CEO Channels

CEO Channels

แชร์

เล่าเรื่องธุรกิจ AI, Startup และ Online Business ถ่ายทอดกลยุทธ์ ถอดบทเรียนน่าสนใจจากผู้ประกอบการทั่วโลก เว็บไซต์ข่าวธุรกิจโลกในมือคุณ

22/02/2026

ในอดีต เราอาจต้องใช้เงินก้อนหลายแสนหรือหลายล้านบาท, ทีมงานจำนวนมาก, และเวลาเตรียมการนับปีในการสร้างธุรกิจส่วนตัว

แต่ปัจจุบัน มิได้เป็นเช่นนั้น

Amjad Masad เจ้าของแพลทฟอร์ม Replit กล่าวไว้ในรายการพ็อดคาสต์ Jack Neel ว่า...

จากนี้ไป คุณอยากสร้างธุรกิจอะไร ก็พิมพ์บอก AI เพียง 5 - 10 นาที ก็จะสามารถสร้างธุรกิจใหม่ที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเขามีตัวอย่างจริงมากมายที่เกิดขึ้นบนแพลทฟอร์มของเขา

แต่ก่อนอื่น Replit คืออะไร?

Replit คือแพลทฟอร์มสร้างแอปพลิเชั่นแบบ Low code/No code

อุปมาแบบเห็นภาพ คือ แพลทฟอร์มที่คุณสามารถพิมพ์แชทไอเดียกับ AI แล้วเอไอจะไปสร้าง แอปพลิเคชั่นให้ โดยที่คุณไม่ต้องมีความรู้ด้านโค้ดดื้ง

ปัจจุบันแพลทฟอร์ม Replit มีมูลค่ากิจการประมาณ 9 พันล้านดอลล่าร์ หรือราว ๆ 300,000 ล้านบาท!

Amjad Masad เจ้าของแพลทฟอร์ม Replit กล่าวไว้ในรายการพ็อดคาสต์ Jack Neel ว่า 4 - 5 ปีที่แล้ว คุณอาจจะต้องมีทีมวิศวกรนับสิบคน และเงินลงทุนมหาศาลในการสร้างธุรกิจ Software และ Application

แต่ในปี 2026 กฎเหล่านั้นถูกทลายลงแล้ว

เรากำลังอยู่ในยุคที่การเขียนโค้ดไม่ใช่อุปสรรคกั้นกลางระหว่าง ‘Idea’ & ‘action’

Case Study ที่เกิดกับตัวผู้ใช้งานแพลทฟอร์ม Replit

1. แอปฯ ช่วยงานเอกสารการเงิน

Amjad Masad เล่าว่า หนึ่งในผู้ใช้งาน Replit ทำงานวงการการเงิน และเห็นปัญหาความยุ่งยากในการจัดการงาน Spreadsheet และการทำ Slide ที่คนทำงานด้านวาณิชธนากิจต้องเผชิญ เขาจึงเกิดไอเดียที่จะแก้ปัญหานี้ และเข้าไปที่แพลทฟอร์ม Replit คุยไอเดียกับ AI และสั่งให้มันเนรมิตแอปต้นแบบขึ้นมาแก้ปัญหานั้น ส่งผลให้เขาได้รับดีลขอซื้อ License การใช้งานแอปฯ จำนวน 5 แสนดอลล่าในเวลาต่อมา

2. แอปฯ ช่วยคุณครูสร้างแบบฝึกหัด

คุณครูคนหนึ่งที่ลาออกจากโรงเรียนในช่วงโควิด-19 และเริ่มลองหัดใช้ AI กับ Replit เนื่องจากเขาเข้าใจปัญหาความยุ่งยากในวงการการศึกษาเป็นอย่างดี เขาจึงสร้างเครื่องมือมาช่วยครูในการให้คะแนนนักเรียนและสร้างแบบฝึกหัดด้วย AI - Amjad Masad เล่าว่าปัจจุบัน แอปฯ ของคุณครูคนนี้สร้างรายได้ 10-20 ล้านดอลลาร์ต่อปี

3. แอปฯ สร้าง Brand Kit อัตโนมัติ

นักเล่นโซเชียลมีเดียคนหนึ่ง เห็นความต้องการเกี่ยวกับการทำแบรนดดิ้ง เขาจึงสร้างแอปรับทำ Brand Kit อัตโนมัติ แอปนี้จะทำหน้าที่สร้างชุดออกแบบของแบรนด์ (Brand Kit) และโลโก้ด้วย AI โดยลูกค้าเพียงแค่กรอกชื่อโปรเจกต์ลงไป และจ่ายเงินประมาณ 40 ดอลลาร์ ก็จะได้ Brand Kit แบบครบชุดทันที

4. แอปฯ ติดตามสุขภาพ

แม้แต่ Amjad Masad ก็ใช้บริการแพลทฟอร์มของตัวเอง คือ เวลที่เขาป่วย - หมอมักจะให้กระดาษตารางมาเพื่อจดบันทึกการกินยา การกินอาหาร การออกกำลังกาย และเวลานอน ซึ่งเขาขี้เกียจมานั่งเขียนด้วยมือ จึงถ่ายรูปกระดาษใบนั้นแล้วสั่งให้ Replit สร้างเป็นแอปพลิเคชันขึ้นมาให้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังตั้งระบบอัตโนมัติให้แอปดึงข้อมูลการนอนหลับมาจากที่นอนอัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมากรอกข้อมูลเอง

The Hacker’s Blueprint:
พิมพ์เขียวสร้างว่าที่แอปพลิเคชันเงินล้านใน 10 นาที

Amjad Masad มีความเห็นว่า หัวใจสำคัญในการเป็นผู้ประกอบการในยุคนี้ ได้แก่ มองเห็นปัญหา และ สื่อสารกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแตกออกเป็นระบบคิด ดังนี้

- ไอเดียที่ไม่ซ้ำใคร: ค้นหาปัญหา (Pain Points) รอบตัว หรือเทรนด์ที่กำลังมาแรง

- การแจกแจงรายละเอียด: เขียนอธิบายสิ่งที่ต้องการในหนึ่งย่อหน้า ระบุฟีเจอร์หลักที่จะสร้าง ‘Aha Moment’ หรือความรู้สึก ‘ใช่เลย’ ให้ผู้ใช้ได้ภายใน 5 นาทีแรก

- การใช้เครื่องมือ AI: ใช้เครื่องมืออย่าง Replit เปลี่ยนไอเดียแรกเป็นแอปใน 10 - 20 นาที และใช้การแชทเพื่อแก้ไขบั๊ก

- การทดสอบและปรับปรุง: นำโปรโตไทป์ที่มีหน้าที่หลักเพียงไม่กี่อย่างที่แก้ปัญหาได้จริง ไปให้กลุ่มเป้าหมายใช้ทันที สื่อสารกับ AI เหมือนสื่อสารกับพนักงานฝึกงานเพื่อปรับปรุงตาม Feedback

- การขยายตลาด: เริ่มจากชุมชนเฉพาะกลุ่ม เช่น Reddit, Discord ก่อนขยายผลผ่าน Short-form Content บน TikTok หรือ Instagram

Amjad Masad บอกว่า เรามาพักการถกเถียงว่า AI จะมาแทนที่คนหรือไม่ แล้วเปลี่ยนมาคิดกันว่าวันนี้คุณจะเริ่มสร้าง ‘สินทรัพย์’ ชิ้นแรกเพื่อแก้ปัญหาให้โลกนี้ได้อย่างไร เพราะนี่คือช่วงเวลาที่รวยง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตแล้ว!

CEO Channels มีคอร์ส AI Basic เรียนฟรี ลิงก์สมัครเรียน ที่นี่ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50441510

18/02/2026

ชายวัย 22 ปีคนนี้มีชื่อว่า Beechinour อาชีพรับผลิตวีดีโอโฆษณา โดยอาศัย Generative AI เป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน

เขาเผยผ่านบทสัมภาษณ์รายการ 'Brett Malinowski's Podcast' ว่า เขาคิดค่าผลิตระหว่าง 20,000 - 40,000 ดอลล่าร์ ต่อคลิป และล่าสุดมีรายได้รวมประมาณ 500,000 ดอลล่าร์ หรือประมาณ 16 - 17 ล้านบาทต่อปี!

ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร CEO Channels จะเล่าให้ฟังครับ

Beechinour เริ่มฝึกฝนการตัดต่อวีดีโอตั้งแต่อายุ 10 ปี และสะสมทักษะผ่านการร่วมผลิต Music video มากกว่า 100 โปรเจคในระหว่างเรียนหนังสือ

นอกจากนั้น เขายังมีโอกาสทำงานด้าน Creative ก่อนจะออกมารับงานผลิตวีดีโอโฆษณาเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง ในจังหวะที่เทคโนโลยี Generative AI กำลังเป็นเทรนด์ระดับโลก

เหตุการณ์นึ้จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นการบรรจบกันอย่างถูกจังหวะ ระหว่าง Core skill หรือ ทักษะดั้งเดิมอย่างการผลิตวีดีโอ กับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง AI

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของ Beechinour มิได้เกิดจากการมีทักษะด้านงาน Creative อย่างลึกซึ้งแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยวิสัยทัศน์ทางการตลาด ซึ่งเขาเรียกมันว่า ความรู้แบบ T-Shape

T-Shape คือผู้มีลักษณะ Core skill เป็นแนวดิ่ง คือ รู้ลึกและเชี่ยวชาญสุด ๆ กรณีนี้ คือ ทักษะ Creative director / producer

ส่วนแนวกว้าง คือ ความรู้ด้านธุรกิจ การตลาด และการบริหารทั่วไป เช่น เรื่องคน เรื่องการเงิน เป็นต้น ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าได้ตรงเป้าซึ่งไม่ใช่ใครก็ได้ แต่เขามุ่งตรงไปยังกลุ่ม Tech startup ซึ่งไม่เพียงมีเงินทุนหนา แต่ยังเป็นกลุ่มลูกค้าที่เปิดรับเรื่อง AI อย่างมากอีกด้วย

ต่อไปนี้ คือ...

สรุปกระบวนการใช้ AI สำหรับงานผลิตวีดีโอโดยสังเขป

Beechinour ได้บอกเล่ากระบวนการทำงานของเขาในรายการ Podcast ช่อง Brett Malinowski โดยสังเขป ดังนี้ครับ

เขาบอกว่า จุดแข็งของ AI คือ ทลายข้อจำกัดด้านงบประมาณในการถ่ายทำจากสถานที่จริง และช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างสรรค์ผลงานวีดีโอที่เคยเป็นไปได้ยากให้เป็นไปได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพวกเขา

#ระดมสมอง

เมื่อได้รับโจทย์มา เขาจะใช้ Generative AI เช่น ChatGPT หรือ Gemini เป็นผู้ช่วยระดมไอเดียแปลกแหวกแนวประมาณ 10 - 20 ไอเดียเพื่อทำการคัดเลือก

#ร่างเนื้อหา

ส่วนการร่างบทโฆษณา เขาไว้ใจ Claude ที่ดูจะโดดเด่นด้านการเขียนบทความหรือสคริปต์ด้วยสำนวนที่สละสลวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด (ณ เวลานี้)

#เตรียมสตอรีบอร์ด

ขณะที่ขั้นตอนการสร้าง Storyboard เขายกนิ้วโป้งให้ Nano Banana Pro เป็นผู้สร้างภาพนิ่งคุณภาพสูงและรวดเร็วสำหรับเตรียมงานในส่วนของสตอรี่บอร์ด

#วีดีโอ

ส่วนที่ซับซ้อนที่สุด คงหนีไม่พ้นการผลิตวีดีโอ ซึ่งจะต้องผสมผสานเครื่องมือที่หลากหลายเข้าด้วยกัน อาทิ Kling AI เป็นตัวหลักในการผลิตวีดีโอ

#ลูกเล่นอื่นๆ

แต่ถ้าต้องการภาพใบหน้าที่มีลายละเอียดสูงและเข้าถึงอารมณ์ เขาจะใช้ Luma AI และสำหรับงานเสียง เขาใช้ ElevenLabs AI - นอกจากนั้นยังมีซอฟต์แวร์การผลิตสื่ออื่น ๆ อีกสำหรับลูกเล่นการผลิตที่ซับซ้อน

ถึงจุดนี้ เราเห็นได้ชัดเจนว่า Beechinour ไม่ใช่ AI User ธรรมดา ๆ ที่พิมพ์ Prompt เจนงานไปส่งลูกค้า แต่เขาคือ Creative มืออาชีพ ที่ชิ้นงานผ่านกระบวนคิดและทำหลายขั้นตอน

จาก 1 ทักษะ แตกเป็น 4 โมเดลรายได้

Beechinour ไม่ได้หยุดอยู่เพียงรับจ้าง/รับทำ แต่เขาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเองออกไปอีก 3 สาย (รวมเป็น 4 โมเดลรายได้)

- Consultant ให้บริการปรึกษาด้านงานครีเอทีฟ

- Education ให้บริการสอนทักษะการผลิตสื่อด้วย AI

- Sourcing จัดหาคนมีทักษะด้านครีเอทีฟป้อนองค์กรต่าง ๆ

Beechinour มีมุมมองว่า ความรู้ ความเข้าใจ และการฝึกฝนทักษะเฉพาะทางจนเชี่ยวชาญลึก คือ คุณค่าที่ลูกค้ายอมจ่ายคุณ มิใช่เพียงแค่คุณใช้ AI เป็นแต่เพียงอย่างเดียว

+++
CEO Channels มีคอร์สออนไลน์ AI Basic เรียนฟรี ลงทะเบียนเรียนที่นี่ครับ > https://m.me/ceochannels?ref=w50441510
+++

17/02/2026

Dan Koe อุปมาการใช้ AI โดยคนทั่วไปกับ ตู้ปั่นสล็อต

พวกเขาป้อนคำสั่งสั้น ๆ ลวก ๆ และคาดหวังผลลัพธ์คุณภาพสูง แต่สิ่งที่พวกเขาได้คือ AI Slop หรือเนื้อหาเอาต์พุตที่ดูเยอะ แต่บางเบา ไม่มีเนื้อ มีแต่น้ำ

Dan Koe แนะนำให้เราปรับมุมมองจากเครื่องมือแชท ไปเป็น Virtual specialist ผู้ช่วยดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จากนั้นคิดย้อนกลับว่าเราจะต้องให้ข้อมูลอะไร และสั่งงานเขาอย่างไรจึงจะมีคุณสมบัติและผลลัพธ์ดังกล่าว

1. สร้างคู่มือพนักงานให้ AI ของคุณ

พนักงานยังต้องมี คู่มือ ฉันใด - AI ก็ต้องมีคู่มือ ฉันนั้น

หัวใจสำคัญที่จะทำให้ AI เลิกตอบคำถามออกทะเลและมีแต่น้ำ คือการสร้าง Detailed instructions หรือ แพกเกจคำสั่งอย่างละเอียด ที่มีความยาวตั้งแต่ 500 ถึง 2,000 คำ

ชุดคำสั่งนี้จะทำหน้าที่เป็น ‘พิมพ์เขียว’ ที่ระบุความเชี่ยวชาญและข้อกำหนดอย่างละเอียดเพื่อให้ AI เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตัวเองอย่างแท้จริงครับ

2. ไอเดียเตรียมคู่มือพนักงาน AI

ไอเดีย 1 : ใส่สมองของคุณใส่ลงไปใน AI

วิธีเหมาะมากโดยเฉพาะคนที่เป็น Expert ในสายงานของตนเองมายาวนาน เพราะคุณจะรู้อย่างทะลุปรุโปรงแล้วว่าต้องทำอะไร อย่างไร และอะไรที่ไม่ควรทำ ฯลฯ กรณีนี้ คุณสามารถร่าง Instruction ให้ AI ซึ่งอุปมากับการ Copy สมองของคุณใส่ลงไปในเอไอ

ไอเดีย 2 : ใช้องค์ความรู้จาก Role model ใส่ลงไปใน AI

วิธีนี้เหมาะสำหรับบุคคลทั้วไปที่มี Role model หรือ บุคคลที่คุณชื่อชอบและนำไปให้ AI เรียนรู้ ยกตัวอย่าง ผมต้องการเทรน AI เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Funnel marketing ผมจึงนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เช่น Alex Hormozi, Russel Brunson และ Neil Patel ไปเทรนเอไอ

ไอเดีย 3 : ใช้ตัวอย่างจาก Role model ใส่ลงไปใน AI

วิธีนี้จะคล้ายข้อ 2 แต่เปลี่ยนจากข้อมูลองค์รวม ไปเป็นข้อมูลจำเพาะ เช่น คุณชอบบทความลักษณะนี้ สำนวนแบบนี้ ลำดับการเขียนแบบนี้ ก็นำตัวอย่างไปเทรนเอไอ

เหล่านี้ Dan Koe ไม่ได้ระบุลงรายละเอียดว่าต้องเทรนอย่างไร CEO Channels จึงขอเสริมว่าวิธีทำสิ่งเหล่านี้ คือ การสร้าง Custom AI กรณี ChatGPT จะอยู่ในเมนู MyGPT และกรณี Gemini จะอยู่ในเมนู Gem

ผู้สนใจเรียนรู้วิธิทำอย่างละเอียด ให้กดสมัคร คอร์ส AI สอนฟรี ในคอมเมนต์ครับ

3. สร้างสภาพแวดล้อมการใช้ AI ให้เราฉลาดขึ้น

ช่วงหลัง ๆ เราอาจได้ยินสำนวน ‘ยิ่งมนุษย์ใช้ AI มากขึ้น จะยิ่งฉลาดน้อยลง’

ขณะที่ Dan Koe นำเสนอแนวคิดการใช้งาน AI ให้เกิดความท้าทายตลอดเวลา โดยออกแบบคำสั่งที่ลดการเออออเห็นด้วยตามเรา และเปลี่ยนมาเป็นคู่สนทนาที่รู้จักตั้งคำถาม โต้แย้ง ชวนขบคิด

เช่น การเขียน Instruction ด้วยปรัชญา ‘First Principles’ ที่ระบุคำสั่งมิให้ AI รีบตอบคำถามทันที แต่ให้ทำหน้าที่ ‘ถามคำถาม’ เพื่อนำทางผู้ใช้เกิดการขบคิดเชิงลึกเป็นชั้น ๆ ลงไปเรื่อย ๆ

หรือการเลียนแบบวิธีคิดของผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดที่มีชื่อเสียงหรือที่คุณชื่นชอบ โดยการป้อนโลกทัศน์ของพวกเขาลงไป เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์ปัญหาในมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าปกติ เป็นต้น

16/02/2026

Seedance AI กำลังสั่นสะเทือนฮอลลีวู้ด 🔥

ByteDance ยักษ์ใหญ่เบื้องหลังแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง TikTok ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเทคโนโลยีและลามไปถึงวงการภาพยนต์ ด้วยการเปิดตัว Seedance 2.0

Seedance คืออะไร?

Seedance คือโมเดล AI สำหรับสร้างวิดีโอ (Generative AI Video) ที่พัฒนาโดยบริษัท ByteDance เปิดตัวเวอร์ชั่น 1.0 เมื่อกลางปี 2025 แต่ยังไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก

จนกระทั่งเวอร์ชั่น 2.0 ถึงปล่อยออกมาเมื่อ 12 ก.พ. 2026 และกลายเป็นกระแส Talk of the town ในข้ามคืน

มีคนดังอย่าง Elon Musk เจ้าของ Grok AI เข้าไปคอมเมนต์ใต้วีดีโอตัวอย่างที่ถูกโพสต์ใน X ว่า “It’s happening fast”

Seedance 2.0 โดดเด่นอย่างไร

ByteDance มีความมั่นใจว่าเวอร์ชั่น 2.0 คือก้าวกระโดดครั้งสำคัญในเรื่องความสมจริงของทั้งภาพและเสียง

เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เวอร์ชั่น 2.0 นำมาสู่วงการ ไม่ใช่เพียงแค่การพิมพ์ข้อความแล้วได้ภาพเหมือนรุ่นก่อนๆแต่มันคือระบบที่รองรับข้อมูลนำเข้าได้หลากหลาย หรือ Multimodal

แตกต่างจากเครื่องมือประเภทเดียวกันในปัจจุบัน ที่ต้องพึ่งพาจินตนาการจากการตีความตัวอักษร แต่ระบบใหม่นี้อนุญาตให้ผู้ใช้งานอัปโหลดทั้งรูปภาพ คลิปวิดีโอ และไฟล์เสียงเข้าไปพร้อมกัน

จากนั้น AI จะทำหน้าที่เสมือน ‘ผู้กำกับดิจิทัล’ ที่นำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมผสาน ร้อยเรียง และสร้างเป็นวิดีโอชิ้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบ

นอกจากนั้น Seedance 2.0 ยังพยายามแก้ปัญหาตลอดกาลของวิดีโอ AI อาทิ วัตถุที่ลอยคว้างผิดธรรมชาติ หรือการเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกับหลักกายวิภาค

เวอร์ชั่นนี้จึงถูกตั้งใจออกแบบมาให้เข้าใจระบบฟิสิกส์ พื้นที่ว่าง และความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวอย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะ

แต่!...

เหรียญย่อมมีสองด้าน

ขณะที่กลุ่มครีเอเตอร์อิสระและนักทำคลิปรายย่อยกำลังตื่นเต้นกับความทรงพลังของ Seedance 2.0 อีกฟากหนึ่ง คือ ฮอลลีวูดกำลังตื่นตระหนกกับผลลัพธ์ของเครื่องมือนี้

เมื่อโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยคลิปวิดีโอที่สร้างโดย AI ซึ่งอ้างอิงถึงแฟรนไชส์ภาพยนตร์ชื่อดัง ที่มีการเผยแพร่คลิปจำลองใบหน้าของนักแสดงระดับโลกอย่าง Tom Cruise และ Brad Pitt ในฉากต่อสู้ หรือแม้แต่ฉากที่เลียนแบบ Spider-Man และ Titanic อย่างสมจริง

สมาคมภาพยนตร์ (สหรัฐฯ) หรือ MPA ได้ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ในทันที โดยระบุว่าการปล่อยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นนี้โดยปราศจากมาตรการป้องกันที่เข้มงวด

อาจนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ในวงกว้างและทำลายระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นข้อกังวลในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นตอน OpenAI เปิดตัวโมเดล Sora เมื่อปีที่แล้ว

- การตอบโต้ของ Disney

ส่งจดหมายระงับการกระทำ (Cease-and-desist) ถึง ByteDance โดยกล่าวหาว่าบริษัทนำตัวละครลิขสิทธิ์อย่าง Spider-Man, Darth Vader, Baby Yoda และแม้แต่ Peter Griffin มาใช้เทรน AI และปล่อยให้ผู้ใช้สร้างคลิปจากตัวละครเหล่านี้ได้เหมือนเป็นของสาธารณะ

- การตอบโต้ของ Motion Picture Association (MPA)

ตัวแทนของสตูดิโอใหญ่ทั้ง Netflix, Disney, Warner Bros, Paramount และ Sony ระบุว่าในเวลาเพียงวันเดียว Seedance 2.0 ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของสหรัฐฯ ในสเกลที่ใหญ่มาก และเรียกร้องให้ ByteDance ยุติการให้บริการทันที

ทางด้าน ByteDance ไม่ได้นิ่งนอนใจ 🙏

ByteDance ได้ออกแถลงการณ์ว่าบริษัทเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและได้รับทราบข้อกังวลแล้ว โดยให้สัญญาว่าจะดำเนินการดังนี้:

- เพิ่มมาตรการป้องกัน (Safeguards): เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานสร้างวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือใช้ภาพลักษณ์คนดังโดยไม่ได้รับอนุญาต

- จำกัดการใช้งาน: มีการระงับความสามารถในการอัปโหลดรูปภาพบุคคลจริงเพื่อนำไปสร้างวิดีโอในบางเวอร์ชั่น

อย่างไรก็ดี บางคนในอุตสาหกรรมภาพยนต์ก็ยังมีความกังวล อาทิ Rhett Reese ผู้เขียนบท Deadpool ถึงกับโพสต์ใน X ว่า

“I hate to say it. It’s likely over for us.” แปลว่า มันน่าจะจบสิ้นสำหรับพวกเราแล้ว

หลังจากที่เขาเห็นคุณภาพของวิดีโอที่ Seedance 2.0 สร้างขึ้น

อนาคตของการผลิตภาพยนต์จะเป็นอย่างไรในวันที่ AI มีศัพยภาพสูงขึ้นจนกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Sukumvit Road
Bangkok
10110