Zen.dnetworkshop

Zen.dnetworkshop

แชร์

ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอ? ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของบริษัทดีเน็ทเวิร์ค โดย คุณเซน.วรวีร์

Timeline photos 17/12/2016

📣📣 แพทย์เตือน!! ระวัง ปิดไฟเล่น มือถือ-แท็บเล็ต-สมาร์ทโฟนในที่มืดก่อนนอน เสี่ยงโรคต้อหิน

🚩 รศ. นพ. นริศ กิจนรงค์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้อำนวยการทางวิทยาศาสตร์งาน ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย และ เลขาธิการวิทยาศาสตร์งานราชวิทยาลัย จักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวในงานเสวนาสุขภาพ " ภัยร้ายสังคมก้มหน้า อาจถึงขั้นตาบอดได้ " ว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตามากกว่า 80% สาเหตุมาจากการได้รับรังสี UV 400, UVA1 และแสงสีฟ้า จากพฤติกรรมจ้องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

พบได้ทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน และ เด็ก โดยพฤติกรรมที่พบส่วนใหญ่ คือ ช่วงเวลาก่อนนอนที่จะมีการหยิบสมาร์ทโฟนมาเล่นในขณะที่ปิดไฟแล้ว จึงเป็นสาเหตุที่เร่งให้มีอาการทางสายตาเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ อันตรายจากแสง UV และ แสงสีฟ้า ที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต จะทำลายดวงตาเมื่อจ้องเป็นเวลานาน เนื่องจากการกระพริบตาจะน้อยลง โดยปกติจะกะพริบตาประมาณ 20 ครั้งต่อนาที เพื่อให้ตาได้รับความชุ่มชื้น การเพ่งมองเป็นเวลานาน จะทำให้ตาแห้ง แสบตา ส่งผลให้การมองเห็นเริ่มผิดปกติ เห็นภาพซ้อน ภาพไม่ชัด พร่ามัว ปวดเบ้าตา กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรม เป็นส่วนทำให้เกิด ต้อเนื้อ ต้อลม และ จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งพบมากขึ้นเรื่อยๆ และรักษาได้ยาก อาจส่งผลให้ตาบอดได้ ขณะที่การตรวจสุขภาพตาน้อยมาก


🔘 วิธีหลีกเลี่ยงแสงอันตราย

1. เลือกอุปกรณ์ป้องกัน หรือ ลดปริมาณแสงสีฟ้าที่ดวงตาได้รับโดยตรง เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด แสงสีฟ้า ป้องกันรังสียูวี หรือใช้แว่นกันแดดที่เคลือบสารป้องกันแสงที่เหมาะสม

2. ปรับค่าความสว่างให้เหมาะสม เมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 1-2 ชั่วโมง ประมาณ 5 นาที

3. การพักสายตาที่ดีที่สุดคือการนอน แต่ถ้าไม่สามารถนอนได้ ให้มองไปไกลๆ หรือพื้นที่สีเขียว เช่น ต้นไม้ เพื่อลดการเพ่งของสายตา นอกจากนี้คือ

4. การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ประเภทผักผลไม้ ที่มีสีเหลืองส้ม จะช่วยบำรุงสายตาได้

ซึ่งคนไทยมากกว่า 50 % เป็นโรคเกี่ยวดวงตา จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปตรวจ
สุขภาพตาทุกๆ 1-2 ปี

ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในแต่ละวันเป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมง ติดต่อกัน มีความเสี่ยงในการเกิด คอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดม แล้วยังมีความสัมพันธ์กับจำนวนการเกิดต้อหิน ในการประชากรที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งหากวินิจฉัยและรักษาช้าเกินไปจะทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร

ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา ได้มีการประกาศเตือนผู้ปกครอง ในเด็กเล็กแรกเกิดถึง 2 ปี ให้งดใช้เพราะจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง ทำให้การเรียนรู้ช้าลง และในเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน เพราะจะทำให้เด็กสมาธิสั้น การเคลื่อนไหวน้อย เด็กจะนั่งนิ่งๆจนกลายเป็น
โรคอ้วน และโรคอื่นๆ ตามมา ไม่ควรจ้องมองสมาร์ทโฟนในบริเวณที่มีแสงน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรปิดไฟนอนแล้วเล่นสมาร์โฟน จะทำให้ตาบอด ผู้ปกครองจึงควรระมัดระวัง

แหล่งที่มา :
http://203.157.19.14/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=63912

สนใจรับข้อมูล หรือ บทความดีๆ ในการดูแลสุขภาพ ถนอมดวงตา
คลิ๊กแอ๊ดไลน์ได้เลยนะคะ 👇
https://line.me/R/ti/p/%40zenshop

Timeline photos 15/11/2016

💻เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนเราก็จะเห็นคนติดจอกันเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เด็กติดจอแท็บเล็ตก้มหน้าก้มตาเล่นเกมอยู่กับจอ ผู้ใหญ่ก็ติดจอสมาร์ทโฟนทั้งหลาย คอยแชท แชร์ไลน์ กันตลอดเวลา

😲😲 โรคยอดฮิตของคนติดจอ 😲😲

✔โรคเกี่ยวกับตา ปวดตา ปวดกระบอกตา สายตาสั้น จากการจ้องหน้าจอเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานๆ เพราะแสงสีของภาพที่ฉูดฉาด การเคลื่อนที่เร็ว ส่งผลให้จอประสาทตาล้า กล้ามเนื้อรอบตาต้องเกร็งตัว ตาแห้งเนื่องจากต้องจ้องมองภาพจอสีต่อเนื่อง การมีพฤติกรรรมแบบนี้ตลอดเวลาจะส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อมเร็ว เมื่อเสื่อมก็จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ จนมองไม่เห็น

อาการหรือโรคปวดศีรษะ ปวดคอ-บ่า-ไหล่ เรามองเห็นได้ชัดเจนว่าในขณะที่เราเมามัน เล่นเกมต่างๆ หรือจ้องมองที่หน้าจอนานๆ นั้น ท่าทางร่างกายของเราก็จะค่อยๆ ค่อมตัวลง คอ-คางจะยื่นออกไปเรื่อยๆ ตัวงองุ้ม และอยู่ในท่าเหล่านี้นาน กว่าจะนึกได้ว่าตัวงองุ้มอยู่เช่นนี้ ก็ต้องล้าไปทั้งคอ-บ่าแล้ว ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเพราะถ้าเลือดไหลเวียนผ่านกล้ามเนื้อบ่า กล้ามเนื้อต้นคอ ที่เกิดการเกร็งจากท่าทางที่ผิดปกติเช่นนี้ จะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เมื่อเป็นเรื้อรังอาจทำให้เป็นต้นเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ด้วย และจากท่าทางเหล่านี้ก็ยังส่งผลให้กระดูกหรือหมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร โรคเหล่านี้เริ่มพบในวัยรุ่นมากขึ้น ทั้งนี้ก็เหตุจากการติดจอนั่นเอง

✔โรคระบบทางเดินหายใจ เคยสังเกตตัวเองไหมว่า หลังจากก้มหน้าก้มตาจนติดจอ เมื่อยืดตัวขึ้นมาเราก็จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อน ถึงจะเริ่มเล่นหรือเริ่มทำสิ่งอื่นต่อ นั่นก็เป็นเพราะว่าเวลาที่เรานั่งหลังงุ้มนานๆ จะทำให้การหายใจไม่สุดปอด ทำให้หายใจได้สั้น เมื่อยืดลำตัวขึ้นจึงเป็นกลไกของร่างกายที่ต้องขับเอาอากาศเสียออกด้วยการถอนหายใจลึกๆ ปอดที่ถูกรบกวนการทำงานจะพบมากในวัยเด็กและวัยรุ่น คือ เด็กหายใจสั้นและติดขัด ส่งผลต่อการขับของเสียหรือเชื้อโรค
ในทางเดินหายใจ เด็กจะเป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย เป็นหอบหืด ได้ง่าย

✔โรคอ้วน และโรคกระเพาะอาหาร การนั่งอยู่กับที่ต่อเนื่องนานๆ ร่างกายก็ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก ไม่เกิดการเผาผลาญ อาหารก็จะเข้าไปพอกพูนเป็นไขมันสะสมโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ก้น ต้นขา ซึ่งเป็นที่สะสมของเซลลูไลท์เป็นอย่างดี นอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ยังส่งผลต่อเรื่องของสุขภาพตามมามากมาย ลำไส้อ่อนแรง ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ อาหารย่อยยาก ท้องอืด และยิ่งเล่นเพลินจนลืมทานอาหาร ก็ทำให้เป็นโรคกระเพาะได้เช่นเดียวกัน

✔โรคนิ้วล็อก เส้นเอ็นข้อมืออักเสบ ปวดข้อมือ ชานิ้ว หลายท่านอาจเริ่มจากเมื่อยหรือรู้สึกว่ากำมือไม่ค่อยลง มือและนิ้วแข็ง กำแล้วเหยียดนิ้วไม่ขึ้น ยิ่งตอนตื่นนอนมารู้สึกมือแข็งเป็นพิเศษ อาการเหล่านี้ ให้เริ่มสงสัยได้เลยว่าเป็นโรคฮิตของคนที่ติดหน้าจอนี่เอง

เทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ก็ส่งผลร้ายต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน เราต้องรู้จักเลือกใช้ เลือกเล่นให้พอประมาณ และที่สำคัญต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ไม่ว่าจะเล่นหรือทำงาน เปลี่ยนมาลุกขึ้นเดินบ่อยๆ ยืดเส้นสาย หมุนหัวไหล่บ้าง ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที เพียงเท่านี้ก็ทำให้รักษาร่างกายเราไว้ได้โดยไม่เป็นโรคเป็นภัยแล้ว จะได้มีร่างกายใช้เล่นไปนานๆ นะ

ที่มา : www.bangkokbiznews.com

----------------------------

📚สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/ปรึกษาปัญหาดวงตา
คลิ๊กแอ๊ดไลน์ได้เลยนะคะ👇
http://line.me/ti/p/%40zenshop

☎ Call Center : 082 499 1777

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ การปฏิบัติ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง คลินิก ใน Min Buri?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


242 ถนนสุวินทวงค์ แขวงแสนแสบ
Min Buri
10500