The Process Design & Multimedia

The Process Design & Multimedia

แชร์

The Process Design & Multimedia รับออกแบบสื่อและสื่อมัลติมีเดียทุกชนิด
รับออกแบบและสร้างเว็บไซต์
รับออกแบบและสร้างแอพพลิเคชัน iOS&App Design

25/06/2020

learn to let go

-----

คิดว่าการ "ปล่อยวาง" นั้นทำได้ยากหรือปล่าว?

วันนี้แอดชวนแฟนเพจมาร่วมคอมเม้นท์กันว่า
นิยามของการปล่อยวางในมุมมองของอิสลามคืออะไร ?
ทำได้ยากหรือไม่?
เราเคยปล่อยวางอะไรได้หรือปล่าว หรือยังมีบางเรื่องที่เรายังคงยึดมันเอาไว้ เพียงเพราะเรายังมีความกลัวในใจอยู่ลึกๆ?

-----

บางคนบอกว่า การปล่อยวางนั้น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำได้ยากสำหรับมนุษย์.

การเรียนรู้ เพื่อตระหนักว่า อะไรที่เราสามารถควบคุมได้ และอะไรบ้างที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา เป็นส่วนหนึ่งของปัญญา

ในหนังสือ Ihya' Ulum ad-din ของอิหม่าม Ghazali ได้อธิบายถึง psycho-spiritual health หรือแปลให้เข้าใจง่ายคือ การมีจิตใจและจิตวิญญาณที่ดี คือ การที่เราสามารถคงความสมดุลระหว่างความกลัว และความหวังได้

ความกลัวนั้นอาจจะต่างกันในแต่ละคน เช่น
ความกลัวที่จะถูกปฏิเสธ
กลัวที่จะเจ็บปวด
กลัวที่จะผิดหวัง
กลัวที่จะล้มเหลว
กลัวที่จะเผชิญหน้า

เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่เราเหนื่อยล้า กับการยึด การถือ การพยายามควบคุมสิ่งหนึ่งให้มันออกมาดี (เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัวในใจ)
เราก็จะมอบหมายสิ่งนั้น ให้แก่พระผู้เป็นเจ้าด้วยเป็นการมอบหมายที่เปี่ยมไปด้วย "ความหวัง"

-----

เมื่อมันถึงจุดที่เรามีความกลัวที่สุด
มันเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด ที่เราเชื่อมั่นในความปรีชาญาณของอัลลอฮ และมอบหมายต่อพระองค์
จงเชื่อมั่นว่าอัลลฮจะอยู่กับเรา
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
จงรับรู้ไว้เถิดว่าเราไม่ได้เผชิญมันเพียงลำพัง..

อ้างอิง: The Revival of the Religious Sciences
by Abu Hamid Al-Ghazali

14/06/2020

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งบางเหตุการณ์ก็นำไปสู่แรงกระเพื่อมทางสังคมที่รุนแรงที่ดังในโลกออนไลน์ก็คือ การติดแฮทแท็ก lives matter can’t breathe เปิดประเด็นให้ทั่วโลกหันมาสนใจกับคำว่า Racism กันมากขึ้น

-----
Racism (การเหยียด) และ Prejudice (เจตคติรังเกียจกลุ่มทางลบ) จากมุมมองของนักจิตวิทยา Gordon Allport ได้พูดถึงเจตคติรังเกียจกลุ่มทางลบไว้ว่า

มนุษย์ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเจตคตินี้ แต่มันเป็นสิ่งมนุษย์มาเรียนในภายหลังจากสังคม แต่ถึงกระนั้น กระบวนการรู้คิดนี้เกิดขึ้นอย่างแยบยล หรือจะให้พูดง่ายๆคือ คนในสังคมหนึ่งๆ มีความหลากหลาย คนจึงต้องพึ่งพากระบวนการการคิดแบบทางลัด เพื่อความรวดเร็ว ทำให้มีจัดประเภทกลุ่มคนคนตามอายุ เพศ ศาสนา เชื้อชาติ สีผิว

แต่ไอ้การแบ่งกลุ่มเช่นนี้มันมีผลเสียค่ะ นั่นคือโอกาสที่คน ตีความที่คาดเคลื่อน ทำให้คนๆนึงตัดสินคนอีกคนนึงล่วงหน้าไปแล้ว หรือที่เราเรียกกันว่า Prejudice ทั้งๆที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่แน่นอน เพียงแค่เพราะว่าเค้าถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เรามองลบไว้ก่อนตั้งแต่ต้น ทั้งๆที่ตัวจริงของคนๆนั้นอาจจะไม่ใช่คนแบบที่เราคิดไว้ก็ได้ค่ะ

-----

แนวคิดประเภทนี้ มักจะคิดว่า การที่เลือก ที่จะปฏิบัติต่อคนๆที่ไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน ทำให้ตนเองรู้สึกมีอำนาจและมีคุณค่า ซึ่งการมีแนวคิดเหมารวมนี้ก็ยังเอื้อให้เกิดกระบวนการที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันสั้นๆว่า แพะรับบาปอีกด้วย

ซึ่งตรงนี้ นาย Gordon ได้แบ่งการมีเจตคติทางลบ เป็น 5 ระดับ:

1. คำพูด- พูดจาดูหมิ่น ไม่ให้เกียรติ หรือแสดงความเกลียดชังออกมาเป็นคำพูดเช่น ไอ้อ้วน ไอ้ดำ ไอ้เตี้ย

2. หลีกเลี่ยง เว้นระยะ เช่น ชัดๆคือเมื่อเราเห็นคนใส่ชุดโต๊ป โพกสะระบั่น หลีกห่างก่อนเพราะกลัวว่าเป็นพวกก่อการร้าย

3. เลือกปฏิบัติหรือกีดกันทางสังคม เพื่อไม่ให้เข้าถึงสินค้าและบริการ รวมถึงทรัพยากรทางสังคมด้วย

4. ทำร้ายร่างกาย ทำลานทรัพย์สิน หรือการสร้าง การสร้างศาลเตี้ยขึ้นมาในสังคม

5. ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

-----

แม้ว่าโลกเราจะรณรงค์ถึงความเท่าเทียมกัน แต่การเหยียดไม่มีทางจางหายไปจากโลกนี้หรอกค่ะ แต่การเหยียดจะแสดงออกแบบอ้อมๆหรือแยบยลมากขึ้นผ่านจิตไร้สึกนึก (unconscious) หรือที่เราเรียกว่าเจตคติรังเกียจกลุ่มแบบแอบแฝง ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นนึงที่น่าสนใจมากๆ สามารถไปอ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ

“ผลของการมองจากมุมของผู้อื่นต่อการลดเจตคติรังเกียจกลุ่มแบบแอบแฝง : อิทธิพลกำกับของการนิยามตัวตนและอิทธิพลส่งผ่านของการเชื่อมโยงตนเข้ากับผู้ อื่น” โดย มนัสนันท์ จิตติจรุงลาภ (2557) - http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46120

-----

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถลบล้างการเหยียดออกจากมนุษย์ได้แต่เราสามารถเลือกที่จะลด ในระดับตัวเองได้นะคะ หากเคยความรู้สึกทางลบต่อคนหรือกลุ่มคนหนึ่งๆ แค่เพียงเพราะกลุ่มที่เขาอยู่ด้วยทำพฤติกรรมไม่ดี ทำให้เราเหมารวมไปซะหมด ตรงนี้เราสามารถลดความรู้สึกตรงนี้ได้ค่ะ

เริ่มจาก สำรวจตัวเองว่าเรามีแนวคิดนี้อยู่ไหม ถามกับตัวเอง หากมีให้ เลือกมองเป้าหมายเช่นเดียวกับคนกลุ่มนั้นที่เรารู้สึกไม่ดีด้วย จะทำให้เราเข้าใจและเอื้อต่อกันมากขึ้น มองหาจุดร่วมกัน

เปิดใจ ทำความรู้จักกับคนที่หลากหลาย ยิ่งได้เดินทางบ่อย ท่องโลกกว้างบ่อย ความคิดเราจะเปิดกว้างขึ้น แต่ถ้างบไม่อำนวยก็ลองอ่านหนังสือหรือศึกษาผ่านยูทูปก็ได้ค่ะ

สุดท้ายนี้คือการมองค่ะ แต่ไม่ใช่มองเรื่อยเปื่อยนะคะ แต่มันคือการมองเห็น “ความแตกต่าง” ยอมรับในความต่าง ให้ได้ ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า การที่คนเราพยายามกดเก็บตนความคิด ไม่รู้สึก ไม่เรียนรู้ ในเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติ คนๆนั้น จะมีแนวโน้มที่จะแสดงออกซึ่งซึ่งการเหยียดมากกว่าคนอื่นๆนะคะ

-----

อ้างอิง
The Top 10 Strategies for Reducing Prejudice by Rodolfo Mendoza-Denton
https://www.psychologytoday.com/us/blog/are-we-born-racist/201012/the-top-10-strategies-reducing-prejudice-part-3-3

20/05/2019

#ประสบความสำเร็จ ด้วย Growth mindset อย่างผู้ศรัทธา

ละหมาดตะรอเวียะห์คืนหนึ่ง อิหม่ามได้อ่านผ่านอายะห์

وَمَا تَوْفِيقِي إِلَّا بِاللَّهِ

"ความสำเร็จของฉันจะไม่เกิดขึ้น เว้นแต่ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮ"
[ฮูด: 88]

จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้...
-------

มีคนเคยพูดไว้ว่า

“ความสำเร็จ ที่ได้มาจากพยายามแต่เพียงอย่างเดียว แต่ปราศจากดุอาอ มันคือความหยิ่งยโส และความสำเร็จ ที่หวังจากดุอาอเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ลงมือทำเลย คือคนโกหก (ไม่ได้มีความจริงจังที่อยากจะประสบความสำเร็จจริงๆ) ”

ในทางจิตวิทยา ได้อธิบายเรื่องการอนุมานสาเหตุไว้ว่า คนที่มองโลกในแง่ดี จะอธิบายความสำเร็จของตน

- ว่าเกิดจากความสามารถของตนเอง
- และเค้าจะรู้สึกว่ามันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป
- และความสำเร็จอย่างหนึ่ง จะนำมาซึ่งความสำเร็จอื่นๆด้วย

ส่วนคนที่มองโลกในแง่ลบ จะมองว่า เค้าประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะ

- โชคช่วย
- และมันคงไม่ฟลุ้คแบบนี้ทุกครั้งไป
- เรื่องอื่นๆที่เค้ากำลังพยายามทำ มันอาจจะล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะเค้าคิดว่าเค้าไม่มีความสามารถ

กล่าวคือ ผู้มองโลกในแง่ดี เมื่อสำเร็จ จะระบุว่าเพราะตัวเรามีความสามารถ แต่ถ้าล้มเหลว ให้ระบุว่าเพราะปัจจัยภายนอก

มองโลกในแง่ลบ คือการระบุว่าเราสำเร็จได้เพราะปัจจัยอื่นๆ ไม่ใช่เพราะเรามีความสามารถ แต่เมื่อล้มเหลวเรากลับระบุสาเหตุว่ามันเป็นเพราะเราเอง ทั้งหมด

--------

จะเห็นได้ว่า คนที่มองโลกในแง่ดี คือคนที่คิดว่า เค้ามีความสามารถ และเค้ายังพัฒนาไปได้อีก แม้เค้าจะล้มเหลว แต่เค้าก็จะยังไม่ล้มเลิก

นั่นเป็นเพราะ เค้าไม่นำความล้มเหลว มาเกี่ยวโยงกับความสามารถ มันจึงเป็น growth mindset ที่ทำให้เค้าอยากปรับปรุง พัฒนาตนเองต่อไป

ในทางกลับกัน คนที่มองโลกในแง่ลบ จะนำความล้มเหลว มาผูกกับติดกับความสามารถของตน

ล้มเหลว = ไร้ความสามารถ

เค้าจึงสร้าง fixed mindset ให้กับตนเอง และไม่คิดที่จะปรับปรุงพัฒนา เพราะว่าเค้าได้ label ตัวเองแล้ว ว่าคือ บุคคลไร้ความสามารถ

-------

ในแง่ของมุสลิมแล้ว นอกเหนือจากเรื่องของความพยายาม เรายังมีความเชื่อ ที่ยึดโยงกับพระผู้เป็นเจ้า อิสลามสอนให้ผูกอูฐให้แน่น พร้อมกับตะวักกัล (พยายามก่อน + ดุอาอ)

อิสลามจึงสอนให้มุสลิมนั้น มองโลกในแง่ความเป็นจริง

กล่าวคือ เมื่อเราทำเต็มที่แล้ว แต่ผลกลับไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ เราก็ขอบคุณ เพราะเรารู้ว่า โลกนี้ มีทั้งปัจจัยที่เราคุมได้ และปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

แต่เมื่อมุสลิมคนหนึ่ง คนใด ได้ประสบความสำเร็จแล้ว ความสำเร็จนั้นคือส่วนผสมของ

ความพยายาม (ที่เกิดผล) + ดุอาอ (ที่ได้รับการตอบรับ)

จึงสมควรอย่างยิ่งที่เขาจะขอบคุณอัลลอฮในความสำเร็จของเขา

“ขอบคุณอัลลอฮ ที่ให้ฉันมีความสามารถ ในการทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ”

وَمَا تَوْفِيقِي إِلَّا بِاللَّهِ

ความสำเร็จของฉันจะไม่เกิดขึ้น เว้นแต่ด้วยความช่วยเหลือของอัลลอฮ์
(ฮูด : 88)

เพราะเหตุใด ผู้ศรัทธาจึงต้องระบุความสำเร็จของตน ว่าเป็นเพราะความสามารถของตน ที่ได้รับการอนมุติจากพระเจ้า ?

นั่นก็เพราะ ศาสนาเน้นย้ำ ให้ผู้ศรัทธา ขัดเกลาจิตใจของตน แม้ในยามที่เค้าประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต
.....ยิ่งสูง ยิ่งนอบน้อม...ยิ่งสำเร็จ ยิ่งมองเห็นความยิ่งใหญ่ในความสามารถของอัลลอฮ....ยิ่งสำเร็จ อีโก้ยิ่งต้องลด

จะเห็นได้ว่า...ผู้ที่ประสบความสำเร็จที่มีความถ่อมตน.... คือผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

เพราะเขาจะไม่นำความสำเร็จ มาเป็นเครื่องมือในการเอารัดเอาเปรียบ หรือ เย้ยหยัน ผู้อื่น

ความสำเร็จของผู้ศรัทธา จะไม่ทำให้ตัวเขาขยายใหญ่ขึ้น แต่มันยิ่งทำให้จิตใจแห่งความยำเกรง ขยายมากขึ้นต่างหาก

เพราะเค้าทราบดีว่า ความสำเร็จของเขา จะบังเกิดไม่ได้ หากปราศจากการอนุมัติของอัลลอฮ

-------

จงเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ที่มองโลกในแง่ดี เพื่อการพัฒนาตนเองต่อไปเรื่อยๆ (growth mindset)

และจงเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ อย่างผู้นอบน้อม ด้วยการขอดุอาอ และการขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเจ้าประสบความสำเร็จ

--------

ขอบคุณอัลลอฮ ที่ให้ฉันมีความอดทน จนประสบความสำเร็จได้

ขอบคุณอัลลอฮ ที่เพิ่มพูนความรู้ให้ฉัน เพื่อที่ฉันจะได้นำความรู้ มาสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น

ขอบคุณอัลลอฮ ที่ให้ฉันมีความเข้าใจในบทเรียน ทำให้ฉันสอบผ่าน และเรียนจบ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท โฆษณาและการตลาด ใน Hat Yai?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


The Process Design & Multimedia
Hat Yai
90110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
อาทิตย์ 08:00 - 17:00