Talib Club
Academic Islamic studies for original muslims and non-muslims
10/05/2026
📕 วารสารอัซซอลิฮีน
ต้องมะอัฟที่ทางเราโพสต์ล่าช้าตามสัญญาที่บอกว่าจะโพสต์ทุกสิ้นเดือนแต่ทางเราจะทยอยโพสต์เรื่อย ๆ ที่ได้ดองเอาไว้นะครับ อินชาอัลลอฮฺ
วารสารอัซซอลิฮีน ประจำเดือนมีนาคม 2026 เราได้นำบทความของนักดาอีย์ที่เป็นเลืองลือและโด่งดังในหมู่วิชาการ คือ อิหม่ามซาราโบโซ และ ซากิรไนค์ มาเรียบเรียงเพื่อทำเป็นคู่มืออย่างง่ายในการทำความเข้าใจอิสลาม สำหรับผู้ที่อยากรู้พื้น ของพื้นฐานอิสลาม เช่นเหมาะสำหรับมุสลิมใหม่ ต่างศาสนิกที่สนใจและมุสลิมเดิมที่ขาดพื้นฐานต่อความเข้าใจ มาศึกษาเล่มนี้ได้มีเนื้อหาไม่หนามาก
วารสารฉบับนี้มีชื่อว่า : คู่มืออย่างง่ายในทำความรู้จักอิสลาม (เมื่อมนุษย์ต้องการทางนำจากผู้สร้าง)
มีเนื้อหาเพียง 42 หน้า
หากท่านผู้อ่านพบเจอข้อผิดพลาดในวารสารฉบับนี้ โปรดแจ้งให้เราทราบ ทางเราพร้อมรับฟังคำชี้แนะท่านด้วยความจริงใจ
ขอต่ออัลลอฮฺให้วารสารฉบับนี้ยังประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน
โหลดอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/130jo0uUe-Y1I5k1tprS1wh_kgGpAGgwF/view?usp=sharing
________________
ในท้ายนี้ ทางกลุ่มเรามีความพยายามอย่างสูงที่จะผลิตผลงานศาสนาให้กับพี่น้อง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เงินในการดำเนินงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม และเรายังต้องการนำเงินส่วนนี้เป็นหนึ่งในกระบวนการจัดทำวารสารรายเดือน พี่น้องสามารถสนับสนุนให้ทางกลุ่มเรา
โดยทางเราจะได้นำเงินบริจาคของท่านมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด อินชาอัลลอฮฺ
พี่น้องสามารถบริจาคช่วยเหลือเราได้ทาง :
ธนาคารไทยพาณิชย์
7042875015
นายสอบรีย์ บิลังโหลด
อินชาอัลลอฮฺ หากจำนวนเงินถึงยอดที่เราวางไว้ ทางเราจะตีพิมพ์วารสารทุก ๆ เดือน เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่ต้องการวารสารที่เป็นตัวเล่มมากกว่าไฟล์ ซึ่ง ณ ตอนนี้ เรายังไม่มีความสามารถที่จะตีพิมพ์วารสาร ด้วยกับงบประมาณที่มีไม่เพียงพอในการตีพิมพ์ สุดท้ายนี้ฝากพี่น้องติดตามหรือช่วยเหลือเท่าที่พี่น้องสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดไลค์ กดแชร์ โพสต์ความรู้เนื้อหาสาระที่ทางเราได้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งต่อความดีงาม
ญะซากุมุลลอฮุค็อยรอน
#จากมาดีนะฮ์สู่หลังอาณานิคม #วารสารอัซซอลิฮีน #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ
03/05/2026
TARBIYAH: เพราะเราไม่มีความสามารถ
เป้าหมายของผู้ศรัทธาทุกคนคือสวรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้คือสิ่งที่รู้โดยทั่วกันและไม่มีใครเถียง แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่เราต่างถวิลหาย่อมมีบททดสอบมากมาย ที่หากตัวเราเองลำพังคงไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้หากไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากพระองค์อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล หนึ่งจากดำรัสของพระองค์ที่พูดถึงความอ่อนแอของมนุษย์ ความว่า :
۞ ٱللَّهُ ٱلَّذِی خَلَقَكُم مِّن ضَعۡفࣲ ثُمَّ جَعَلَ مِنۢ بَعۡدِ ضَعۡفࣲ قُوَّةࣰ ثُمَّ جَعَلَ مِنۢ بَعۡدِ قُوَّةࣲ ضَعۡفࣰا وَشَیۡبَةࣰۚ یَخۡلُقُ مَا یَشَاۤءُۚ وَهُوَ ٱلۡعَلِیمُ ٱلۡقَدِیرُ ﴿ ٥٤ ﴾
อัลลอฮฺทรงเป็นผู้สร้างพวกเจ้าในสภาพอ่อนแอ แล้วหลังจากความอ่อนแอพระองค์ก็ทรงทำให้มีความแข็งแรงแล้วหลังจากความแข็งแรงทรงทำให้อ่อนแอและชราภาพ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ อานุภาพ [อัรรูม : 54]
ในตัฟซีร อัซซะอฺดีย์ ได้อรรรถาธิบายอายะฮฺนี้ไว้ว่า : "พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกเล่าถึงความรอบรู้ที่กว้างขวาง อานุภาพอันยิ่งใหญ่ และวิทยปัญญาอันสมบูรณ์ของพระองค์ โดยพระองค์ทรงเริ่มสร้างมนุษย์จาก 'ความอ่อนแอ' ซึ่งหมายถึงระยะแรกเริ่มของการสร้าง ตั้งแต่การเป็นหยดน้ำเชื้อ กลายเป็นก้อนเลือด กลายเป็นก้อนเนื้อ จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งมีชีวิตในมดลูกและคลอดออกมา ซึ่งในวัยทารกนั้น มนุษย์อยู่ในสภาวะที่อ่อนแอที่สุด ไร้ซึ่งพละกำลังและความสามารถ
หลังจากนั้น อัลลอฮฺทรงเพิ่มพูนกำลังให้แก่เขาทีละน้อย จนกระทั่งเข้าสู่ 'วัยหนุ่มสาว' ซึ่งเป็นช่วงที่พละกำลังมีความมั่นคงและสมบูรณ์ ทั้งพละกำลังภายนอก (ร่างกาย) และภายใน (สติปัญญา/จิตใจ)
ต่อมามนุษย์ก็เคลื่อนย้ายจากวัยนี้กลับไปสู่ 'ความอ่อนแอ' อีกครั้ง นั่นคือช่วงวัยชราและวัยไม้ใกล้ฝั่ง
{พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์} ทั้งนี้เป็นไปตามวิทยปัญญาของพระองค์ ซึ่งหนึ่งในวิทยปัญญานั้นคือ การให้บ่าวได้เห็นถึงความอ่อนแอของตนเอง และให้ตระหนักว่า 'ความแข็งแรง' ของเขานั้นถูกล้อมรอบด้วย 'ความอ่อนแอ' ทั้งสองด้าน (คือตอนเกิดและตอนแก่) เพื่อให้รู้ว่าโดยลำพังตัวเขานั้นมีแต่ความบกพร่อง หากอัลลอฮ์ไม่ทรงมอบพลังให้ เขาก็ย่อมไม่มีพละกำลังหรือความสามารถใด ๆ และหากพละกำลังของมนุษย์เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด เขาก็อาจจะลำพองตน ละเมิดขอบเขต และเย่อหยิ่งจองหอง
นอกจากนี้ เพื่อให้เหล่าบ่าวได้ประจักษ์ถึงความสมบูรณ์แห่งอานุภาพของอัลลอฮ์ ที่ทรงสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และบริหารจัดการสรรพสิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยที่พระองค์ไม่ทรงประสบกับความเหนื่อยล้า ความอ่อนแอ หรือความบกพร่องใด ๆ เลยแม้แต่น้อย" [1]
จากตัฟซีรจึงเห็นได้ว่า ความอ่อนแอของมนุษย์อยู่ในทุกช่วงวัยของมนุษย์ และหลีกหนีการขอความช่วยเหลือจากพระองค์มิได้เลย ตั้งแต่เยาว์วัยไปจนถึงชรา และหากใครก็ตามที่คิดว่าตัวเขานั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ แท้จริงเขาได้ดำเนินอยู่บนหนทางที่หลงไปไกลลิบ
และอิสลามไม่ใช่ศาสนาที่เมื่อบอกถึงปัญหาหรือจุดด้อยที่บ่าวอย่างเราต้องแก้ไขมาอย่างลอย ๆ หรือเปล่าประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้ให้ทางแก้ปัญหาหรือวิธีการแก้ไขอะไรแก่เราเพื่อปรับปรุงให้เราเป็นบ่าวที่ดีขึ้น ไม่ใช่เลย! ทว่าอิสลามคือศาสนา ที่เมื่อกล่าวถึงปัญหาใดก็ตามแล้ว จะไม่มีทางที่จะไม่พ่วงตามมาด้วยกับวิธีแก้ไขปัญหาหรือทางออกสำหรับเรื่องราวนั้น ๆ ในความอ่อนแอของเรา และการที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์ก็เช่นกัน หนึ่งจากดุอาอ์ทั้งหลายที่เลื่องลือ และเป็นที่รู้กันว่าเป็นดุอาอ์เพื่อขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ซึ่งมีแบบอย่างมาจากซุนนะฮ์ของเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ และตัวผู้เขียนเองก็เชื่อว่าพวกเราเองก็ท่องจำกันได้อยู่แล้วไม่น้อย และท่องเป็นประจำอยู่แล้วในทุกเมื่อเชื่อวัน คือดุอาอ์ที่ท่านนบีได้สอนให้แก่ท่านมุอาศ บิน ญะบัล (ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทัยท่าน) ให้ท่านอย่าได้พลาดที่จะกล่าวหลังจากทุก ๆ การละหมาดของท่าน :
اَللَّهمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ، وشُكْرِكَ، وَحُسْنِ عِبادَتِكَ
“โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือฉัน ในการรำลึกต่อพระองค์ ขอบคุณต่อพระองค์ และปฏิบัติอิบาดะฮ์อย่างดีต่อพระองค์” [2] [3]
ชัยค์อับดุสสลาม บิน มุฮัมมัด อัชชุวัยอิร (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องรักษาท่าน) ได้อธิบายโดยสรุปเกี่ยวกับดุอาอ์นี้ไว้อย่างสวยงามและเข้าใจง่ายว่า : “ผู้รู้บางท่านได้กล่าว (เกี่ยวกับดุอาอ์นี้) ว่า หลังจากการละหมาด (ในที่นี้) หมายถึง ซึ่งที่ในนั้นมีการขอดุอาอ์ ไม่ใช่เพียงการสรรเสริญและการยกย่องเท่านั้น แต่เป็นช่วงของการวิงวอนขอด้วยเช่นกัน และช่วงนั้นคือช่วงเวลาระหว่างการละหมาด” (สามารถขอดุอาอ์นี้ในระหว่างละหมาดได้เช่นเดียวกัน มิได้จำกัดเพียงหลังละหมาดเท่านั้น) ชัยค์กล่าวต่อ “จงจำมันให้ดี ( اَللَّهمَّ أَعِنِّي عَلَى ذِكْرِكَ) ให้ท่านวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ให้พระองค์ช่วยเหลือท่านในการรำลึกถึงพระองค์ เพราะสิ่งแรกที่ความพยายาม (ในการดุอาอ์) ของเขาจะส่งผล ก็คือตัวเขาเอง (أَعِنِّي) ตรงนี้คือเตา
ฮีด (وشُكْرِكَ) การขอบคุณ (กตัญญู) ที่ไม่ใช่เพียงด้วยกับลิ้นเท่านั้น ทว่าจงขอบคุณด้วยกับหัวใจและด้วยกับร่างกาย ดังเช่นดำรัสของอัลลอฮ์ อัซซะวะญัล :
ٱعۡمَلُوۤا۟ ءَالَ دَاوُۥدَ شُكۡرࣰاۚ وَقَلِیلࣱ مِّنۡ عِبَادِیَ ٱلشَّكُورُ﴿ ١٣ ﴾
พวกเจ้าจงทำงานเถิด วงศ์วานของดาวู๊ดเอ๋ย! เพื่อเป็นการขอบคุณ และส่วนน้อยแห่งปวงบ่าวของเราที่เป็นผู้ขอบคุณ [สะบะอ์ : 13]
(وَحُسْنِ عِبادَتِكَ) ไม่ใช่เพียงขอให้ปฏิบัติอิบาดะฮ์ ทว่ามันคือ (การขอให้ปฏิบัติ) อย่างดีเยี่ยม ซึ่งผู้ที่จะอิบาดะฮ์อย่างดีได้นั้น คือผู้ที่จะต้องศึกษาในอะห์กามหรือบทบัญญัติของอิบาดะฮ์นั้น ๆ ดังนั้นแล้ว การที่ท่านได้รู้จักมัน และบางบทบัญญัติของมัน ในวงแห่งการแสวงหาความรู้เช่นนี้ จะส่งผลให้การอิบาดะฮ์ของท่านนั้นดียิ่งขึ้น อัลลอฮ์ อัซซะวะญัลได้ตรัสว่า :
لِیَبۡلُوَكُمۡ أَیُّكُمۡ أَحۡسَنُ عَمَلࣰاۚ
เพื่อจะทดสอบพวกเจ้าว่า ผู้ใดบ้างในหมู่พวกเจ้าที่มีผลงานดียิ่ง [อัลมุลก์ : 2]
ท่านฟุฎอยล์ อิบนิ อิยาฎ ฟะกีฮ์แห่งนครมักกะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวไว้ในยุคสมัยของท่านว่า : การงานอะมั้ลที่ดีที่สุดนั้น คือการงานที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด และบริสุทธิ์ใจที่สุด เพราะแท้จริงแล้ว การงานเมื่อปราศจากความบริสุทธิ์ใจแล้วไซร้ มันก็จะไม่ถูกตอบรับ เช่นเดียวกัน เมื่อมันปราศจากความถูกต้องสมบูรณ์ คือไม่ได้เป็นไปตามแบบอย่างแนวทางของเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ มันก็จะไม่ถูกตอบรับเช่นเกัน” [4] จบคำกล่าวของชัยค์ (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องรักษาท่าน)
ดังนั้นแล้ว ส่วนหนึ่งจากความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อคุณ คือการที่พระองค์ทรงทำให้คุณยังคงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพระองค์อยู่เสมอ ทุกครั้งที่พระองค์ทรงตอบสนองความต้องการหนึ่งของคุณ พระองค์ก็จะทรงสร้างความต้องการใหม่อีกอย่างหนึ่งขึ้นมา เพื่อที่คุณจะได้ไม่ห่างเหินหรือตัดขาดจากพระองค์ เพราะแท้จริงแล้ว ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมักจะตีตัวออกห่างจากผู้ที่ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแล้ว และผู้ใดก็ตามที่คิดว่าตนเองไม่ต้องพึ่งพาอัลลอฮ์และตัดขาดจากพระองค์ เขาผู้นั้นย่อมพบกับความพินาศและหลงทาง [5] และด้วยกับดุอาอ์บทนี้เองคือดุอาอ์ที่ชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ได้ระบุไว้ว่าคือดุอาอ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และแทบจะไม่ขาดปากของท่านในตอนสุญูดตามการรายงานของอิบนุลกอยยิม (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) และดุอาอ์บทนี้เอง คือบทสรุปของ :
إِیَّاكَ نَعۡبُدُ وَإِیَّاكَ نَسۡتَعِینُ﴿ ٥ ﴾
เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮ์ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ [อัลฟาติหะฮ์ : 5] [6]
สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอต่อพระองค์อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล ด้วยกับพระนามและคุณลักษณะอันวิจิตรงดงามของพระองค์ โปรดช่วยเหลือพวกเราให้มีการรำลึกถึงพระองค์ ขอบคุณและรู้คุณต่อพระองค์ และอิบาดะฮ์อย่างดีต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว โปรดประทานสวรรค์ชั้นสูงสุดแก่พวกเรา และโปรดรวมพวกเราทุกคนไว้ ณ ที่แห่งนั้น ที่ที่มีเพียงสุข ไร้ซึ่งความโศก ที่ที่ไม่มีความโลภ มีเพียงความรัก ที่ที่ไร้ซึ่งความหน่ายและความเหนื่อย ที่ที่ไม่มีความเบื่อเพราะมีหลายสิ่งอย่างมากมายมาเบนออกไปให้ทำ ที่ที่ซึ่งไม่ต้องพะว้าพะวงเรื่องกาลเวลา ที่ที่เรื่องของเวลาเป็นเพียงเครื่องประดับข้อมือ ที่ที่ไม่ต้องจากคนรักไปไหนไกลกันอีก และความสุขอันเป็นนิรันดร์ที่แม้นพรรณนาตลอดทั้งชีวิตก็คงไม่หมด นอกเสียจากว่าจงทำความดีสะสมไว้ให้มาก ๆ ด้วยกับความบริสุทธิ์ใจและตรงตามแบบอย่างซุนนะฮ์ของท่านเราะซูล ออกห่างจากบาปต่าง ๆ ที่จะนำพาไปสู่ชิรก์ รักษาอัตเตาฮีดจวบจนลมหายใจสุดท้าย และจงเอาใจใส่แต่เพียงสิ่งเป็นประโยชน์ จงขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และสุดท้ายคือสิ่งสำคัญ จงอย่าได้ยอมแพ้ อินชาอัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงรวมเราไว้ให้ได้พบเจอกับสวรรค์ของพระองค์และความสุขอนันต์เป็นสิ่งตอบแทน
اللَّهُمَّ أعِنَّا عَلَى ذِكْرِكَ وَشُكْرِكَ وَحُسْنِ عِبَادَتِكَ
نسأل الله العافية والسلامة
والله تعالى أعلم
[1] กดตัวเลือกอัซซะอ์ดีย์ จากเว็บ : https://quranenc.com/th/browse/thai_mokhtasar/30/54
[2] บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ (1522) , และอันนะซาอีย์ เลขที่ (1303) , และอิบนุคุซัยมะฮ์ เลขที่ (751) , และชัยค์อัลบานีย์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ให้สถานะเศาะเฮียะห์
[3] ความหมายบางส่วนจาก : https://www.facebook.com/share/1DBC2WbgAN/?mibextid=wwXIfr
[4] คลิปอธิบายโดยสรุปของชัยค์ : https://www.instagram.com/reel/DVi9TogjMRW/?igsh=MWZqN2EwOWU4MWQ5Zw==
[5] บทความจากเฟซบุ๊คของ อ.อับดุลวาริซ พงศ์เพ็ญชัย (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องคุ้มครองท่าน และอภัยโทษแก่ท่านและครอบครัว) : https://www.facebook.com/share/p/18gxQ2vSjP/?mibextid=wwXIfr
[6] บทความบางส่วนจากเฟซบุ๊ค : Mumin Preechasil ; ซึ่งสรุปถ้อยคำนะศีหะฮ์มาจาก อ.อับดุลวาริซ พงศ์เพ็ญชัย (ขออัลลอฮ์ทรงปกป้องคุ้มครองท่าน)
#้เพราะมนุษย์เรานั้นอ่อนแอ #ตัรบียะห์ขัดเกลาจิตใจ #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ
01/05/2026
❌เต็มแล้วนะครับ ขอมะอัฟด้วยครับ❌
(สำหรับใครโอนแล้ว แต่กรอกไม่ทันทักแชตและให้รายละเอียดใน Inbox เพจได้เลยนะครับ)
แจกวารสารชุดความรู้ทรงคุ้มค่าเป็นรูปเล่ม
🎁 เหลือ 30 ชุดสุดท้าย (3 เล่ม/ชุด)
เล่มที่ 1 (เล่มซ้าย) เป็นวารสารที่เขียนว่า ทำไมอิสราอิลถึงมีอิทธิพลมากในการกดดันให้อเมริกาทำสงครามในโลกอาหรับ
เล่มที่ 2 (เล่มกลาง) เป็นวารสารที่เขียนขึ้นในมุมมองสะลาฟีย์เกี่ยวกับการเมืองของโลกมุสลิมตั้งแต่ยุคนบีถึงยุคนี้โดยสรุป
(ใน 2 เล่มแรกนี้เป็นการอัพเดตข้อมูลให้กับผู้ศึกษาความรู้ให้ทันเท่ากับยุคสมัยเกี่ยวกับสงครามและการเมืองของโลกมุสลิมที่เราต้องเผชิญ)
เล่มที่ 3 (เล่มขวา) เป็นเล่มที่อยากแนะนำให้ได้อ่านมากเพราะเป็นงานเขียนของอบูอิยาด ผู้รู้และนักดาอีย์ในโลกอังกฤษที่เขียนเพื่อตอบโต้ว่าแท้จริงการเชื่อพระเจ้าสมเหตุสมผลและอะไรที่มาล้างสมองมนุษย์ให้คิดว่าการปฎิเสธเป็นสิ่งที่เป็นเหตุผลมากกว่า
รบกวนผู้สนใจช่วยออกค่าส่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพียง 100 บาท เราจะเอาเงินส่วนนี้เป็นค่าดำเนินการเช่นค่าส่ง ค่าซองและที่เหลือจะนำมาผลิตวารสารเล่มถัด ๆ ไปเพื่อในการแจกจ่ายรอบต่อไป
📌 สนใจรับกรอกฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้หรือแสกน QR หน้าโปสเตอร์ได้เลย :
https://forms.gle/Tq2xij2cVnKSYdAE7
บาร็อกัลลอฮุฟีกุม 🤲
#วารสาร3เล่ม #แจกวารสาร #ศาสนาอิสลาม #มุสลิม #ซะลาฟีย์ #แนวทางสลัฟ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ องค์กรนั้น
เว็บไซต์
ที่อยู่
Pattani
94000