Kids Can Do Chiang Rai
autism, autistic, occupation therapy, special education, special child, ออทิสติก, ?
27/05/2026
เลี้ยงลูกให้เติบโตมารับความเห็นต่างได้
เพราะเราไม่สามารถบล็อกคนทั้งโลกที่เห็นต่างออกไปจากตัวลูกได้
พ่อหมอเชื่อว่า "ความเห็นต่าง" ถือเป็น "ความสวยงาม" ของโลกใบนี้
เพราะเราคิดต่างกัน โลกจึงดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ได้
จากความเชื่อที่ว่า "โลกแบน" นำมาซึ่งความรู้ การพิสูจน์ และวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เรารู้ว่า "โลกนั้นมีลักษณะเป็นทรงกลม" (ซึ่งก็ไม่กลมเสียทีเดียว รี ๆ ป่องกลางหากจะพูดให้ตรงที่สุด) ... และแน่นอนครับว่า ทุกวันนี้ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า "โลกแบน" อยู่เช่นเดิม ดังนั้นเวลาเราไปพูดคุยกับคนที่เชื่อว่า "โลกแบน" เราอาจต้องใช้สติให้มาก และจงยึดถือหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องเป็นสำคัญ
สุดท้ายแล้ว เราไม่สามารถทำให้ทุกคนเชื่อเหมือนเราได้ นั่นคือ FACT
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือ "ทำความเข้าใจ" และ "ยอมรับ" ว่าเขาเชื่อและคิดเช่นนั้นจริง ๆ ในขณะเดียวกัน เราเองต้องมั่นคงพอในหลักการที่เรายึดมั่นว่าเราคิด และเชื่ออย่างไร ... ไม่ใช่ เออ เอ็งบอกโลกแบน ... แบนก็ได้เอ้า 555 ไม่ได้นา อย่าเสียหลักการของเราเอง เพียงแค่เข้าใจเขาให้มากขึ้น แล้วก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ... แล้วก็อย่าไปเสียสุขภาพจิต เพียงเพราะเขาคิดไม่เหมือนเรา จะเป็นโรคเครียดไปเสียก่อน
ย้ำอีกที เราไม่สามารถทำให้ทุกคนเชื่อหรือคิดเห็นเหมือนเราได้
แต่เราให้เหตุผลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้
ก็คงดีถ้าเขาจะฟังแล้วมองเห็นอะไรที่เป็นเหตุผลและข้อเท็จจริงมากขึ้น
เราเองก็อาจจะได้มุมมองใหม่ ๆ จากเขาได้เช่นกัน ...
แต่ถ้าสุดท้ายแล้วเขายังเชื่อเช่นนั้นที่ต่างจากเรา
เราก็แค่อุเบกขาตามหลักพุทธศาสนา ปล่อยวางให้เป็น
โดยกระบวนที่สำคัญในการบริหารความขัดแย้งและเห็นต่างที่ควรปลูกฝังในทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็คือ "การฟัง" "การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงข้อเท็จจริง" และ "สรุปการเรียนรู้" เราจึงสามารถทำให้เกิดการพัฒนาและไปต่อได้ ซึ่งถ้าอีกฝ่ายไม่ฟัง หรือกลับตั้งอคติกับเรา นั่นคือเรื่องของเขา มิใช่เรื่องของเรา ... เขาเองก็ทำให้เราเชื่อหรือคิดเหมือนเขาไม่ได้เช่นกัน
สอนลูกไว้ให้ชัดตั้งแต่เด็ก ...
เพราะเด็กต้องพบกับ "ความเห็นต่าง" "ความขัดแย้ง" และ "ข้อพิพาทย์" เสมอ โดยเฉพาะวัยอนุบาล ชัดเจนที่วัยประถมศึกษาเป็นต้นไป ... มันอาจเริ่มจาก ... เพื่อนไม่เล่นกับหนู เพื่อนสนิทดันเลือกไปเล่นกับคนอื่น (ในใจเด็กก็จะคิดว่า เธอต้องเล่นกับฉันสิ ฉันเป็นเพื่อนสนิทเธอนะ ซึ่งเพื่อนสนิทคนนั้นก็คือ ไม่ได้คิดอะไรมาก เล่นอันนี้กับอีกคนแล้วมันสนุกดี ก็แค่นั้น) การทะเลาะเมื่อเกิดการแพ้ชนะ การเลือกทีม การตัดสินใจงานกลุ่ม ...
จากนั้นทุกสิ่งจะพัฒนาไปเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบและเชื่อ ที่จะต่างจากคนรอบข้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไอดอลที่ชอบ ไทป์ของเพศตรงข้ามที่ชอบ นิยายที่อ่าน ละครซีรี่ส์ที่ถูกใจ ดาราเคป็อบที่เราอยู่ในด้อมนั้น (อันนี้ชัด ตีกันนัวตลอดเวลาพูดถึงเมนตัวเอง ทั้งที่เธอชอบใครก็ชอบไปสิ จะไปด่าอีกคนทำไม แต่ก็เข้าใจได้ เพราะมันเห็นต่างกันไง ปัญหาจึงเกิดได้ บางทีเราโพสต์ปกติของเรา อวยยศเมนตัวเอง อีกเมนก็หมั่นไส้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เออ เอาสิ คนเรา)
นี่คือ ธรรมชาติของมนุษย์
การอยู่ได้ท่ามกลางความเห็นต่าง จึงถือเป็นทักษะที่สำคัญ เพราะเราไม่สามารถบล็อกคนเห็นต่างให้ออกจากชีวิตเราไปได้หรอก เห็นต่างเหรอ ออกจากประเทศเราไป แบบนี้ก็ไม่โอเคนะ ... ดังนั้นเวลาลูกมาบ่นเรื่อง "ความแตกต่าง" ที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจหรือเป็นปัญหา สิ่งที่พ่อแม่ควรทำนั้นไม่ควรเป็นการเสนอวิธี "การตัด" ปัญหาออกจากชีวิต
ก็ไม่ต้องไปเล่นกับเขา
ก็ไม่ต้องไปสนใจ
ก็ไม่ต้องไปให้ค่า
หรือพูดว่า ก็ไม่เห็นจะเป็นไร
หากแต่ควรกลับมาที่ฐานของใจและสมองของลูกว่า
"แล้วหนูรู้สึกยังไง"
"แล้วลูกทำอย่างไร อธิบายไหม"
"ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น"
"เล่าให้แม่ฟังหน่อย"
เพื่อให้ลูกกลับมาที่ตัวเองก่อน พ่อแม่จะได้ฟังเรื่องราวในมุมของลูกที่เขามองความเห็นต่างและความขัดแย้ง แล้วค่อย ๆ แกะสถานการณ์นั้นเพื่อมองอย่างเป็นเหตุและผลมิใช่เอาอารมณ์เป็นทีตั้ง (ซึ่งอาจใช้เวลานานก็ได้ในการทำความเข้าใจ) สุดท้าย หลายครั้งลูกจะเริ่มมองเห็นว่า Fact คืออะไร หลายครั้งมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไปหรือดีขึ้นเอง และแน่นอนว่า หลายครั้งก็เกิดซ้ำ ๆ แบบนั้นนั่นแหละ เหมือนคนเชียร์แทนยูกับลิเวอร์พูลชอบทะเลาะกันนั่นแหละ (ทะเลาะขำ ๆ จนถึงทะเลาะจริงจัง)
ถ้าอยู่กับความเห็นต่างแล้ว Toxic กับตนเองมาก การตัดออก การบล็อกย่อมเป็นหนึ่งทางเลือกที่ทำได้ แต่ก่อนตัด พึงพิจารณาให้ดี มิฉะนั้นเราอาจไม่เหลือใครในโลก หรือตัดจนเหลือแต่คนที่คิดเหมือนกันเท่านั้น (ก็อาจจะดีก็ได้นะในบางสถานการณ์) แต่สิ่งที่คุณอาจจะเสียไปก็คือ โอกาสที่จะได้มองเรื่องราวต่าง ๆ อย่างรอบด้าน แล้วบริหารสมองส่วนหน้าของเราว่า "เออ ทำไมคนนั้นจึงคิดเช่นนี้" บางทีการ "เอ๊ะ" กับความต่างก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยเช่นกัน
ฝากไว้ให้ครุ่นคิด
#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
คลาส The Art of Parenting by หมอโอ๋ หมอวิน
1. Empowering Self & Resilience ครั้งที่ 2
สร้างตัวตนภายในที่แข็งแรง ให้ล้มได้ลุกเป็น
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
https://mommymonsterth.page365.net/products/81013230
2. เลี้ยงลูกวัยรุ่น (Teen Parenting)
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
https://mommymonsterth.page365.net/products/81302997
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทัก INBOX เพจนี้ หรือที่
http://m.me/108772654958559
สมัครคลาสเรียนด้วยด้วยตนเองที่
https://mommymonsterth.page365.net/
_________________
หนังสือเล่มใหม่ของพ่อหมอ "SUPER HEALTHY เลี้ยงลูกให้แข็งแรงแบบซูเปอร์" สั่งซื้อได้ที่
https://tamjaimorbooks.page365.net/products/81325224
สั่งหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเด็กและการเลี้ยงลูกของหมอวินทั้ง 5 เล่ม
รวมถึง นิทานชุด ‘เด็กชายช่างสงสัย’ ได้ที่
อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
และ https://tamjaimorbooks.page365.net/
S. SUPERHEALTHY เลี้ยงลูกให้แข็งแรงแบบซูเปอร์ [NEW 2569] ***
A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก ฉบับปรับปรุง
(ปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ดี แก้ปัญหากินยาก)
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. The Parent's Guide to The First Year
เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับพ่อแม่มือใหม่
D. สู่วิถีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ฉบับชีวิตจริง
Survival Guide to Breastfeeding
E. นิทานชุด มิน เด็กชายช่างสงสัย (3 เล่ม - เสียงอะไรน่ะ, แปรงฟัน แปรงฟัน, ก็ผมไม่อยากนอนนี่นา)
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ การปฏิบัติ
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
หมู่บ้านสินธานี3 ซอย 8/2
Chiang Rai
57000
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 18:30 |
| อังคาร | 09:00 - 18:30 |
| พุธ | 09:00 - 18:30 |
| ศุกร์ | 09:00 - 18:30 |
| เสาร์ | 09:00 - 18:30 |
| อาทิตย์ | 09:00 - 17:00 |