The math tutor
ครูสอนพิเศษ/ติวเตอร์
27/09/2020
#พีชคณิต คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการเรียนคณิต ใครเป็นผู้คิดค้น และทำไมเราถึงเรียนตั้งแต่ประถม มัธยม และมหาลัย..
👉พีชคณิต เป็นสาขา สาขาหนึ่งในสามสาขาย่อยของคณิตศาสตร์ ร่วมกับเรขาคณิต และ การวิเคราะห์
👉 #คิดค้นโดย มูฮัมหมัด อิบน์ มูซา อัลคอวาริซมีย์
พีชคณิตเป็นการศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้าง ความสัมพันธ์ และจำนวนทางคณิตศาตร์ พีชคณิตพื้นฐานจะเริ่มสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา โดยศึกษาเกี่ยวกับการบวกลบคูณหาร ยกกำลัง และ การถอดราก พีชคณิตยังคงรวมไปถึงการศึกษา สัญลักษณ์ แตัวแปร และเซ็ต นั้นเอง
คำว่า "พีชคณิต" เป็นคำศัพท์ภาษาสันสกฤต พบครั้งแรกในตำราคณิตศาสตร์ชื่อสิทธานตะ ศิโรมณิ ของนักคณิตศาสตร์อินเดียชื่อ ภาสกร หรือ ภาสกราจารย์ ส่วนในภาษาอังกฤษ อัลจีบรา (algebra) มาจากภาษาอาหรับคำว่า الجبر (al-jabr) แปลว่า การรวมกันใหม่
เป็นอย่างไรกันบ้าง
สามารถแสดงความคิดข้างล่างนี้เห็นกันได้เลยน่ะครับ........................................................................................................................................
🥰🥰🥰
คณิตศาสตร์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
เพียงเเค่คุณมีวินัยและเปิดใจที่จะเรียนรู้มัน
มาเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไปพร้อมๆกันน่ะครับ
# by P'muhsin
10/09/2020
ลองอ่านดูน่ะครับ
บทความดีๆนำมาฝากกัน
🥰🥰🥰
คณิตศาสตร์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
เพียงเเค่คุณมีวินัยและเปิดใจที่จะเรียนรู้มัน
มาเรียนรู้คณิตศาสตร์ ไปพร้อมๆกันน่ะครับ
# by P'muhsin
ถ้าถามว่าวิชาคณิตศาสตร์ยากไหม ??
แน่นอน คนจำนวนมากตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ”ยาก”
หากลองไปดูสถิติคะแนนสอบ O-NET วิชาคณิตศาสตร์ ม.6 แม้คะแนนเฉลี่ยของเด็กทั่วประเทศ คือ 30.72 (เต็ม 100) แต่กลับกลายเป็นว่า มีคนทำคะแนนได้ตั้งแต่ 80 ขึ้นไป เกือบ 20,000 คน เลยทีเดียว
แล้วเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ “มันยากจริงหรือ หรือแค่เราเรียนผิดวิธีกันแน่”
ส่วนมาก เด็กๆจะเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้การท่องจำ จำวิธีทำ จำสูตรลัด จำขั้นตอน โดยไม่ได้เน้นเรื่องความเข้าใจเป็นหลัก ปัญหาก็คือเมื่อเวลาผ่านไปก็คือ ลืม
เราลองนึกกันนะ เมื่อเราเข้าใจอะไรบางอย่างจริงๆแล้ว มันก็จะติดตัวเราตลอดไป เช่น ตอนเด็กๆ เราถูกสอนให้ขี่จักรยาน เมื่อเราเข้าใจกลไกการทำงานของมัน และพอเราทำมันได้ เราก็จะขี่จักรยานเป็นตลอดชีวิตเลย
ดังนั้น ลองเปลี่ยนวิธีการเรียนกันดูมั้ยล่ะ ถ้าอยากให้เด็กไทยเราพัฒนา ลองเปลี่ยนมาใช้ “ความเข้าใจ” เป็นหลัก อย่าไปท่องจำ อย่าไปใช้แต่วิธีลัด เพียงแค่เริ่มต้นจะเรียนให้ถูกวิธีแบบนี้ เราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอน
หากน้องๆคนไหนยังไม่รู้ว่าควรจะเปลี่ยนวิธีการเรียนอย่างไร หรือมีข้อสงสัย พี่ป๊อปและทีมงานยินดีให้คำปรึกษาครับ 🙂
#อยากให้เด็กไทยเก่งเลข #คณิตศาสตร์พี่ป๊อป #สถาบันสอนคณิตศาสตร์ที่ให้มากกว่าคณิตศาสตร์
10/09/2020
s p d f
สิ่งที่ต้องรู้ในการจัดเรียงอิเล็กตรอน
อิเล็กตรอนในอะตอมมีธรรมชาติอย่างไร?
เป็นคำถามสำคัญมากทั้งทางฟิสิกส์และเคมีเพราะถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของอิเล็กตรอนในอะตอมย่อมนำไปสู่ความเข้าใจในปฏิกิริยาเคมี พันธะเคมี และธรรมชาติในแง่มุมอื่นๆอีกมากมาย
ย้อนกลับไปในยุคก่อนที่ทฤษฎีควอนตัมแบบใหม่จะถูกสร้างขึ้น นีลส์ บอร์ นักฟิสิกส์ชาวเดนมาร์กสร้างแบบจำลองอะตอมไฮโดรเจนที่มองว่าอิเล็กตรอนโคจรรอบๆนิวเคลียสเป็นรูปวงกลม ด้วยระยะห่างจากนิวเคลียสเป็นขั้นๆ ไม่ต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับพลังงานของอิเล็กตรอน ระดับพลังงานเหล่านี้เรียกว่าว่า ระดับพลังงานหลัก แทนด้วยอักษร n ไล่ตั้งแต่พลังงานต่ำสุดคือ n=1 แล้วเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ต่อมาไม่นานนัก เมื่อนักฟิสิกส์ศึกษาเส้นสเปคตรัมได้ละเอียดขึ้นก็พบเส้นสเปกตรัมปลีกย่อยที่ทฤษฎีของนีลส์ บอร์ ไม่สามารถอธิบายได้ * กล่าวคือ อิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักนั้น แสดงพฤติกรรมเหมือนมีระดับพลังงานย่อยๆซุกซ่อนอยู่
ต่อมา การคำนวณด้วยผลศาสตร์ควอนตัมยุคใหม่ชี้ว่าพลังงานย่อยดังกล่าวมีอยู่จริง ซึ่งมันก็คือ รูปแบบการโคจรของอิเล็กตรอน** แน่นอนว่ารูปแบบการโคจรที่แตกต่างกันย่อมส่งผลให้ปริมาณโมเมนตัมเชิงมุมแตกต่างกันไปด้วย
- หากอิเล็กตรอนโคจรเป็นทรงกลมที่เราคุ้นเคยกันดี จะเรียกว่า s orbital
- หากอิเล็กตรอนโคจรเป็น ลูกโป่งหกลูกที่ปลายผูกติดกัน จะเรียกว่า p orbital
- ส่วน d orbital และ f orbital นั้นเป็นรูปทรงที่ประหลาดจนไม่สามารถอธิบายออกมาให้เห็นภาพได้ ไปเปิดรูปดูเอาก็จะง่ายกว่า
สรุป ก็คือ อิเล็กตรอนไม่ได้มีวงโคจรเป็นวงกลมเพียงอย่างเดียว แต่ยังโคจรเป็นรูปทรงอื่นๆได้ด้วย
ชื่อของวงโคจรเหล่านี้ถูกตั้งด้วยเหตุผลเชิงประวัติศาสตร์ที่เรียกตามลักษณะของเส้นสเปกตรัมที่ปรากฏในแต่ละรูปแบบวงโคจร
s มาจากคำว่า Sharp
p มาจากคำว่า principal
d มาจากคำว่า diffuse
f มาจากคำว่า fundamental
อ่านต่อแบบละเอียดๆและมีภาพประกอบได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5f4fcfddff70b43758cd0f80
06/09/2020
ถึงรุงรังแต่ก็รวดเร็ว
สูตรหาค่าพายของรามานุจัน (Ramanujan’s Formula for Pi)
เป็นสูตรที่นักคณิตศาสตร์ชื่อ รามานุจัน คิดค้นขึ้นมาได้
มันเป็นสูตรที่ดูรุงรัง แต่ในทางคณิตศาสตร์ ค่าพายที่หาด้วยสูตรนี้จะลู่เข้าค่าจริงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในสูตรที่คอมพิวเตอร์ใช้คำนวณค่าพายได้เร็วทีสุด...........................................
ความอัจฉริยะของรามานุจันนั้นมีอีกมากมาย
สามารถรับชมได้ในภาพยนตร์เรื่อง The Man Who Knew Infinity ครับ
คณิตศาสตร์ ที่ใครหลายๆคนบอกว่ายาก ไม่ชอบ สร้างอคติกับมัน
วันนี้ พี่จะนำเคล็ดไม่ลับมาฝากน้องๆเพื่อนๆนะครับ
ไปดูกันเล้ยยยยย...🎉🎉🎉🎉
👇👇👇👇👇
1.หมั่นท่องสูตรและปรับใช้ให้เป็น
2.ห้ามมองข้ามนิยาม
3.ทำความเข้าใจกับมันอย่างสม่ำเสมอ
4.ฝึกทำโจทย์ให้เป็นวินัย
5.ทบทวนความรู้สิ่งที่อาจารย์สอบเป็นประจำ
เเละเหนือสิ่งอื่นใด
การตัั้งใจเรียนในห้องเป็นสิ่งสำคัญนะครับ
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ โรงเรียนนี้
เว็บไซต์
ที่อยู่
Yala
95000
เวลาทำการ
| จันทร์ | 09:00 - 17:00 |
| อังคาร | 09:00 - 17:00 |
| พุธ | 09:00 - 17:00 |
| พฤหัสบดี | 09:00 - 17:00 |
| ศุกร์ | 09:00 - 17:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 17:00 |
| อาทิตย์ | 09:00 - 17:00 |