JLS Credit

JLS Credit

แชร์

เพื่อนเจ้าของธุรกิจ

03/06/2022

ถอดหน้ากากไม่ยาก ให้ประชาชนตัดสินใจ | #บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
"ภูเก็ต" ออกประกาศ "ถอดหน้ากากได้" ภายใต้ 4 เงื่อนไข ตั้งแต่ 1 มิ.ย. อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะประกาศให้การ "สวมหน้ากากอนามัย" กลางแจ้งเป็นทางเลือก สวมก็ได้ถอดก็ได้ให้ประชาชนตัดสินใจได้เอง
เป็นข่าวฮือฮาเมื่อจังหวัดภูเก็ตออกประกาศคำสั่งจังหวัดภูเก็ต เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต สาระสำคัญคือ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. "ถอดหน้ากากได้" ภายใต้ 4 เงื่อนไข ได้ยินอย่างนี้หลายคนหูผึ่งเพราะเบื่อหน่ายกับการสวมหน้ากากอนามัยมาสองปีกว่าเต็มที ลองอ่านเงื่อนไขพบว่า ถอดหน้ากากได้เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้
1. ขณะรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม
2. ยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่รัฐ
3. ออกกำลังกาย อยู่ในที่โล่งแจ้งที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
4. บริเวณชายหาด สวนสาธารณะหรือ สนามกีฬาซึ่งห่างจากบุคคลอื่นไม่ต่ำกว่า 2 เมตร อดคิดไม่ได้ว่าข้อ 1 และ 2 เป็นเงื่อนไขแบบกำปั้นทุบดิน คงไม่มีใครสวมหน้ากากรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ก็ต้องถอดอยู่แล้ว ส่วนข้อ 3 และ 4 ฟังดูมีเหตุผลขึ้นมาบ้าง
หากพิจารณาตัวอย่างจากต่างประเทศเงื่อนไขไม่ยาก แค่ประกาศว่าการสวมหน้ากากกลางแจ้งเปิดให้เป็นทางเลือกของประชาชน จะสวมก็ได้ไม่สวมก็ได้ใช้วิจารณญาณกันเอาเองไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
บางประเทศก็มีเงื่อนไขขึ้นมาบ้างว่า ยกเว้นในอาหารและในรถสาธารณะที่ยังต้องสวมต่อไป เพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียใช้หลักการนี้ รวมถึงแนะนำผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ไอต่อเนื่องสวมหน้ากาก
ส่วนเดนมาร์ก เมื่อหลายเดือนก่อนเป็นประเทศแรกของสหภาพยุโรปที่ยกเลิกข้อจำกัดคุมโควิด-19 ทั้งหมดรวมทั้งการสวมหน้ากากแม้ว่าการติดเชื้อโควิด-19 (ณ ขณะนั้น) ยังค่อนข้างสูง แต่ทางการมองว่าโควิดไม่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงอีกต่อไป ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศสูงแล้ว
สำหรับไทยที่วันนี้ประชาชนติดโควิดกันก็เยอะ ฉีดวัคซีนกันก็มาก หากรัฐบาลเชื่อมั่นในประชาชนก็ควรถึงเวลาประกาศให้การสวมหน้ากากอนามัยกลางแจ้งเป็นทางเลือก สวมก็ได้ถอดก็ได้ให้ประชาชนตัดสินใจได้เอง ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น เพราะท่ามกลางข่าว "ฝีดาษลิง" ที่ซ้ำซ้อนเข้ามา
เชื่อแน่ว่าอย่างไรเสีย คนไทยยังต้องระมัดระวังตัว สวมหน้ากากมาสองปีจนกลายเป็นอวัยวะที่ 34 (ถัดจากโทรศัพท์มือถือ) คงยากจะถอดกันง่ายๆ ประเด็นจึงอยู่ที่ความไว้ใจที่รัฐมีต่อประชาชนมากกว่า
ส่วนกรณีจังหวัดภูเก็ตเมื่อออกคำสั่งมาอย่างนี้จังหวัดอื่นๆ คงทำตามบ้าง กลายเป็นว่าจังหวัดโน้นก็ประกาศจังหวัดนี้ก็ประกาศ แล้วทำไมรัฐบาลไม่กำหนดนโยบายถอดหน้ากากออกมาครั้งเดียวครอบคลุมทั่วประเทศไปเลย ทำไมต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
การปล่อยให้แต่ละจังหวัดออกคำสั่งสำคัญออกมาแบบนี้ชวนให้คิดต่อว่า ในเมื่อแต่ละจังหวัดมีศักยภาพกำหนดความเป็นไปในพื้นที่ของตนเองได้ ถ้าอย่างนั้นก็ควรเลือกตั้งผู้ว่าฯ ให้ประชาชนตัดสินใจอนาคตจังหวัดตนเองไปเลยดีไหม ก็ในเมื่อกรุงเทพฯ ทำได้ทำไมจังหวัดอื่นทำไม่ได้ เรื่องถอดหน้ากากกับเลือกตั้งผู้ว่าฯ ดูๆ แล้วไม่แตกต่างกัน
#ถอดหน้ากาก #สวมหน้ากากอนามัย #โควิด #กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

28/05/2022

บุคคลที่เป็นซีอีโอ (CEO) มักจะถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวิชาชีพและหน้าที่ของตน
อย่างไรก็ดียังมีความแตกต่างระหว่างซีอีโอ ที่สามารถนำพาองค์กรของตนเองสู่ความสำเร็จกับเพียงการได้เป็นและดำรงตำแหน่งซีอีโอ ทำให้นำไปสู่คำถามว่าซีอีโอที่ประสบความสำเร็จนั้น มีคุณลักษณะ หรือ ความสามารถ หรือ ทำอะไรที่แตกต่างจากซีอีโอทั่วๆ ไปบ้าง?
ได้มีกัลยาณมิตรส่งหนังสือชื่อ CEO Excellence มาให้ เป็นหนังสือที่เขียนโดย Carolyn Dewar, Scott Keller และ Vikram Malhotra ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอยู่ที่ McKinsey
หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นจากโจทย์ว่า จริงๆ แล้วซีอีโอทำอะไรบ้าง? จากนั้นก็ถามต่อไปว่าซีอีโอที่เก่งนั้นทำอะไรที่แตกต่างจากซีอีโออื่นๆ บ้าง?
โดยมีกระบวนการคัดเลือกซีอีโอที่เก่งจากผลการดำเนินงานขององค์กร และการได้รับการยกย่อง ซึ่งมุ่งเฉพาะซีอีโอที่เป็นผู้บริหารมืออาชีพเท่านั้น ไม่นับรวมซีอีโอที่เป็นผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของกิจการ
เนื่องจากความเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นั้นทำให้บริบทในการบริหารงานแตกต่างจากซีอีโอที่เป็นมืออาชีพ
ผู้เขียนได้เลือกซีอีโอที่เก่งและประสบความสำเร็จได้มากกว่า 50 คนและเพื่อสัมภาษณ์ในเชิงลึก ผู้เขียนจะไม่มองเฉพาะซีอีโอจากอเมริกาเท่านั้น แต่จะมีซีอีโอ (และอดีตซีอีโอ) จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกด้วย ในไทยนั้นก็มี "กานต์ ตระกูลฮุน" อดีตซีอีโอของ SCG รวมอยู่ด้วย
ซีอีโอโดยทั่วไป จะมีหน้าที่สำคัญอยู่ 6 ประการ และมีหน้าที่ย่อยอยู่ภายใต้หน้าที่หลักทั้ง 6 ประการ โดยหน้าที่เหล่านี้เป็นหน้าที่ซึ่งซีอีโอทุกคนควรที่จะทำ ไม่ใช่เฉพาะของซีอีโอที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้มีหน้าที่ใดที่สำคัญกว่ากัน
ซีอีโอแต่ละคนจะให้ความสำคัญกับหน้าที่เหล่านี้แตกต่างกันออกไปตามแต่ละช่วงเวลาและสถานการณ์ ส่วนซีอีโอที่ประสบความสำเร็จนั้นจะให้ความสำคัญและมุ่งเน้นในหน้าที่ทั้ง 6 ประการตลอดเวลา เพียงแต่ในบางช่วงนั้นอาจจะมุ่งเน้นในบางหน้าที่มากกว่า
รวมทั้งยังสามารถยกระดับหน้าที่ทั้ง 6 ประการให้กลายเป็น Mindset หรือความเชื่อ ทัศนคติ ที่นำไปสู่พฤติกรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จของทั้งองค์กรและตนเอง หน้าที่ของซีอีโอทั้ง 6 ประการประกอบด้วย
1. Direction-setting หรือการกำหนดทิศทางและนำองค์กร ซีอีโอที่เก่งนั้นจะไม่คอยและรอปรับองค์กรให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง แต่จะมองหาโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงมากกว่า
2. Organization alignment หรือการจัดองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร โครงสร้างการบริหารองค์กร และเรื่องของคน
3. Mobilizing leaders หรือการทำงานร่วมกันของทีมผู้นำในระดับต่างๆ ทั้งองค์ประกอบของทีม การทำงานร่วมกันของทีม และบทบาทของซีอีโอในการขับเคลื่อนทีม
4. Board engagement หรือปฏิสัมพันธ์กับกรรมการบริษัท ซีอีโอที่เก่งนั้น จะทำหน้าที่ในเชิงรุกในการช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่ช่วยเหลือองค์กรได้ดีขึ้น ซีอีโอกลายเป็นผู้ช่วยทำให้กรรมการได้มีทักษะที่เหมาะสม ใช้เวลากรรมการได้อย่างมีประโยชน์ที่สุด ประชุมบอร์ดเป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส มีประสิทธิผล สำคัญสุดคือซีอีโอจะต้องดูแลบอร์ดเพื่อให้บอร์ดสามารถกลับมาช่วยองค์กรได้ดีที่สุด
5. Stakeholder connection หรือความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กร ซีอีโอที่เก่งจะเริ่มจากการทำความเข้าใจต่อแรงจูงใจ ความคาดหวัง หรือ ความหวั่นเกรงที่ Stakeholder มีต่อองค์กร จากนั้นก็จะหาหนทางในการดูแลและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบรรดา Stakeholder
6. Personal effectiveness หรือการบริหารและดูแลตนเอง สำหรับซีอีโอที่เก่งนั้น สิ่งที่สำคัญเลยคือการมีวินัยในตนเอง ทั้งวินัยที่จะทำเฉพาะในสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ ซึ่งนำไปสู่การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำ
ทั้ง 6 ประการข้างต้นเป็นเพียงแค่กรอบเบื้องต้นเท่านั้น ในแต่ละแนวทางก็จะมีรายละเอียดที่ลงไปอีก ที่สำคัญคือไม่ได้มีการพบว่ามีซีอีโอคนไหนที่เก่งกาจในทั้ง 6 หน้าที่ แต่ซีอีโอที่ประสบความสำเร็จนั้นจะโดดเด่นในบางหน้าที่
ส่วนในหน้าที่อื่นๆ นั้นจะสามารถทำได้อย่างดี และพบว่ายิ่งซีอีโอโดดเด่นในหน้าที่ต่างๆ มากเท่าไร โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
บทความโดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ | คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
#ซีอีโอ #ประสบความสำเร็จ #กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท เงินทุน ใน Samut Prakan?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


61/13 หมู่ที่ 9 ตรงข้ามบิ๊กซี ตำบล บางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี
Samut Prakan
10540