SW LAWS Consultants

SW LAWS Consultants

แชร์

บริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย เอสดับบลิว จำกัด

27/12/2024

❗การครอบครองปรปักษ์ คือ การแย่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง มีได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ สำหรับการครอบครองปรปักษ์อสังหาริมทรัพย์มีหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ดังนี้❗
1. ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของผู้อื่น
2. โดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ
3. ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นระยะเวลา 10 ปี (5 ปี สำหรับสังหาริมทรัพย์)
‼️การครอบครองปรปักษ์อสังหาริมทรัพย์‼️
🔰1. การครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนด โฉนดตราจอง หรือเอกสารกรรมสิทธิ์ประเภทอื่น ๆ ส่วนทรัพย์ประเภทที่มีเพียงสิทธิครอบครอง เช่น ส.ค.1 (ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน) หรือ น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก. (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) หรือที่ดินมือเปล่าไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ได้ แต่อาจแย่งการครอบครองกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 แต่ไม่มีกฎหมายรับรองให้สามารถยื่นคำร้องหรือคำฟ้องขอให้ศาลสั่งให้ได้กรรมสิทธิ์ได้แบบครอบครองปรปักษ์ (ฎีกาที่ 5389/2549)
🔰2. การครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นการครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น ทรัพย์ของตนเองไม่สามารถอ้างการครอบครองปรปักษ์ได้ เช่น อ้างว่าเป็นที่ดินของตนเองแต่ใส่ชื่อของคนอื่น หรืออ้างว่าครอบครองปรปักษ์ในที่ดินที่ได้รับมรดกมา (ฎีกาที่ 4843/2545)
🔰3. การครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น ผู้ครอบครองไม่จำเป็นต้องทราบว่าทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่น อาจเข้าใจว่าเป็นของตนเองก็ได้
🔰 4. การครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นการครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ คือ ต้องใช้สอยทรัพย์นั้นอย่างเดียวกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ ขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้ายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์นั้น และต้องไม่เป็นการครอบครองโดยอาศัยสิทธิหรือยอมรับสิทธิของบุคคลอื่น เช่น
– การที่ผู้ซื้อครอบครองที่ดินตามสัญญาซื้อขายถือว่าเป็นการครอบครองแทนผู้ขายจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ (ฎีกาที่ 7490/2551)
– การครอบครองที่ดินโดยเจ้าของที่ดินอนุญาตให้อยู่อาศัยไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ (ฎีกาที่ 5352/2539)
🔰5. ถ้ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในระหว่างที่ครอบครองปรปักษ์ยังไม่ครบ 10 ปี และผู้รับโอนได้กรรมสิทธิ์มาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน มีผลทำให้การครอบครองปรปักษ์ก่อนหน้านี้สิ้นผลไป ต้องเริ่มนับระยะเวลาครอบครองใหม่ (ฎีกาที่ 8700/2550)
🔰6. ต้องเป็นการครอบครองโดยสงบ เช่น ไม่ได้ถูกฟ้องคดี และต้องเปิดเผย คือ ไม่ได้หลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่แสดงออกต่อบุคคลทั่วไปโดยเปิดเผย
----------------------------------------------
รับปรึกษาปัญหากฎหมายเบื้องต้น
ติดต่อได้ที่ 📞 089-744-1516(ทนายวัลลภ)
090-985-4101 (ทนายเบลล์)
092-958-3666 (ทนายเจน)
096-072-8911 (ทนายแทน)
สำนักงานตั้งอยู่ที่ 26 หมู่15 ถนนแม่ชี ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
#บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอุบลราชธานี #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายศรีสะเกษ #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายยโสธร #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอำนาจเจริญ #ทนายความอุบล

25/12/2024

❗ตัวอย่าง : นาย ก ซื้อที่ดินมา 1 แปลง แต่เป็นที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ เพราะถูกที่ดินของนาย ข ล้อมอยู่ นาย ก มีสิทธิที่จะได้ทางจำเป็นจากที่ดินของนาย ข คือการผ่านที่ดินของนาย ข ออกสู่ทางสาธารณะได้โดยเสียค่าตอบแทน❗
🔰ทางจําเป็น หมายถึง ที่ดินที่ไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ หรือมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ แต่ไม่สะดวก
🔰กฎหมายจึงให้สิทธิแก่เจ้าของที่ดินแปลงที่ถูกล้อม ให้มีสิทธิผ่านที่ดินแปลงอื่นซึ่งล้อมอยู่ ไปสู่ทางสาธารณะได้ โดยอาจเสียค่าตอบแทน ตามตกลงกัน
🔰 ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แต่ต้องข้าม สระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับสูงกว่ากันขวางอยู่
🔰วิธีทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิที่จะผ่าน และให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ ให้เกิดความเสียหายแต่น้อยที่สุด ผู้มีสิทธิจะผ่านอาจสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้
🔰ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ เช่น ค่าเสียหายจากการสร้างถนน อาจกำหนดเป็นเงินรายปีก็ได้
----------------------------------------------
รับปรึกษาปัญหากฎหมายเบื้องต้น
ติดต่อได้ที่ 📞 089-744-1516(ทนายวัลลภ)
090-985-4101 (ทนายเบลล์)
092-958-3666 (ทนายเจน)
096-072-8911 (ทนายแทน)
สำนักงานตั้งอยู่ที่ 26 หมู่15 ถนนแม่ชี ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
#บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอุบลราชธานี #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายศรีสะเกษ #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายยโสธร #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอำนาจเจริญ #ทนายความอุบล

23/12/2024

❗มาตรา 150 “การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดย กฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ”
เมื่อซื้อที่ดินติดเงื่อนไขว่าห้ามโอน 10 ปี 20 ปี ซื้อมาแล้วจะมีสิทธิในที่ดินนั้นหรือไม่
🔰1)นายเอทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจากนายบี โดยที่ #นายเอก็ไม่ทราบว่ามีข้อกำหนดห้ามโอน นิติกรรมดังกล่าวจึงเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งด้วยกฎหมาย ❗จึงตกเป็นโมฆะ ดังนั้น นายเอ ไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ค้างชำระ และนายบีต้องคืนเงินที่ นายเอชำระไว้ โดยถือไม่ได้ว่า นายเอกระทำตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้ โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระแต่อย่างใด เพราะกรณีนี้ นายเอไม่ทราบข้อกำหนด
🔰2)นายเอซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่ดินบางส่วนของที่ดินที่ #มีข้อกำหนดห้ามโอนไปยังผู้อื่นภายใน10ปี จากนายบี แม้ว่านายบี จะสละการครอบครองและมอบที่ดินพิพาทให้กับ นายเอครอบครองไป ทั้งที่มีข้อตกลงว่าจะจดที่ดินโอนที่ดินให้กับ นายเอ เมื่อพ้นกำหนดห้ามโอนแล้ว ก็เป็นการซื้อมาและเข้าครอบครองภายในกำหนดเวลาห้ามโอน นั่นเอง เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ❗ตกเป็นโมฆะ นายเอจึงไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดิน
🔰3)นายดำ รู้ดีมาตั้งแต่แรกว่าขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน มีข้อกำหนดห้ามโอน 10 ปี แต่นายดำก็ยอมตนเข้าไปผูกพันตามสัญญาดังกล่าว #ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย สัญญาดังกล่าวย่อม❗ตกเป็นโมฆะ การที่นายดำ ชำระเงินมัดจำไป 100,000 บาท จึงเป็นการชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา411 บุคคลใดได้กระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ท่านว่าบุคคลนั้นหาอาจจะเรียกร้องคืนทรัพย์ได้ไม่ ดังนั้นนายดำ จึงไม่อาจเรียกเงินมัดจำ 100,000 บาท คืนจากผู้ขาย
----------------------------------------------
รับปรึกษาปัญหากฎหมายเบื้องต้น
ติดต่อได้ที่ 📞 089-744-1516(ทนายวัลลภ)
090-985-4101 (ทนายเบลล์)
092-958-3666 (ทนายเจน)
096-072-8911 (ทนายแทน)
สำนักงานตั้งอยู่ที่ 26 หมู่15 ถนนแม่ชี ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
#บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอุบลราชธานี #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายศรีสะเกษ #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายยโสธร #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอำนาจเจริญ #ทนายความอุบล

21/12/2024

🔰เราต้องเข้าใจข้อกฎหมายเกี่ยวกับการกู้ยืมนั้น กฎหมายวางหลักว่าการกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถ้าไม่ได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ #จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 ) และ ปัจจุบันมี พ.ร.บว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ที่วางหลักไว้ว่า
มาตรา 7 ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
มาตรา 8 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙ ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว
มาตรา 9 ในกรณีที่บุคคลพึงลงลายมือชื่อในหนังสือ ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการลงลายมือชื่อแล้ว ถ้า
(1) ใช้วิธีการที่สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสามารถแสดงได้ว่าเจ้าของลายมือชื่อรับรองข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นว่าเป็นของตน และ
(2) วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการที่เชื่อถือได้โดยเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการสร้างหรือส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยคำนึงถึงพฤติการณ์แวดล้อมหรือข้อตกลงของคู่กรณี

❗ จากข้อความดังกล่าวถูกตีความว่า แชทที่สามารถใช้เป็นหลักฐานแทนหนังสือ ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1. ข้อความสนทนา (Chat) ที่ระบุข้อความขอยืมเงิน จำนวนเงิน และเห็นบัญชีผู้ใช้ว่าเป็นใครมาขอยืมเงิน
2. บัญชีผู้ใช้ของผู้ยืมเงิน (Account) ในแชทจะต้องสามารถระบุชื่อบัญชีผู้ใช้ของผู้ยืมเงิน และเป็นข้อมูลชื่อบัญชีผู้ใช้ที่มีระบบปลอดภัยและเชื่อถือได้
3. หลักฐานการโอนเงิน (Slip) ที่ระบุวันเวลาที่โอนเงิน ไม่แก้ไขวันเวลารับส่งข้อความ แชทยืมเงินที่ใช้เป็นหลักฐานแทนได้
----------------------------------------------
รับปรึกษาปัญหากฎหมายเบื้องต้น
ติดต่อได้ที่ 📞 089-744-1516(ทนายวัลลภ)
090-985-4101 (ทนายเบลล์)
092-958-3666 (ทนายเจน)
096-072-8911 (ทนายแทน)
สำนักงานตั้งอยู่ที่ 26 หมู่15 ถนนแม่ชี ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
#บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอุบลราชธานี #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายศรีสะเกษ #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายยโสธร #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอำนาจเจริญ #ทนายความอุบล

20/12/2024

🔰 เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) #ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ #ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจทก์แปลความได้ว่า นับตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่โดยสมัครใจ พฤติการณ์ต่าง ๆ ของจำเลยที่ทำให้โจทก์กับจำเลยไม่สามารถที่จะกลับมาอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข อันเป็นการบรรยายครบองค์ประกอบเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (4/2) แล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุว่าเป็นเวลาเกินกว่า 3 ปี แต่ช่วงเวลาที่โจทก์บรรยายในฟ้องเป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นเวลาเกินกว่า 3 ปี แล้ว ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังเป็นยุติจากการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องแล้วทั้งสิ้น ไม่มีข้อเท็จจริงใดเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่นอกคำฟ้อง ส่วนศาลชั้นต้นจะเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุตินั้นเป็นเหตุหย่าหรือไม่ และเป็นเหตุหย่าที่ปรับได้กับบทบัญญัติกฎหมายมาตราใด อนุมาตราใด เป็นอำนาจหน้าที่และเป็นความเห็นของแต่ละศาล ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นปรับบทกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) จึงไม่ถือเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องหรือเป็นการวินิจฉัยในประเด็นอื่นที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง
🔰 ในคดีก่อนโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยรับว่า โจทก์คบหากับผู้หญิงอื่นระหว่างที่ยังอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย อีกทั้งในคดีนี้โจทก์ก็เบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยรับว่า จำเลยฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก ม. ที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับโจทก์เช่นกัน ดังนั้น #สาเหตุที่โจทก์ไม่กลับบ้านไปหาจำเลยในคดีก่อนและคดีนี้มาจากตัวโจทก์เองที่มีพฤติกรรมอันแสดงถึงการนอกใจจำเลย ยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาทั้งที่โจทก์กับจำเลยยังเป็นสามีภริยากันอยู่ หาใช่มาจากจำเลยไม่ ทั้งความเป็นจริงที่จำเลยต้องแยกกันอยู่กับโจทก์เกิดจากสภาพครอบครัวที่โจทก์ต้องกลับไปดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนดูแลบุตรภริยา ทั้งจำเลยยังรักใคร่หึงหวงในตัวโจทก์อยู่ จึงได้ฟ้อง ม. เรียกค่าทดแทนที่มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับโจทก์ ❗กรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นการแยกกันโดยความสมัครใจของจำเลยด้วยหาได้ไม่ ฉะนั้นคงฟังได้แต่เพียงว่า ❗โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่มากว่า 3 ปี จริง แต่การแยกกันอยู่นั้น มิใช่ด้วยความสมัครใจของจำเลย การที่โจทก์กับจำเลยแยกกันอยู่เช่นนี้ก็โดยลำพังความสมัครใจของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว หาทำให้เกิดสิทธิฟ้องหย่าจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่
----------------------------------------------
รับปรึกษาปัญหากฎหมายเบื้องต้น
ติดต่อได้ที่ 📞 089-744-1516(ทนายวัลลภ)
090-985-4101 (ทนายเบลล์)
092-958-3666 (ทนายเจน)
096-072-8911 (ทนายแทน)
สำนักงานตั้งอยู่ที่ 26 หมู่15 ถนนแม่ชี ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
#บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอุบลราชธานี #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายศรีสะเกษ #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายยโสธร #บริษัทที่ปรึกษากฎหมายอำนาจเจริญ #ทนายความอุบล

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตัวแทน / บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ใน Ubon Ratchathani?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


26 หมู่ 15 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
34000