IFin Financial Planning Program

IFin Financial Planning Program

แชร์

iFin ง่าย จบ ครบในที่เดียว

21/07/2017

การวางแผนเกษียณยุคที่4.0

ปัญหาเรื่องการเกษียณอายุไม่ได้
ไม่ใช่เป็นปัญหาของคนในประเทศใดประเทศหนึ่งไปแล้ว
แต่เป็นปัญหาของคนในหลายๆประเทศทั่วโลก

คำถามสำคัญเรื่องเกษียณที่คนจะเกษียณต้องตอบให้ได้คือ
1.จำนวนเงินที่เฉพาะเจาะจงที่คุณต้องมีเมื่อถึงวันเกษียณคือเท่าไร
จากการสำรวจในอเมริกาพบว่า
คนอเมริกันกว่า90% ไม่สามารถตอบคำถามข้อนี้ได้
(ผมว่าถ้าสำรวจในบ้านเราก็คงไม่แตกต่างกันหรืออาจจะหนักกว่า)

2.จำนวนเงินที่ต้องออมเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายนั้นคือเท่าไร
ถ้าข้อ1ตอบไม่ได้ก็คงหมดหวังที่จะตอบข้อ2จริงไหมครับ

3.จะมีวิธีการลงทุนอย่างไรที่จะทำให้โอกาสสำเร็จมากที่สุด
การลงทุนเพื่อเป้าหมายสำคัญอย่างเกษียณ
ไม่ใช่มุ่งหาแต่ผลตอบแทนสูงๆอย่างเดียว
แต่ต้องมองเรื่องความเสี่ยงของสินทรัพย์ลงทุนด้วยครับ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในเรื่องการวางแผนเกษียณ
1.ความไม่แน่นอนของการลงทุนระหว่างทางทั้งก่อนและหลังเกษียณ
2.อัตราเงินเฟ้อที่ทำให้ต้องเผื่อจำนวนเงินตามข้าวของที่แพงขึ้น
3.การที่ต้องวางแผนเผื่อการมีอายุที่ยืนขึ้น
4.ความยั่งยืนของแผนการเกษียณที่ต้องยั่งยืน
5.การมีรายได้สม่ำเสมอหลังเกษียณ
6.ความยืดหยุ่นของแผนการเงินที่วาง

ในช่วงเวลาก่อนที่คนๆหนึ่งจะเกษียณ
จะต้องเปลี่ยน Human Capital หรือต้นทุนชีวิต ซึ่งได้แก่
ความรู้ ความสามารถ ในการหารายได้
มาสู่ Investment Capital หรือต้นทุนการลงทุน ซึ่งได้แก่
สินทรัพย์ลงทุนที่คุณเก็บสะสม
เช่น หุ้น พันธบัตร ทองคำ อสังหาฯ เงินสด ฯลฯ
เพื่อที่จะทำให้มันเติบโต
เพื่อที่จะใช้ดูแลคนๆนั้นหลังวันเกษียณ
ในวันที่Human Capitalของเขาหมดลง

จำนวนเงินที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนเกษียณ
ที่จะต้องรู้เพื่อใช้ในการวางแผนเกษียนคือ
Safe Savings Rate จำนวนเงินที่จำเป็นต้องออม
เพื่อให้มีเงินตามเป้าหมายเมื่อถึงวันเกษียณ และ
Safe Withdrawal Rate จำนวนเงินที่จะถอนออกมาใช้
และจะมั่นใจว่ามันจะไม่หมดไปก่อนสิ้นอายุขัย

ตัวเลขจำนวนเงินทั้งสอง
จะเป็นตัวเลขที่ใช้ในการออกแบบแผนเกษียณ
เป็นตัวบอกว่าคนๆนั้นจำเป็นต้องมีกองทุนเกษียณเมื่อวันเกษียณเท่าไร
จะเกษียณได้ตามวันเวลาที่ตั้งใจได้หรือไม่
และจะมีชีวิตเช่นไรหลังวันที่หยุดงาน

สำหรับแนวคิดเรื่องค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ
ให้แบ่งค่าใช้จ่ายหลังเกษียณออกเป็น3ช่วงคือ

ช่วงแรก ช่วงGo Go Years ช่วงที่เริ่มเกษียณใหม่ๆ
เป็นช่วงที่ยังแข็งแรง อยากทำอะไรในช่วงที่วัยทำงานไม่ได้ทำ
ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก
ช่วงสอง ช่วงSlow Go Yearsช่วงที่เที่ยวหรือใช้จ่ายเงินลดลง
และช่วงที่สาม ช่วงNo Go Years ช่วงบั้นปลายของชีวิต
ช่วงที่ไม่ค่อยได้ไปไหนค่าใช้จ่ายลดลง

แต่อย่างไรก็ตามในความคิดของผม
ไม่ว่าจะเป็นช่วงหลังเกษียณช่วงไหนก็ตาม
ค่าใช้จ่ายสำคัญช่วงหลังเกษียณที่ทุกคนจะละเลยไม่ได้คือ
ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพที่อาจจะเพิ่มขึ้นสูงมากๆ
ดังนั้นนอกจากการดูแลสุขภาพแล้ว
ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าดูแลสุขภาพ
หรือค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่ต้องเตรียมเผื่อไว้ด้วย

มงคล ลุสัมฤทธิ์ Wealth Designer

Photos 21/06/2017

คำแนะนำที่ทำให้ทุกเป้าหมายเป็นจริง

ผมชอบประโยคนี้จริงๆครับ”คิดให้ใหญ่แต่ให้เริ่มจากเล็กๆ”
มันเป็นประโยคเตือนใจได้ดีในการจะลงมือทำอะไรก็ตาม
ไม่จะเป็นเรื่องของเป้าหมายชีวิต เป้าหมายธุรกิจ หรือเป้าหมายการเงิน

จุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จคือการกล้าที่จะฝัน กล้าที่จะคิด
แต่คนจำนวนมากที่คิดแล้วแต่กลับไม่ได้ลงมือทำ
และหนึ่งในเหตุผลที่ไม่ได้ลงมือทำคือ
การไม่ได้เริ่มต้นลงมือทำสักที

หากคุณไม่เริ่มเดิน คุณจะไปถึงจุดหมายที่หวังไว้อย่างไร
หากคุณไม่เริ่มลงมือทำ สิ่งที่คุณตั้งใจจะสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างไร
หากคุณไม่เริ่มต้นเก็บออมเงิน คุณจะมีเงินล้านวันไหน

คุณเคยเล่นต่อจิ๊กซอว์ไหมครับ
ที่หลังกล่องจิ๊กซอว์คือภาพที่เราต่อจิ๊กซอว์เสร็จรูปจะเป็นอย่างไร
หากคุณมัวแต่มองรูปที่อยู่หลังกล่อง โดยไม่ลงมือทำอะไร
มองให้ตายตัวต่อจิ๊กซอว์มันก็ไม่มีทางจะต่อกันเป็นภาพตามหลังกล่องนั้นได้หรอกครับ

สิ่งที่คุณต้องทำให้ภาพหลังกล่องนั้นเป็นจริงก็คือ
การเริ่มต้นเอาตัวจิ๊กซอว์เล็กตัว สองตัวแรกมาต่อกัน
เมื่อคุณเริ่มต่อ มันจะเริ่มมีทางในการต่อตัวต่อๆไป

ทุกเป้าหมาย ทุกความฝัน
ทางมันมีอยู่แล้วครับ แค่คุณเริ่มเดินทาง ทางมันก็จะเข้ามาหาคุณ
อย่ารอให้พร้อมก่อนออกเดินทางเลยครับ
เพราะคำว่าพร้อมมันจะไม่มีวันมาถึงเด็ดขาด

จงทำเท่าที่รู้ แล้วจะรู้วิธีที่ทำ
คือประโยคที่ผมมักจะเตือนตัวเองเสมอๆ
ในการลงมือทำอะไรบางอย่างที่ผมตั้งใจจะทำ

ฝันให้ใหญ่ ย่อยเป้าหมายให้เล็ก
จดจ่อกับการเดินก้าวเล็กๆทีละก้าว
ทุกฝัน ทุกเป้าหมาย คุณจะไปถึงมันแน่นอนครับ

มงคล ลุสัมฤทธิ์ Wealth Designer

Photos from IFin Financial Planning Program's post 06/06/2017

THAIFA – FA Paper 61
FA Time กับ อ.ตี๋ ชวลิต ลีลาภรณ์, CFP® & FChFP

เปิดหัวด้วยคำถามครับ
1. อะไรคือ FinTech?
2. เรารู้จัก FinTech แค่ไหน?
3. กำลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
4. ข้อดี และข้อเสีย ของ FinTech ต่อธุรกิจ ต่อประชาชน?
5. FinTech สร้างผลกระทบในด้าน + และ – กับเรา และอาชีพเราอย่างไร?
6. ในวันข้างหน้าเราจะอยู่อย่างไรในยุค FinTech?

และยังมีคำถามอีกมากมายครับ ซึ่งคงอธิบายกันได้ไม่หมด และในการคุยกันครั้งนี้ ก็ตั้งอยู่บนแนวคิดของผู้เขียน ซึ่งอาจจะตรงกับแนวคิดผู้อ่านบ้าง ไม่ตรงบ้าง

เริ่มจากมารู้จักกับ FinTech ก่อน FinTech คือ Financial + Technology นั้นคือ สร้าง/นำ Technology และ Financial ใหม่/เก่า มาเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดยเน้นให้ง่ายขึ้น เข้าถึงได้มากขึ้น เร็วขึ้น ถูกขึ้น ปลอดภัยขึ้น สะดวกขึ้น ดีขึ้น สมบูรณ์แบบขึ้น … นั้นหมายถึงโลกที่อาจจะไร้ limit มากขึ้นนั้นเอง

ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีธุรกิจ CrownFunding หรือแนวคิด Startup คืออะไร? นั้นคือแนวคิดให้ทุนกับแนวคิดที่น่าสนใจ นั้นหมายความว่าใครคิดได้ ใครมีความคิดดีๆ เสนอมา ฉันพร้อมให้ทุนไปเริ่มต้น โดยอาจจะมีเงื่อนไขในการร่วมทุน หรือการซื้อกิจการกลับ หรือการจ่ายดอกเบี้ยและผลประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นยุคนี้ขอให้มีความคิดบรรเจิดจะหานายทุนไม่ยากครับ

FinTech เกิดมานานเท่าไรแล้ว? ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าจุดเริ่มต้นคือเมื่อไร แต่ส่วนตัวตั้งแต่ 2010 2011 ก็เริ่มมีคำนี้ใช้กันแล้ว จวบจน 2015 2016 มีความชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ จนปี 2016 ในประเทศไทยก็เริ่มมีสมาคม FinTech ประเทศไทยเกิดขึ้น

ในต่างประเทศหลายต่อหลายประเทศ และหลายครั้งที่กล่าวถึง FinTech ในระดับทวีปด้วยซ้ำ เมื่อต่างประเทศก้าวไป ประเทศไทยเราก็ต้องก้าวตาม จนเมื่อปีที่แล้ว จวบจนปีนี้ ภาครัฐกำลังสร้างกฎกติกา หรือกฎหมายขึ้นมารองรับ FinTech เพื่อรองรับการเกิด การเปลี่ยนแปลง และการผลักดัน จากภาคใหญ่กระจายลงหน่วยงานต่างๆ เช่น จากกระทรวงการคลัง ลงไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึง คปภ. ที่เราคุ้นเคยด้วย ในอีกไม่ช้าไม่นาน คปภ. ก็คงจะอนุมัติกฎ หรืออาจจะเป็น พรบ. ใหม่ๆขึ้นมาเพื่อตอบรับ FinTech เช่นสมมุติว่า ในอนาคตกฎหมายอนุมัติให้บริษัทประกัน และ Broker สามารถก้าวเข้าสู่ FinTech โดยใช้ระบบหุ่นยนต์ / ระบบ Web Site / ระบบ Mobile App ให้สามารถเสนอขายและรับเบี้ยประกันได้โดยตรง จะเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มอาชีพตัวแทน/นายหน้าประกัน?

ถามว่า ภาครัฐจะติด Break FinTech หรือไม่? ก็คงไม่อย่างแน่นอน แถมยิ่งต้องส่งเสริมซะด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อภาครัฐสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ บริษัทต่างๆก็ตอบรับการเปลี่ยนแปลง ตัวเราเองคงหนีไม่ได้ที่จะต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน บางคนก็เห็นเป็นโอกาส แต่บางคนก็อาจจะเห็นเป็นปัญหา เราเลือกที่จะอยู่ข้างไหน? และอยู่อย่างไร?

สำหรับครั้งนี้ เราจะจบลงที่คำว่า “ InsurTech” หรือ “Insurance Technology” ซึ่งเป็น FinTech ในด้านประกันนั้นเอง นั้นหมายความว่ายุค FinTech จะเปลี่ยนโลก ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจประกัน อยากให้พวกเราทุกคนติดตามข่าวสารในด้าน InsurTech กันอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษครับ เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็วมาก และผู้ที่เปลี่ยนแปลงตนเองไม่ทัน อาจจะต้องร้องไห้เหมือน Nokia “เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่โลกมันเปลี่ยนเร็วมาก จนตามไม่ทัน สุดท้ายเราก็กลายเป็นผู้แพ้” https://techsauce.co/topics/insurance/ ที่ Web Site นี้จะมีบทความดีๆในด้าน InsurTech อยู่ไม่น้อยเลยครับ

“เวลาไม่เคยหยุดเดิน แต่พวกเราต้องเดินแซงเวลาให้ได้”

อ้างอิง https://techsauce.co/fintech/what-is-fintech/
http://thaipublica.org/2015/02/crowdfunding/
https://techsauce.co/country/thailand/thailand-fintech-startup-landscape-2016-q1/
https://techsauce.co/topics/insurance/
https://techsauce.co/insurance/could-insurtech-revolutionise-insurance-into-a-utility/
https://techsauce.co/insurance/free-insurance-service-could-solidify-alipays-lead-in-the-payments-sector/

THAIFA “รวมพลัง สร้างอนาคต”
http://www.facebook.com/CFP.Tee

Photos 01/06/2017

วางแผนสร้างPassive Incomeให้ตัวเอง

Passive Income สุดยอดปรารถนาของคนรุ่นใหม่
เรียกว่าถ้าจะชักชวนใครมาทำอะไร
หากจูงใจเรื่องการมาสร้างPassive Income แล้วจะเป็นที่สนใจทันที
เรียกได้ว่ายุคสมัยนี้แทบจะเป็นยุคลัทธิPassive Income กันไปแล้ว
แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถมีPassive Income ได้จริง

ก่อนอื่นเลยมาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า
เจ้าPassive Income จะมาได้ยังไง

Passive Income คือรายได้ที่มาจากทรัพย์สิน
ทั้งเป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้เช่นเงินปันผลจากหุ้น กองทุน ,รายได้ค่าเช่าอสังหาฯ,รายได้จากระบบธุรกิจฯลฯ
หรือทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ เช่นค่าลิขสิทธิ์จากทรัพย์สินทางปัญญา

แต่กว่าจะมีPassive Income ได้
คุณต้องสร้างทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ก่อน
และการที่คุณจะสร้างทรัพย์สินเหล่านั้นได้คุณก็ต้องมีเงิน
แล้วเงินที่จะเอาไปสร้างจะมาจากไหนหละ
ถ้าไม่ใช่มาจากรายได้จากการลงมือทำงานหรือ Active Income
Passive Incomeจึงต้อง เริ่มมาจากActive Incomeก่อน ครับ

ผมนำเสนอวิธีสร้างPassive Income
จากงานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันกันครับ
แนวคิดคือการสร้างสินทรัพย์ที่จะทำให้เงินคุณเติบโต
และเมื่อสินทรัพย์ที่คุณสร้างนั้นเติบโตพอสมควร
ก็เปลี่ยนสินทรัพย์นั้นให้เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้หรือPassive Incomeครับ

ดูตัวอย่างกันเลยนะครับสมมุติตอนนี้คุณอายุ 35ปี
คุณพอเก็บเงินได้เฉลี่ยเดือนละ10,000 หรือปีละ120,000
คุณเริ่มลงทุนทุกปีต่อเนื่อง และลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปีๆละ5%
คุณลงทุนในRMF หรือLTF หรือกองทุนทั่วไปก็ได้
สมมุติได้ผลตอบแทนระยะยาวเฉลี่ย 8%ต่อปี
(กองทุนหุ้น หรือLTF RMF บ้านเราที่ผลตอบแทนระยะยาว
ย้อนหลังมากกว่า8%ก็มีหลายกองครับ)

ครบอายุ 55 พอร์ตการลงทุนของคุณจะมีมูลค่า 9,710,803 บาท
คุณเอาเงินจำนวนนี้เปลี่ยนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้รายได้ประจำ
เช่นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในกองอสังหาฯ
คาดหวังเงินปันผลต่อปี5%(ปัจจุบันกองอสังหาฯบ้านเราได้ปันผลเฉลี่ย6-7%)
คุณจะได้เงินปันผลปีละ 485,540 บาท เฉลี่ยเดือนละ 40,461 บาท

และถ้าคุณรอช้าไปหน่อยไปรอตอนอายุ 60
พอร์ตลงทุนของคุณจะโตเป็น 16,591,740 บาท
ซึ่งจะสร้างPassive Incomeให้คุณไปตลอดชีวิต
ด้วยเงินปันผลปีละ 829,587 บาท หรือ 69,132 บาทต่อเดือน

แผนการลงทุน แบบนี้สำหรับคนทำงานทั่วไป
ผมว่ามันพอเป็นไปได้ครับ
หากคุณได้เริ่มออม เริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้
ไม่ว่าจะเป็นกองทุนต่างๆ หรือแม้แต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทคุณมี
ในชีวิตนี้คุณได้มีPassive Income แน่ๆครับ

มงคล ลุสัมฤทธิ์ Wealth Designer

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง วาณิชย์ ใน Nonthaburi?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nonthaburi
11120