Modern Law
ให้คำปรึกษา ปัญหาที่คุณข้องใจ
***ฎีกาน่าสนใจ ภาคทบทวนวันอาทิตย์ วิ.แพ่งภาค 4 อ.วิวัฒน์ ครั้งที่ 2 )
***ความรับผิดของเจ้าหนี้ ที่เกิดจากการนำชี้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 284 วรรคแรกและวรรคสอง
*คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3099/2556 จำเลยเป็นหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์เพียง 35,384.36 บาท ซึ่งเมื่อนำมาเทียบกับราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่โจทก์นำยึดซึ่งมีราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีสูงถึง 6,386,400 บาท นับว่ามีราคาต่างกันมากไม่เหมาะสมกัน โจทก์น่าจะนำยึดทรัพย์สินภายในบ้านอันมีราคาใกล้เคียงกับจำนวนหนี้ของจำเลยจะเป็นการเหมาะสมกว่า การที่โจทก์นำยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยโดยปรากฏจากข้ออ้างของโจทก์เพียงประการเดียวว่า จำเป็นต้องยึดเพราะระยะเวลาในการบังคับคดีใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว โดยไม่เคยร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านของจำเลยว่า จำเลยมีทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีราคาใกล้เคียงกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ นอกจากจะเป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผลแล้ว ยังเป็นการไม่เป็นธรรมแก่จำเลยอีกด้วย จึงเห็นได้ว่าโจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยเกินกว่าที่จำเป็นแก่การบังคับคดี อันต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 284 วรรคหนึ่ง กรณีจึงมีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์นั้นได้ และถือว่าเป็นความผิดของโจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีกรณีที่ยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามมาตรา 284 วรรคสอง โดยให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 3 ครึ่งของราคาทรัพย์สินที่ยึดแต่ไม่เกินจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิดในการบังคับคดีของจำเลยตามตาราง 5 ข้อ 3 ท้าย ป.วิ.พ. (เดิม)
***ข้อสังเกต การยึด คือการเอาทรัพย์ของลูกหนี้มาไว้ในความครอบครองดูแลรักษาของเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ว่าทรัพย์นั้นจะอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้หรือไม่ ส่วนการอายัด คือการสั่งบุคคลภายนอกมิให้โอนทรัพย์หรือชำระหนี้แก่ลูกหนี้ แต่ให้ส่งมอบแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำพิพากษา
ส่วนวิธีการยึดสามารถพิจารณาได้ในบทบัญญัติมาตรา 303 ในกรณีที่เป็นการยึดเอกสารและสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่าง เมื่อยึดแล้วอาจนำเอาเอกสารหรือทรัพย์นั้นมา และฝากไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควรและแจ้งการยึดนั้นให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาทราบ หรืออาจมอบไว้ในความอารักขาของลูกหนี้ โดยต้องกระทำให้การยึดนั้น เห็นประจักษ์ชัดแจ้ง โดยการประทับตราหรือกระทำโดยวิธีอื่นใดก็ได้ ส่วนกรณีเป็นการยึดอสังหาริมทรัพย์ สามารถพิจารณาวิธีการยึดได้ตามมาตรา 304
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชี้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึด เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องทำการยึดทรัพย์นั้น หากเจ้านักงานบังคับคดีไม่ยึดทรัพย์อันจะต้องยึดภายในเวลาอันควรต้องกระทำโดยปราศจากความระมัดระวัง หรือโดยสมรู้เป็นใจกับลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งต้องเสียหาย อาจยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้นั้น ตกอยู่ในความรับผิด จำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 283 วรรคสอง
ส่วนการยึดทรัพย์นั้น บทบัญญัติในมาตรา 284 วรรคหนึ่ง ห้ามไม่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าที่พอจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ หากมีการยึดทรัพย์สินเกินกว่าที่พอจะชำระหนี้และเกิดความเสียหายขึ้นความรับผิดอันเกิดจากการยึดและขายทรัพย์สินโดยมิชอบหรือยึดทรัพย์เกินกว่าที่จำเป็นแก่การบังคับคดีนั้นจะต้องตกอยู่แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 284 วรรคสอง อีกทั้งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจต้องรับผิดในส่วนของค่าธรรมเนียมการยึดแล้วไม่มีการขาย ทั้งนี้ ตามความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 295 ตรีด้วย
แอทมินจะทยอยอัพข้อกฎหมายวันละบทความนะค่ะ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Ubon Ratchathani
34000
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |