Musikate
นักร้องอิสระ ครีเอเตอร์วิดิโอ ดนตรีสด ติดต่องานทัก inbox ได้เลยค่ะ
หรือทัก LINE : Kadkrisana
18/06/2026
ผมอยากเห็นรายการโหนกระแสไปไกลกว่านี้ เป็นสติปัญญาให้ประชาชนครับ
ผมเห็นข่าว #ฟารีดา #ติณติณ ในรายการ #โหนกระแส ได้ airtime ถึง 3 ครั้ง
ในช่วงเวลานี้ ที่ข่าวการเมืองร้อนแรง ชวนให้ผมคิดว่า ผมเสียดายนะ รายการที่ควรเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนได้ไกลกว่า "ประเด็นใต้เตียงดารา" กลับให้ความสำคัญกับข่าวนี้สูงมากขนาดนี้เลย
ในมุมมองผม ผมมองว่า
1) รายการน่าจะมุ่งเป้าไปที่ประโยชน์สูงสุดคือ "คนดูได้อะไรจากข่าวนั้น?" เพื่อขับเคลื่อนสังคม เป้นแสงสว่างให้ประชาชน และพัดพาประชาชนไปสู่สติปัญญา
2) ผมมองว่าสิ่งที่ประชาชนสนใจ มันก็ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่การเป็น Agenda Setter ของสื่อที่จะกำหนดประเด็นให้แต่ละวัน ว่าคุณจะ Bold ข่าวไหน ให้ประเด็นนั้นมีความเข้มในใจของประชาชน
3) ผมไม่รู้สึกว่า "ฟารีดา" ต้องซ้ำถึง 3 ครั้ง มันควรจบตั้งแต่ครั้งแรก และเป็นการออกรายการแบบ 2 ฝ่าย ที่ประเด็นเดียวคือเรื่องตรวจ DNA แล้วจบ ไม่ต้องไปขยี้อดีต เพราะทุกคนก็เคยมีอดีต พิธีกรอย่างพี่หนุ่ม กรรชัย ก็มีอดีต ทุกคนต่างมีเส้นเรื่องของตัวเอง เลยรู้สึกว่ามันถูกพูดถึงเป็น "ละครข่าวให้ดูสนุก" มากกว่าให้สาระกับคนดู
4) ที่ผ่านมา ผมไม่เขียนถึงข่าวนี้เลย เพราะผมคิดว่าสุดท้าย สังคมคงหาจำเลยเป็นใครสักคน แต่มันจะดีกว่ามาก ถ้าเรื่องระหว่าง 2 คน ถูกสะสาง ด้วยตัวกลางที่มาช่วยให้จบ มากกว่าขยี้ให้ใครบางคนกลายเป็น "ตัวร้าย" เพราะในความสัมพันธ์ของคนสองคน ก็ต่างร่วมกันสร้างมาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งสร้างลูกได้ด้วยตัวคนเดียว มันคือความรับผิดชอบของคน 2 คน โดยที่ไม่พยายามจี้จุดให้ใครต้องรับผิดอย่างโดดเดี่ยวลำพังก็ได้
5) สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ หน้าของข่าวการเมือง ถูกใส่ใจบ้าง ประโยชน์ที่ประชาชนกำลังจะสูญเสีย กับงบประมาณที่รัฐจะใช้ไป เอาภาษีของประชาชนไปใช้ เอาผืนป่าไปจากอุทยาน ผมอยากเห็นโหนกระแสไปไกลกว่านี้ครับ มันจะดีมากจริงๆนะ ฝากพิจารณาครับ
"ผมคิดว่า ประชาชนไม่ได้อยากรู้เรื่องคุณฟารีดาถี่ขนาดนั้น จริงๆนะ ผมเชื่อว่าประชาชนเองก็อยากเสพข่าวที่มีคุณค่ากับพวกเขาเหมือนกันครับ"
ลองหา Airtime เพิ่มขึ้น เพื่อประเด็นที่ไกลกว่าข่าวผัวเมีย สร้างประโยชน์ได้ในวงกว้างอย่างแท้จริงครับ
#ตุ๊ดส์review
17/06/2026
‼️บทความ / ปลากินได้ อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เมื่อห่วงโซ่อาหารกำลังส่งสัญญาณเตือน ว่าธรรมชาติกำลังป่วย
ผลการศึกษาล่าสุดจากคณะนักวิจัยนานาชาติและมหาวิทยาลัยนเรศวร แม้จะยืนยันว่าเนื้อปลาส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริโภคได้ และยังไม่พบความเสี่ยงเฉียบพลันต่อสุขภาพประชาชน แต่หากพิจารณาในมิติของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหาร กลับพบสัญญาณเตือนที่น่ากังวลกว่าตัวเลขการปนเปื้อนในปลาเพียงอย่างเดียว
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “วันนี้กินปลาได้หรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า “ระบบห่วงโซ่อาหารกำลังได้รับผลกระทบหรือไม่” และผลกระทบดังกล่าวจะย้อนกลับมาสู่มนุษย์ในอนาคตอย่างไร
แม้งานวิจัยจะยืนยันว่าตุ่มแผลในปลาแค้ไม่ได้เกิดจากมะเร็งหรือสารก่อมะเร็งโดยตรง แต่เกิดจากการติดพยาธิและแบคทีเรียแทรกซ้อน ทว่าประเด็นที่นักวิจัยให้ความสำคัญมากกว่าคือ การที่ปลาแค้ซึ่งเป็นปลาหน้าดินที่มีความแข็งแรงตามธรรมชาติ กลับมีความผิดปกติเกิดขึ้นจำนวนมาก
สิ่งนี้สะท้อนว่า ระบบนิเวศน้ำอาจกำลังเปลี่ยนแปลงจนส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของสัตว์น้ำ
ในทางนิเวศวิทยา ปลาแค้เปรียบเสมือน ดัชนีชี้วัดสุขภาพแม่น้ำ หากสัตว์ที่เคยทนทานต่อสภาพแวดล้อมเริ่มอ่อนแอ ย่อมหมายความว่าปัจจัยบางอย่างในระบบนิเวศกำลังผิดปกติ
ตะกอนดิน จุดเริ่มต้นของปัญหาในห่วงโซ่อาหาร งานศึกษาระบุชัดว่า ความเสี่ยงสูงสุดไม่ได้อยู่ในตัวน้ำ แต่อยู่ใน ตะกอนดิน สารโลหะหนักที่สะสมในตะกอนสามารถส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตหน้าดิน เช่น กุ้งน้ำจืด , หอย ,หนอนน้ำ และ ตัวอ่อนแมลงน้ำ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถือเป็นฐานรากสำคัญของห่วงโซ่อาหารในแม่น้ำ
เมื่อสัตว์หน้าดินได้รับสารปนเปื้อน สารดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังปลาเล็ก จากปลาเล็กไปยังปลาขนาดใหญ่ และท้ายที่สุดส่งต่อมายังมนุษย์ผ่านการบริโภค กระบวนการนี้เรียกว่า การสะสมทางชีวภาพ (Bioaccumulation) และ การขยายความเข้มข้นตามห่วงโซ่อาหาร (Biomagnification)
กล่าวคือ แม้ปริมาณสารปนเปื้อนในน้ำจะไม่สูงมาก แต่เมื่อสะสมผ่านสิ่งมีชีวิตหลายลำดับขั้น ความเข้มข้นอาจเพิ่มขึ้นในสัตว์น้ำที่มนุษย์นิยมบริโภค
เนื้อปลายังปลอดภัย แต่เครื่องในกำลังส่งสัญญาณอันตราย ผลการตรวจพบว่า เนื้อปลาส่วนใหญ่ยังไม่เกินมาตรฐาน โดยพบเกินเกณฑ์เพียง 1 ตัวอย่างตลอดระยะเวลาติดตาม 1 ปี แต่ในอีกด้านหนึ่ง เครื่องในปลาและอวัยวะภายในกลับพบการปนเปื้อนเกินมาตรฐานประมาณ 30% ของตัวอย่างทั้งหมด
ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตับ ไต และอวัยวะภายในเป็นจุดสะสมสารพิษตามธรรมชาติ หากระดับสารในเครื่องในเพิ่มขึ้น ย่อมสะท้อนว่าระบบนิเวศก็กำลังรับภาระจากสารปนเปื้อนเพิ่มขึ้นเช่นกัน
แม้วันนี้เนื้อปลาจะยังปลอดภัย แต่การที่เครื่องในมีค่าปนเปื้อนสูงขึ้นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสะสมในห่วงโซ่อาหารที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ความเสี่ยงที่แท้จริงของประชาชนไม่ได้มาจากการเล่นน้ำ ผลการประเมินความเสี่ยงยืนยันตรงกันว่า การสัมผัสน้ำ การเล่นน้ำ หรือแม้แต่การสัมผัสตะกอนในระยะสั้น ยังไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงหลักต่อสุขภาพของประชาชน
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ การบริโภคอาหารที่สะสมสารปนเปื้อนเป็นเวลานานหลายปี โดยเฉพาะ ปลาและสัตว์น้ำจากพื้นที่เสี่ยง , เครื่องในปลา , พืชอาหารที่ปลูกในพื้นที่รับตะกอน ,ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของประชาชน
นักวิจัยชี้ว่า ความเสี่ยงของสารหนูและตะกั่วไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นการสะสมในร่างกายอย่างต่อเนื่องนาน 5-10 ปี ก่อนแสดงผลกระทบต่อสุขภาพ
ผลกระทบต่อปลาอาจรุนแรงกว่าที่เห็น เป็นอีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ความเป็นไปได้ที่สารปนเปื้อนจะส่งผลต่อการสืบพันธุ์ของปลา แม้ยังไม่พบหลักฐานการตายจำนวนมากของสัตว์น้ำ แต่ผลการประเมินชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สารปนเปื้อนจะกระทบต่อ การสร้างไข่ ,การผสมพันธุ์ และ การฟักตัวของลูกปลา หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้จำนวนปลารุ่นใหม่ลดลง
ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่ปรากฏชัดในวันนี้ แต่จะค่อย ๆ ส่งผลต่อปริมาณสัตว์น้ำธรรมชาติในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้ชาวประมงพื้นบ้าน ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของชุมชนลุ่มน้ำ
แบบจำลองของนักวิจัยประเมินว่า มลพิษข้ามพรมแดนมีสัดส่วนประมาณ 60-75% และมีลักษณะการกระจายตัวจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย ขณะที่ชนิดของสารปนเปื้อนที่ตรวจพบมีความสอดคล้องกับกิจกรรมเหมืองแร่โลหะหายากมากกว่าเหมืองทองคำ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่ายังต้องศึกษาต่อเพื่อแยกสัดส่วนมลพิษจากกิจกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและใช้เป็นฐานข้อมูลในการเจรจาระหว่างประเทศ
ผลการศึกษาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาอาจทำให้ประชาชนคลายความกังวลได้บางส่วน เพราะยังไม่พบหลักฐานว่าปลาในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงก่ออันตรายเฉียบพลันต่อผู้บริโภค และน้ำประปายังคงปลอดภัยตามมาตรฐาน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง งานวิจัยกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า “ฐานรากของห่วงโซ่อาหาร” เริ่มได้รับผลกระทบจากการสะสมของสารปนเปื้อนในตะกอนดิน
เมื่อสัตว์หน้าดินเริ่มได้รับผลกระทบ ปลาเริ่มมีความผิดปกติ เครื่องในปลาพบการสะสมสารพิษ และมีความเสี่ยงต่อการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในระยะยาว ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า วันนี้กินปลาได้หรือไม่ แต่คือ แม่น้ำสายนี้จะยังสามารถผลิตอาหารที่ปลอดภัยให้คนรุ่นต่อไปได้อีกนานเพียงใด ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมไทยและทุกภาคส่วนต้องร่วมกันหาคำตอบต่อไป
*อ้างอิงจากผลจากการเสวนาวิชาการสาธารณะ เรื่อง “มลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน บทเรียนสากล การจัดการความเสี่ยง การฟื้นฟู และทางออกของประเทศ ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
#มลพิษข้ามพรมแดน #ปลาแค้ #น้ำกกปนเปื้อน #บทความ #สารโลหะหนัก #ข่าวด่วนเชียงราย #เชียงรายวอยซ์นิวส์ #เชียงรายวอยซ์
16/06/2026
เลิกสนใจข่าวดาราเอากันเถอะ สนใจอะไรบนโลกบ้าง
🚨นี่คือคำเตือน ปี 2570 อาจเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และไม่ใช่แค่ร้อนเฉยๆนะ 🔥
🔥มันจะร้อนจนเห็นบิลค่าไฟแล้วขนลุก
มันจะแล้งจนน้ำไม่มีใช้ พืชและสัตว์จะได้รับผลกระทบ น้ำจะท่วม ไฟป่าจะรุนแรง อาหารจะขาดแคลน ปะการังจะฟอกขาวครั้งใหญ่ ค่าครองชีพจะพุ่ง กระแสน้ำในมหาสมุทรได้รับผลกระทบ การท่องเที่ยวมีผลการทบ ชีวิตเราทุกๆคนจะได้รับผลกระทบ หรืออาจแย่กว่านี้
🔥ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) คือคำที่ใช้เรียกปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง 2 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสภาพภูมิอากาศทั่วโลก นำไปสู่ภัยแล้งขั้นรุนแรง คลื่นความร้อน และฝนตกหนักผิดปกติในบางพื้นที่
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Chiang Rai
57100