Green Life Plus

Green Life Plus

แชร์

นิตยสารแจกฟรี ที่เต็มไปด้วยสาระความรู้มากมายสำหรับทุกคน / Organizer ระดับ Professional

Photos from Green Life Plus's post 26/05/2026

บางจากฯ ร่วมเวที TNCC แลกเปลี่ยนมุมมองด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใส สะท้อนแนวคิด “Integrity in Practice” สู่การปฏิบัติจริง

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ ในเวที “Integrity in Practice Forum: Shaping the Future through Responsible Governance” ซึ่งจัดโดยหอการค้าไทย-นอร์เวย์ (Thai-Norwegian Chamber of Commerce) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย และเครือข่ายหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมแนวคิดด้านความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และการต่อต้าน คอร์รัปชันในภาคธุรกิจและสังคม

งานดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของหอการค้าไทย-นอร์เวย์ โดยมี H.E. Mrs. Astrid Emilie Helle เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และองค์กรด้านธรรมาภิบาลทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติด้านกำกับดูแลกิจการอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านเวทีเสวนาและการหารือเชิงปฏิบัติการ

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการหอการค้าไทย-นอร์เวย์ ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “From Vision to Practice: Transparency Roadmap” โดยสะท้อนมุมมองว่า ESG และธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ขององค์กร และเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจดำเนินงานในทุก ๆ วัน มากกว่าจะเป็นเพียงกรอบในการจัดทำรายงาน หรือข้อกำหนดเชิงนโยบาย

นางกลอยตา กล่าวว่า ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการทำงานประจำวัน ผ่านกระบวนการที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสร้างความเข้าใจร่วมกันภายในองค์กร โดย “Integrity in Practice” คือการมองให้ไกลกว่าสิ่งที่กฎหมายกำหนด และพร้อมดำเนินการเชิงรุกเมื่อพบสัญญาณเตือน หรือความเสี่ยงด้านจริยธรรม

นอกจากนี้ ผู้นำองค์กรยังต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติจริง (walk the talk) และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ให้พนักงานกล้าตั้งคำถาม กล้าสะท้อนความกังวล และตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น เพราะหลักการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่น การดึงดูดการลงทุน ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บางจากฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2546 พร้อมกลไกสนับสนุนการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ อาทิ ระบบช่วงงดซื้อขายหลักทรัพย์ การเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การกำหนดระดับอำนาจอนุมัติ การแบ่งแยกหน้าที่ในการทำงาน การพิจารณาและอนุมัติโครงการแบบข้ามสายงาน cross-functional ตลอดจนระบบควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และคณะกรรมการตรวจสอบ

ในด้านการดำเนินงาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง การอนุมัติ ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ผ่านหลักปฏิบัติต่าง ๆ เช่น การกำกับดูแลด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบเอกสารและการตรวจสอบย้อนกลับ การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม และนโยบายงดรับของขวัญ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังขยายแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมไปยังคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการกำหนด แนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้า ตลอดจนการจัดกิจกรรมและสัมมนาเพื่อสร้างความตระหนักด้านธรรมาภิบาลร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

บางจากฯ เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ตั้งแต่ปี 2556 และให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านธรรมาภิบาลกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีคู่ค้าของบริษัทฯ จำนวน 136 ราย ที่ได้รับการรับรอง CAC สะท้อนให้เห็นว่าการส่งเสริมความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในองค์กร แต่กำลังขยายไปสู่ห่วงโซ่คุณค่าและระบบนิเวศทางธุรกิจในวงกว้าง ผ่านความร่วมมือของภาคธุรกิจในการร่วมกันยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันร่วมกัน

Photos from Green Life Plus's post 23/05/2026

EXIM BANK มองโลกเผชิญวิกฤต “รุนแรง-ผันผวน-แปรปรวน” ลุยเดินหน้ากลยุทธ์ “5T” นำผู้ประกอบการไทยฝ่าภาวะ 3 สูง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
.
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยในงานแถลงหัวข้อ “โลกเปลี่ยน ความท้าทายใหม่ EXIM BANK เคียงข้างธุรกิจไทยฝ่าวิกฤตโลก” ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะวิกฤตที่ “รุนแรง ผันผวน และแปรปรวน” ใน 3 มิติหลัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนทั่วโลก รวมถึงภาคการส่งออกของไทยที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่
ความขัดแย้งที่รุนแรง ทั้งในรูปแบบของสงครามในสนามรบที่ยืดเยื้อและสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปุ๋ยเคมี สำคัญของโลก จนสั่นสะเทือนถึงความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศมหาอำนาจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ยังส่งผลต่อทิศทางการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
ความผันผวนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดการเงินโลก จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และค่าธรรมเนียมความเสี่ยงสงคราม (War Risk Surcharge) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาทองคำ ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและสภาพคล่องของภาคธุรกิจไทย
ความแปรปรวนด้านสิ่งแวดล้อม จากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศสุดขั้ว ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและต้นทุนการผลิต รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (European Union Deforestation Regulation : EUDR) มาตรการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (Corporate Sustainability Reporting Directive : CSRD) และระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation : PPWR) ที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทั้งโลกและไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำลง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า GDP โลกในปี 2569 จะเติบโตในระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ระดับ 3.1% ลดลงจาก 3.4% ในปีก่อนหน้า ขณะที่การค้าโลกอาจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 2.8% ลดลงจาก 5.1% ในปี 2568 สวนทางกับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี แตะระดับ 4.4% เพิ่มจาก 4.1% ในปีก่อนหน้า
สำหรับประเทศไทย EXIM BANK ประเมินว่า การส่งออกในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวราว 7% โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการขนส่งและค่าประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของประเทศคู่ค้า รวมถึงมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญกับ “ภาวะ 3 สูง” ที่ท้าทายความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ 1) Cost สูง จากต้นทุนวัตถุดิบ โลจิสติกส์ ค่าแรง ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 2) Compliance สูง จากข้อกำหนดด้านมาตรฐานสากล กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรฐานทางบัญชีที่เข้มงวดมากขึ้น และ 3) Competition สูง จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากสินค้าต้นทุนต่ำจากจีน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับโมเดลธุรกิจ และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง
นายชลัช กล่าวอีกว่า ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมทำหน้าที่ Export Co-pilot เคียงข้างลูกค้าด้วยกลยุทธ์ “5T” ตามแนวนโยบายภาครัฐ ประกอบด้วย Target บรรเทาผลกระทบและลดความเสี่ยงให้ลูกค้าโดยเฉพาะ SMEs อย่างตรงจุด ผ่านการออกเยี่ยมกิจการเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้วยการยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย เสริมสภาพคล่อง และประคองการจ้างงานตามความเหมาะสม Transition สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวผ่านผลิตภัณฑ์ Sustainable Finance โดยตั้งเป้าหมายสินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืนที่ 50% ของยอดคงค้างรวม อีกทั้งจะขยายการให้บริการด้าน ESG เช่น การจัดทำรายงานความยั่งยืนสำหรับลูกค้า EXIM BANK ที่สนใจปรับตัวตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก Transform ส่งเสริมการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายตลาดใหม่ผ่านการให้คำปรึกษา การจับคู่ธุรกิจ และการจัดกิจกรรมและ Product Package ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดอื่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เป็น 75% การดำเนินงานทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนหลักการ Transparency สนับสนุนการส่งออกอย่างโปร่งใส สอดรับกับมาตรฐานสากล และดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพ และ Together บูรณาการความร่วมมือภายใน EXIM One Team และกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง Export Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการไทยอย่างครบวงจร
“มาตรการและความช่วยเหลือของ EXIM BANK จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีทั้งความพร้อมในการรับมือและความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายในทุกมิติ โดย EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็น Export Co-pilot เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกสถานการณ์ สนับสนุนให้ธุรกิจไทยไม่เพียงอยู่รอดจากวิกฤต แต่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีการค้าโลก” นายชลัช กล่าว

Photos from Green Life Plus's post 22/05/2026

คอมแพ็ค เบรก โดยคุณมินทร์ลดา อัศวกุลบุรานนท์ รองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและภาพลักษณ์ ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวและสนับสนุน “เอก - มงคล คำสูง” นักแข่งมืออาชีพเจ้าของฉายา “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” จากทีม MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP ลงแข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series 2026 รุ่น Siam GT Class ที่ในปีนี้ยังคงใช้รถแข่งคู่ใจ MINI Cooper F56 Challenge EVO ลงล่าโพเดียม ซึ่งภายในงาน Mini Millennium Auto ผู้จำหน่ายรถยนต์ MINI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยังได้เปิดตัว “คูเปอร์” มาสคอตสุนัขพันธุ์อิงลิชบูลด็อกสุดน่ารักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของรถ MINI ในธีมเรซซิ่ง เพื่อสร้างสีสันและเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มลูกค้า รวมถึงชาว MINIster ให้ใกล้ชิดและมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

Photos from Green Life Plus's post 21/05/2026

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทททให้ต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจาก CNN International

นำโดย Mr. Phil Nelson, Executive Vice President เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าการ ททท. เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่เวทีโลก ผ่านเครือข่ายสื่อระดับนานาชาติ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือเกี่ยวกับงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Ritz-Carlton กรุงเทพฯ โดยเป็นเวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากภาคธุรกิจ นโยบาย เทคโนโลยี และวัฒนธรรมทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อร่วมวิเคราะห์ทิศทางโลกในมิติภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และ Soft Power โดยมีผู้สื่อข่าวและผู้ดำเนินรายการชั้นนำของ CNN เข้าร่วมอย่างใกล้ชิด
ความร่วมมือนี้ จะตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ซึ่งการผนึกกำลังกับเครือข่ายสื่อชั้นนำอย่าง CNN จะช่วยขยายการรับรู้ประเทศไทยในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของอัตลักษณ์วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ วิถีชีวิต และคุณค่าทางสังคม (Value-based Tourism) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวคุณภาพในปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศให้มีความทันสมัย เชื่อมโยงกับกระแสโลก และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ นักลงทุน รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางความคิดจากนานาประเทศได้อย่างยั่งยืน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เหตุการณ์/สถานที่ ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


898/37 Eco Space เกษตร-นวมินทร์
Bangkok
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30