JarnMoo Channel

JarnMoo Channel

แชร์

ประวัติศาสตร์นอกตำรา ที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน

08/07/2026

🚩​กว่า100ปีก่อน จักรพรรดิ​นี​หว่าน​ห​รง​เเละจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ กับจุดยืน​ประวัติ​ศาสตร์​ในพระราชวัง​ต้องห้าม

​ #พระราชวังต้องห้าม​ #ประวัติศาสตร์​ #ราชวงศ์ชิง

07/07/2026

🚩​วินาทีขนย้าย "สมบัติ​ราชวงศ์​จีน" กว่า​หมื่นหีบ ออกจากพระราชวัง​ต้อง​ห้า​ม​ ปี1933 เพื่อหนีสงคราม​ที่กำลังมาถึง

🚩​จากภาพบน:เราจะได้เห็นหีบไม้ที่มีสมบัติ​ราชวงศ์​จีนจำนวนมากภายใน เมื่อปี 1933 บริเวณลากกว้างประตูอู่(อู่เหมิน)​ชั้นใน เราจะเห็นเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างหนักเเละระวังที่สุดในครั้งนี้ซึ่งเป็น​สมบัติ​กว่าหมื่นหีบชุดเเรกครับ

🚩​ภาพล่าง: จะเป็นภาพปี1933 ภาพเดียวกับภาพบน ที่เติมสีสันเข้ามาเพื่อให้เห็นบรรยากาศ​ช่วงเวลานั้นครับ
(ส่วนตำเเหน่งที่ตั้งของหีบไม้ขนสมบัติ​ในจุดนี้เราจะทิ้งไว้ใต้โพสต์​นะครับ)​
.........

🚩​เหตุการณ์ขนย้ายสมบัติ​ราชวงศ์​จีน​ในพระราชวังต้องห้าม เป็นปฏิบัติการกอบกู้มรดกทางวัฒนธรรมระดับชาติที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นและสะเทือนอารมณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่เลยก็ว่าได้ครับ

🚩​หนึ่งในเหตุการณ์​ที่สำคัญเเละนำไปสู่การขนย้ายสมบัติ​ชาติ ในพระราชวัง​ต้องห้าม​ คือ เหตุการณ์มุกเดน ที่ปะทุขึ้นในปี 1931 ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องตกเป็นของจักรวรรดิ​ญี่ปุ่น​
(ช่วงเวลานั้นอีกประมาณ2ปีถัดมา จักรวรรดิ​ญี่ปุ่นก็ให้ผู่อี๋ขึ้นเป็นจักรพรรดิ​เเห่งเเมนจูกัวเเละเป็นช่วงที่ขนย้ายสมบัติ​พอดี)​

🚩​ส่วนพื้นที่ภาคเหนือของจีนก็ตกอยู่ในอันตราย รัฐบาลก๊กมินตั๋งกลัวว่า ถ้ากองทัพ​ญี่ปุ่นเข้า​ถึงกรุงปักกิ่ง สมบัติล้ำค่าขององค์จักรพรรดิหลายยุคหลายสมัยที่สะสมมานับพันปีในพระราชวังต้องห้าม

🚩​จะต้องถูกปล้นชิงหรือทำลายล้าง จึงได้เริ่มวางแผนลับเพื่อขนย้ายโบราณวัตถุเหล่านี้ลงสู่ทางใต้
ซึ่งเหตุการณ์​ขนย้ายครั้งนี้ ชาวปักกิ่งและปัญญาชนจำนวนมาก เช่น หลู่ซวิ่น และ หูซื่อ คัดค้านอย่างหนัก

🚩​พวกเขามองว่า ถ้าสมบัติถูกย้ายออกไป ปักกิ่งก็คือเมืองที่รอวันแตก การทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการแสดงความอ่อนแอต่อญี่ปุ่น และจะบั่นทอนขวัญกำลังใจของทหารและประชาชนในพื้นที่อย่างมากครับ

🚩​ซึ่งกระแสสังคมโดยทั่วไปไม่ไว้วางใจระบบข้าราชการในตอนนั้น ผู้คนต่างกังวลว่าสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้เหล่านี้ อาจถูกขุนศึกปล้นชิง หรือถูกเจ้าหน้าที่ยักยอกไปเป็นของตนเองระหว่างเส้นทางการขนส่งที่ยาวไกลและวุ่นวาย

🚩​เเต่แรงกดดันอันมหาศาลก็ไม่สามารถ​ยุติการขนย้ายได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มภารกิจบรรจุของลงกล่องแข่งกับเวลา โดนมีการวางแผนขนส่งที่รัดกุมและใส่ใจในทุกรายละเอียดระดับสุดยอดครับ

🚩​เช่น การแพ็คกันกระแทกอย่างแม่นยำสำหรับเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์ซ่งที่เปราะบางสุดๆไปจนถึงเครื่องสำริดที่มีน้ำหนักมาก

🚩​ สมบัติ​ทุกชิ้นจะต้องถูกห่อด้วยกระดาษฟาง ยัดไส้ด้วยฟางข้าว บุด้วยสำลีเพื่อกันกระแทก และสุดท้ายนำไปบรรจุในกล่องไม้ที่แข็งแรงก่อนจะตอกตะปูปิดผนึกด้วยแผ่นเหล็ก กระบวนการทั้งหมดนี้ต้องใช้กล่องบรรจุโบราณวัตถุจากพระราชวังต้องห้ามกว่า 13, 000กล่อง เราจะเห็นในภาพ(บนล่างครับ)​

🚩​เเต่ถ้ารวมกับโบราณวัตถุจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น สถาบันจัดแสดงโบราณวัตถุ และพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน ยอดรวมจะสูงถึงเกือบสองหมื่นกล่องเลยทีเดียว

🚩​กองทัพญี่ปุ่นรุกคืบเข้าใกล้กำแพงเมือง คณะกรรมการพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามมีมติอย่างเป็นทางการให้ย้ายโบราณวัตถุลงใต้ จากนั้นจึงเริ่มคัดเลือกและบรรจุหีบห่อกันกระแทกภายใต้ความลับขั้นสูงสุด

🚩​โดยในช่วงกุมภาพันธ์ 1933 สมบัติลอตแรกถูกขนย้ายออกจากสถานีรถไฟเฉียนเหมินตอนดึก ภายใต้การประกาศกฎอัยการศึกทั่วเมืองและการคุ้มกันอย่างแน่นหนาจากกองทหาร

🚩​ขบวนรถไฟปิดไฟมืดสนิทตลอดการเดินทาง มีทหารและตำรวจยืนคุมเข้มตลอดสองข้างทาง จนในที่สุดก็เดินทางถึงเซี่ยงไฮ้ได้อย่างปลอดภัยครับ (สมบัติ​ในภาพปี1933ไปถึงเซี่ยงไฮ้​อย่างปลอดภัย​ทุกกล่องครับ)

​ #สมบัติราชวงศ์จีน​ #ประวัติศาสตร์จีน #พระราชวังต้องห้าม

07/07/2026

🚩​กว่า100ปีก่อน สัมผัสจุดยืน​ จักรพรรดิ​นี​หว่าน​ห​รงเเละจักรพรรดิ​ผู่​อี๋ ใน​พระราชวัง​ต้องห้าม​ก่อนถูก​เนรเทศ​ออกจากวัง

📌​โพสต์​นี้อาจจะมีประโยชน์​กับพี่ในเพจที่กำลังจะไปเยือนพระราชวัง​ต้องห้าม ​ปักกิ่ง ​ประเทศจีน​ เเละได้พบกับพื้นที่ทางประวัติศา​สตร์ ที่ถูกต้องเเละเเม่ยำ เพื่อสัมผัส​บรรยากาศ​ ผ่านช่วงเวลาในอดีตได้อย่างใกล้ชิดครับ
(เรายังไม่มีโอกาสได้ไปพระราชวัง​ต้องห้าม​ เเต่จะทิ้งเส้นทางเดินที่ใกล้ที่สุดให้ใต้โพสต์​ให้ครับ)​.....

🚩​ภาพบน: บันทึก​ไว้เมื่อปี ค.ศ. 1922 เราจะได้เห็น

📌​จักรพรรดิ​ผู่อี๋ จักรพรรดิ​องค์​สุดท้าย​ของ​จีน​ จะยืนอยู่คนที่ 1 นับจากซ้าย ซึ่งตอนนั้นจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ อายุ ประมาณ 16ปี

📌​หรุนฉี จะยืนอยู่คนที่3 นับจากซ้าย หรุนฉี คือน้องชายของจักรพร​รดิ​หว่านหรง ที่ได้เดินทางเข้าพระราชวัง​ต้องห้าม​ในช่วงที่พี่สาว(หว่านหรง)​จะเเต่งงานกับจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ ซึ่งตอนนั้น หรุนฉี อายุประมาณ 10ปี

🔸​เเละเขาเป็นหนึ่งในคนที่จักรพรรดิ​ผู่​อี๋​รักเเละไว้ใจถึงขนาดเลือกให้เเต่งงานกับน้องสาวตัวเองเเละอยู่จนเเก่ชราเเบบมีความสุข

📌​จักรพรรดิ​นี​หว่าน​ห​รง​ จะยืนอยู่คนที่5 นับจากซ้ายครับ ตอนนั้นอายุประมาณ​ 16ปี อายุเท่ากับจักรพรรดิ​ผู่​อี๋​พอดี
🔸​ส่วนบุคคล​อื่น ผมระบุชื่อไม่ได้ขออภัย​ด้วยครับ

🚩​โดยทุกคนจะยืนอยู่บริเวณ หัวมุมของกำเเพงชั้นในฝั่งตะวันออกที่สร้างล้อมรอบ​พระที่นั่ง​ชินอันเอาไว้ โดยด้านหน้าจะมีหินประดับ หินสำหรับนั่งเเละต้นไม้หนึ่งต้น
🔸​ถ้ามองจากภาพล่าง ที่ได้เติมสีเข้าไป เราจะสัมผัส​ความขลังของสถาน​ที่​ เเละบ่งบอกความรู้สึก​เรื่องราว​ในอดีตได้ดีเลยทีเดียวครับ..............

🚩​ช่วงสองปีสุดท้ายของจักรพรรดิผู่อี๋และจักรพรรดินีหว่านหรงในพระราชวังต้องห้าม ตั้งแต่การเเต่งงานในปลายปี 1922 จนถึงการถูกขับไล่ในปลายปี 1924

🚩​เป็นช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งของ ราชสำนักเล็กมากมาย ถึงแม้จักรวรรดิชิงจะล่มสลายไปแล้ว แต่ตามข้อตกลงที่รัฐบาลสาธารณรัฐมีต่อราชวงศ์
พวกเขายังคงรักษายศถาบรรดาศักดิ์และใช้ชีวิต
ตามธรรมเนียมโบราณหลังกำแพงวังได้

🚩​โดยในปลายปี 1924 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 1924 ขุนศึกเฟิง อวี้เสียงได้ก่อรัฐประหารในปักกิ่ง เเละส่งนายพล ลู่ จงหลิน นำกองทหารมาปิดล้อมพระราชวังต้องห้าม

🚩​ และยื่นคำขาดให้จักรพรรดิ​ผู่​อี๋​ (อานุ18ปี)​ และครอบครัวราชวงศ์​ เก็บข้าวของส่วนตัวและออกจากวัง ณ เวลา​ภายใต้การข่มขู่ด้วยกำลัง จักรพรรดิ​จำใจต้องยอมรับเงื่อนไขที่ถูกแก้ไขใหม่ และส่งมอบตราลัญจกรแผ่นดิน นับตั้งเเต่ออกจากวังมา ก็เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในเวลาต่อมา...ครับ

​ #จักรพรรดิผู่อี๋​ #ราชวงศ์ชิง
#ประวัติศาสตร์

06/07/2026

🇨🇳​วัดกลาง​น้ำ​อายุกว่า 700ปี! สมัยราช​วงศ์​ซ่ง​เเละราชวงศ์​หยวน​ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน

​ ​

06/07/2026

🚩​ศาลาเจ้าแม่กวนอิม กลางน้ำอายุกว่า700ปี สมัยราช​วงศ์​ซ่ง​เเละราชวงศ์​หยวน​

(จะมีวีดิโอให้ชมภายหลังครับ)​

🚩​ศาลาเจ้าแม่กวนอิม แห่งเมืองเอ้อโจว หรือที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า "วัดหลงผานจี"ครับ ​ซึ่งสิ่งที่ทำให้ศาลาแห่งนี้เป็นที่ฮือฮาและน่าทึ่งที่สุด คือสถานที่เเห่งนี้สามารถหยัดยืนอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่เเรงของแม่น้ำแยงซีเกียง

🚩​เเละผ่านการถูกน้ำท่วมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังคงความแข็งแกร่งไม่พังทลายลงมา โดยศาลานี้ที่ตั้งกลางแม่น้ำแยงซีเกียง นอกประตูเมืองเสี่ยวตงเหมิน เมืองเอ้อโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน

🚩​ ห่างจากฝั่งราว 300 เมตร ตำนานเล่าว่ามีการสร้างวัดเล็กๆในสมัยราชวงศ์ซ่งในบริเวณนี้ และได้มีทำการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 1345 สมัยราชวงศ์หยวน

🚩​ถึงเเม้จะเริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวน แต่เมื่อผ่านยุคสมัยการผลัดแผ่นดินและการกัดเซาะของกระแสน้ำ

🚩​สถาปัตยกรรมที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เเสดงให้เห็นโครงสร้างพื้นฐานเดิมของยุคหยวน ที่ถูกสลักลึกด้วยศิลปะการบูรณะและสถาปัตยกรรมจากยุคราชวงศ์หมิงและชิงอย่างเด่นชัด

🚩​ตัวอาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อรับกระแสน้ำ มีความยาวประมาณ 24 เมตร กว้าง 10 เมตร โครงสร้างหลักเป็นไม้แบบศาลาจีนโบราณ

🚩​ภายในมีพื้นที่กะทัดรัดแต่จัดสรรอย่างลงตัว และที่น่าสนใจคือการอยู่ร่วมกันของพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า โดยเรียงลำดับจากด้านหน้า (ทิศตะวันตก) ไปด้านหลัง (ทิศตะวันออก) คือ

🚩​ศาลากวนหลาน , วิหารตงฟางซั่ว, วิหารเจ้าแม่กวนอิม, วิหารเหล่าจวิน และหอฉุนหยางบนชั้นสอง

🚩​ รูปแบบพุทธและเต๋าร่วมชายคาเดียวกันที่ลงตัวในสมัยหมิงและชิงนี้ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการศึกษาคติความเชื่อและสถาปัตยกรรมทางศาสนาของจีน

🚩​โดยเคล็ดลับที่ทำให้ศาลาแห่งนี้ตระหง่านท้าคลื่นลมมากว่า 700 ปีโดยไม่พังทลาย คือความชาญฉลาดของช่างโบราณคือ

🚩​กำแพงกันน้ำทรงโค้ง (หัวเรือต้านคลื่น)จะด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นจุดปะทะกระแสน้ำโดยตรง ช่างก่อสร้างได้นำหินแดงและอิฐสีน้ำเงินมาก่อเป็นกำแพงรูปตัวยู (U) โค้งรับไปกับรูปทรงของโขดหิน
🔸​ กำแพงนี้ทำหน้าที่เหมือน "หัวเรือรบ" ที่ช่วยลดแรงปะทะของมวลน้ำ และทำหน้าที่แหวกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากให้ไหลเบี่ยงออกไปด้านข้าง

🚩​ระบบระบายน้ำอัจฉริยะภายใน อาคารมีการออกแบบช่องเปิดรับแสง (ลานตากฟ้า) และมีสระน้ำที่ก่อด้วยหินอ่อนสีขาว (ฮั่นไป๋อวี้)
🔸​เมื่อน้ำลดหรือมีฝนตกหนัก น้ำที่ขังอยู่จะถูกรวบรวมไว้ที่นี่ และระบายออกสู่ภายนอกอย่างรวดเร็วผ่านท่อระบายที่ซ่อนตัวอยู่ ช่วยให้เสาไม้และโครงสร้างอิฐไม่เน่าเปื่อยจากการแช่น้ำขัง

🚩​ ฐานของอาคารและโขดหินธรรมชาติ​ ถูกยึดประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิท นักธรณีวิทยาสมัยใหม่เคยเข้าสำรวจและยืนยันว่า

🚩​โขดหินธรรมชาติแห่งนี้มีความแข็งแกร่งอย่างมาก ทำให้ศาลาทั้งหลังเปรียบเรือหินยักษ์ที่ทอดสมอฝังแน่นอยู่กลางแม่น้ำ

🚩​ในทุกครั้งที่ถึงฤดูน้ำหลากของลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ระดับน้ำมักจะสูงจนท่วมฐานศาลาหรือแม้กระทั่งหน้าต่างชั้นหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพ ศาลากลางบาดาล ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

🚩​ และพอน้ำลด ศาลาแห่งนี้ก็จะกลับมาตระหง่านเหนือผิวน้ำอย่างสง่างามเช่นเดิมครับ

​ #ราชวงศ์ซ่ง #ราชวงศ์หยวน #ประวัติศาสตร์

06/07/2026

🚩​ "ขันที" เอาชีวิตรอดกันอย่างไร⁉️​ ในวันที่วัง​หลวงถูกยึด จักรพรรดิ​เเละซูสีไทเฮา​หนีออกจากวัง

🚩​ภาพบน: บันทึก​ภาพไว้โดยชาวญี่ปุ่น​ เมื่อปี 1901 เราจะได้เห็น ขันทีท่านหนึ่ง ยื่นอยู่ข้างประตูฝั่งตะวันตกพระที่นั่งเจียวไท่​ ช่วงนั้นถูกพันธมิตร​เเปด​ชาติ​ยึด​พระราชวัง​ ส่วนซูสีไทเฮา​จักรพรรดิ​กวังซ​วี่​ลี้ภัยไปซีอานครับ
📌​ (จะมีตำเเหน่งที่ถูกต้องเเละเเม่นยำใต้โพสต์​นะครับเผื่อมีพี่ท่านใดไปเที่ยวเเล้วอยากไปถ่ายรูปเทียบ​กันครับ)​

🚩​ภาพล่าง: จะเป็นภาพเมื่อปี 1901 เช่นกันเเต่ได้มีการเพิ่มสีเข้าไป เพื่อให้สัมผัส​ถึงบรรยากาศ​กว่า120ปีก่อนว่าเป็นอย่างไรครับ สิ่งที่เราได้เห็นดูรกร้างปะปนไปกับความขลังของ​สถานที่​ รวมถึงความรู้สึกที่โดดเดี่ยวของขันทีบางคนในช่วงเวลาที่วังหลวงถูกยึดครอง
..............

🚩​บันทึกการเอาชีวิตรอดของขันทีผู้เฝ้าพระราชวังต้องห้ามในช่วงปี ค.ศ. 1900–1901 อาจจะไม่เชิงลึกมากเเต่พอให้เห็นภาพสถานการณ์​ในช่วงเวลานั้นครับ

🔸​ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1900 กองกำลังพันธมิตรแปดชาติได้บุกเข้ายึดกรุงปักกิ่ง ทำให้พระนางซูสีไทเฮาและจักรพรรดิกวังซวี่ต้องหนีภัยไปยังเมืองซีอานอย่าง

🔸​ซึ่งพระราชวังต้องห้ามในเวลานั้นก็ไม่ได้ถูกทิ้งร้างซะทีเดียวครับ เพราะยังมีขันทีระดับสูง-ขันทีระดับล่างและนางกำนัล ที่ถูกทิ้งไว้ในพระราชวัง ช่วงเวลากว่าหนึ่งปีที่กองกำลังต่างชาติเข้ายึดครอง

🔸​ปกติเเล้ว อาหารการกิน เงิน ของขันทีจะมีการจัดสรรจากสำนักพระราชวังเป็นระบบ แยกตามลำดับขั้นอย่างเข้มงวด แต่เมื่อกองกำลังพันธมิตรบุกเข้ายึดวัง ระบบเสบียงและการขนส่งของราชสำ​นัก​ก็พังลงครับ

🔸​ซึ่งการที่ขาดผู้นำอย่างพระนางซูสีไทเฮาและจักรพรรดิกวังซวี่ ระบบชนชั้นที่เคยเข้มงวดในหมู่ขันทีก็เริ่มหละหลวม

🔸​ ขันทีระดับสูงที่เหลืออยู่ยังคงกุมอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยนิดในช่วงยึดครองเเบบไม่เป็นธรรม​ ในขณะที่ขันทีชั้นผู้น้อยต้องเผชิญกับความกดดันในการเอาชีวิตรอดอย่างแสนสาหัสพอสมควร​

🔸​ในช่วงแรก ขันทีที่เฝ้าวังทำได้เพียงอาศัยข้าวสาร อาหารแห้ง และของหมักดองที่หลงเหลืออยู่ตามคลังต่างๆ ภายในวัง เช่น ห้องเครื่องหลวง เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ

🔸​ เมื่อเวลาผ่านไป เสบียงในวังก็เริ่มร่อยหรอและหมดลง ประกอบกับภัยสงครามนอกกำแพงเมือง ทำให้ผักสดและเนื้อสัตว์ไม่สามารถขนส่งเข้าสู่วังหลวงได้ตามปกติ

🔸​เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ขันทีจำต้องควักเงินเก็บของตนเองออกมา หรือถึงขั้นลักลอบซื้อขายอาหารในราคาแพงลิ่วกับทหารต่างชาติที่เฝ้ายามอยู่หน้าวัง หรือแม้แต่พ่อค้านอกกำแพงเมือง

🔸​เมื่อการมีชีวิตรอด เป็นเรื่องสำคัญที่สุด สิ่งของล้ำค่าในพระราชวังต้องห้ามจึงกลายสภาพเป็นเพียงเบี้ยต่อรองเพื่อแลกกับเสบียงอาหาร

🔸​เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของจีน ที่ทำให้สมบัติของชาติสูญหายและกระจัดกระจายไปเป็นจำนวนมากครับ

🔸​ขันทีบางส่วนฉวยโอกาสในช่วงชุลมุน ขโมยเครื่องทองเครื่องเงิน ภาพวาดพู่กัน เครื่องลายคราม และโบราณวัตถุล้ำค่าต่างๆ

🔸​นำไปเเลกอาหารกับทหารพันธมิตร พ่อค้าชาวต่างชาติเพื่อประทังชีวิต เเต่ไม่ใช่ขันทีทุกคนที่ทำเเบบนี้ ขันทีที่ดีก็มีครับเเละอาจจะเป็นขันทีระดับสูงเเละระดับล่างก็ได้เช่นกัน

🔸เพราะ​บริเวณทางเข้าออกทุกจุดของพระราชวังต้องห้ามมีทหารพันธมิตรคอยลาดตระเวนและยืนยามอย่างเข้มงวด กองกำลังพันธมิตรมีคำสั่งให้ส่งทหารเข้าควบคุมพื้นที่

🔸​และห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าออกโดยพลการ ขันทีจึงมีสภาพไม่ต่างจากถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในกลุ่มพระที่นั่ง สูญเสียอิสรภาพในการเดินทางโดยสิ้นเชิง

🔸​เมื่อทหารพันธมิตรเปิดพระราชวังต้องห้ามให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวปี1901 ขันทีระดับสูงได้ปรับตัวโดยการทำหน้าที่เป็น มัคคุเทศก์จำเป็น

🔸​คอยเดินนำทางและอำนวยความสะดวกให้กับทหารต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวชมวัง เพื่อแลกกับเงิน หรืออาหาร (จะมีภาพที่บันทึกช่วงนี้ไว้อยู่ใากมายครับ)​

🔸​ขันทีแต่ละระดับจะได้รับ "เบี้ยหวัด" (เงินเดือน) และโควตาข้าวสาร ที่แตกต่างกัน ขันทีระดับสูงจะมีกินมีใช้เหลือเฟือและมีอำนาจบารมีมาก

🔸​ ในขณะที่ขันทีระดับล่างสุดต้องดิ้นรนอย่างหนัก ซึ่งความเหลื่อมล้ำนี้เองที่เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ขันทีบางส่วนเสี่ยงขโมยของในวังเมื่อมีโอกาสเพื่อความ​อยู่รอด​ในช่วงเวลาที่พระราชวัง​ต้องห้าม​ถูกยึดครอง​ครับ

​ ​ #พระราชวังต้องห้าม​ #ราชวงศ์ชิง

06/07/2026

🚩​ไอเทมลับยอดฮิต​ ของวัยเด็กยุค80s ยุค90s พลังงานที่ไม่มีวันหมดผ่านการทุบเเละกัด

05/07/2026

🚩​กว่า120ปีก่อน ขันที ท่านหนึ่งนอนด้วยความสิ้นหวัง​ในพระราชวัง​ต้องห้าม​ ในวันที่ไร้ซึ่งจักรพรรดิ​ราชวงศ์​ชิง​

🚩​เป็นอีกหนึ่งโพสต์​ที่จะมีประโยชน์​กับพี่ที่จะไปพระราชวัง​ต้องห้า​ม เเละเข้าถึงจุดบุคคลในอดีตเคยอยู่ เพื่อสัมผัสประวัติ​ศาสตร์เเละสถานที่ได้อย่างเเม่นยำครับ

🚩​ จริงๆโพสต์​นี้เคยเขียนบทความ​ไปนานมากเเล้ว เเต่มีพี่หลายคนอยากให้นำภาพนี้มาลองเพิ่มสีสันว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อเข้าถึงบรรยากาศ​ในช่วงเวลานั้นจึงลองทำครับ ส่วนภาพปัจจุบัน​จะอยู่ใต้โพสต์​ทั้งหมดครับ.........

🚩​ภาพบน: ได้ถูกบันทึก​เมื่อปี 1901 โดยคาซึมะ โอกาวะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามีโกาสได้เข้ามาเก็บภาพ ในช่วงที่พันธมิตรแปดชาติยึดพระราชวังต้องห้าม
เราจะเห็นขันทีท่าหนึ่งนอนบนพื้น ในความเงียบสงัด​ในพระราชวังต้องห้าม

🚩​ช่วงเวลานั้นจักรพรรดิ​กวังซ​วี่​และพระนางซูสีไทเฮา​พร้อมกับเหล่าขุนนางระดับสูงพากันลี้ภัยไปซีอานเพื่อหลบหนี​พันธมิตร​เเปด​ชาติ​ที่เข้ายึด​พระราชวัง​ต้องห้าม​

🚩​ภาพนี้ไม่ใช่เพียงรูปถ่ายประวัติศาสตร์ แต่มันคือหยดน้ำตาของยุคสมัย เเละสะท้อนถึงความรันทดของ "ผู้ที่ถูกลืม" ที่ต้องรับผลกรรมและจมปลักอยู่กับซากปรักหักพังของพระราชวัง​..........

🚩​ภาพล่าง: เมื่อปี 1901 เเต่มีการเพิ่มสีเข้าไปครับเเละบริเวณนี้คือฝั่งตะวันตก​ของ พระที่นั่งจงเหอ
โดยมองภาพสี สัมผัส​บรรยากาศ​ ความรกร้าง เข้าถึงโดดเดี่ยว เเละความสิ้นหวังได้มากยิ่งขึ้น

🚩​พระที่นั่งจงเหอ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิ​หย่งเล่อ ราชวงศ์​หมิง เดิมชื่อว่า "พระที่นั่งหัวก้าย" ต่อมาในสมัยจักรพรรดิ​เจียจิ้งได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น มีการบูรณะจนเสร็จสิ้น เปลี่ยนชื่อเป็น "พระที่นั่งจงจี๋"

🚩​สมัยจักรพรรดิ​ซุ่นจื้อ ราวปี 1645 เปลี่ยนชื่ออีกเป็น "พระที่นั่งจงเหอ" ซึ่งในยุคหมิงและชิง พระที่นั่งจงเหอ มีบทบาทสำคัญและมีหน้าที่หลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น

🚩​เป็นสถานที่พักผ่อนจักรพรรดิ​ ก่อนจะออกไปประกอบพิธีการสำคัญที่ พระที่นั่งไท่เหอ

🚩​เป็นสถานที่ตรวจความเรียบร้อย ก่อนวันพระราชพิธีบวงสรวงที่สำคัญต่างๆ (เช่น การบวงสรวงฟ้า ดิน เทพแห่งการเกษตร เเละศาลบรรพชน) จักรพรรดิ​มาตรวจดูความถูกต้องของป้ายคำอธิษฐานและบทสวดที่นี่ครับ

​ ​ #พระราชวังต้องห้าม​ #ราชวงศ์ชิง

05/07/2026

🇨🇳​เจาะยอดเขาทำสะพาน ในมณฑล​กุ้ยโจว​ประเทศจีน

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง บริษัท สื่อ ใน Samut Prakan?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Samut Prakan