผลิต เป็นการผสมผสานระหว่างเหล็กท่อ กับเหล็กแผ่นอย่างลงตัว โดยลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดของเก้าอี้ตัวนี้คือจุดที่ต่อระหว่างพื้นนั่ง กับขาหลัง ซึ่งตรงจุดนั้นขาจะมีขนาดกว้างกว่าจุดอื่นๆ Jean Prouvé อธิบายไว้ว่าตรงจุดนั้นเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากที่สุด ขณะที่เขาคิดหา solution ตรงจุดนั้นเขานึกไปถึงต้นไม้ ที่ว่าตรงจุดใดของต้นไม้ที่รับน้ำหนักมาก เมื่อมันเติบโตไปเรื่อยๆมันจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เลยจินตนาการว่าถ้าขาเก้าอี้มันต้องรับน้ำหนักมาก มันก็ควรจะเติบโตออกมารับตรงนั้นและมีขนาดที่ใหญ่กว่าจุดอื่นๆ
-
เก้าอี้ตัวนี้ถูกพัฒนาไม่ต่ำกว่า 10 รอบ โดยแต่ละครั้งที่มีการปรับปรุงนั้น รูปทรงภายนอกดูไกลๆอาจจะไม่ต่างจากเดิม แต่รายละเอียดเล็กน้อยถูกปรับให้ดีขึ้น เช่นมีเวอร์ชั่นที่ปรับสัดส่วนให้ลงตัว มีแบบที่สามารถทำให้ถอดประกอบได้ มีแบบที่ใช้ไม้ทั้งตัว แทนที่จะเป็นเหล็ก เนื่องจากตอนนั้นอยู่ในภาวะสงคราม เหล็กเป็นสิ่งที่หาได้ยาก รวมไปถึงการพัฒนากระบวนการผลิตให้ทำได้เร็ว และมีราคาถูกยิ่งขึ้น
-
หนังสือเล่มนี้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับเก้าอี้ตัวนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งความรู้สึกจากผู้ใช้ ประวัติการออกแบบ ไปจนถึงภาพประกอบจากสถานที่จริงมากมาย เหมาะสำหรับคนรักเก้าอี้มากๆครับ
-
Magazine C – Issue No. 1: Standard Chair
Price : 1,085 Baht
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Sukhumvit 36
Bangkok
เวลาทำการ
| จันทร์ | 10:00 - 19:00 |
| พุธ | 10:00 - 19:00 |
| พฤหัสบดี | 10:00 - 19:00 |
| ศุกร์ | 10:00 - 19:00 |
| เสาร์ | 10:00 - 19:00 |
| อาทิตย์ | 10:00 - 19:00 |